ราคาน้ำมันดิบ (12 ต.ค. 66) ปรับลด หลังซาอุฯให้คำมั่นจะรักษาเสถียรภาพตลาดน้ำมัน
ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังซาอุดีอาระเบียให้คำมั่นจะช่วยรักษาเสถียรภาพตลาดน้ำมัน
วันที่ 12 ตุลาคม 2566 หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบ ดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับลดลง หลังซาอุดีอาระเบียซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดในกลุ่มโอเปกพลัส ออกมาประกาศว่าจะใช้ความพยายามร่วมกับพันธมิตรทั้งในระดับภูมิภาคและนานาชาติในการป้องกันการลุกลามของสถานการณ์การสู้รบระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาส รวมทั้งจะสร้างเสถียรภาพในตลาดน้ำมัน ซึ่งจากแถลงการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ตลาดคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบด้านอุปทานน้ำมัน
โดยราคาน้ำมันเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 11 ต.ค. 2566 อยู่ที่ 83.49 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -2.48 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันเบรนต์อยู่ที่ 85.82 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -1.83 เหรียญสหรัฐ
ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยรายงานการประชุมของคณะกรรมการกำกับนโยบายการเงินประจำวันที่ 19-20 ก.ย. 66 ซึ่งได้พิจารณาถึงเศรษฐกิจสหรัฐ และภาวะในตลาดการเงินที่ยังคงมีความไม่แน่นอน กรรมการเฟดจึงมีความเห็นแตกต่างกันเกี่ยวกับความจำเป็นในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
นักวิเคราะห์จากบริษัท OANDA กล่าวว่า ราคาน้ำมันยังคงได้รับแรงกดดันจากปริมาณการใช้น้ำมันที่ปรับลดลงในสหรัฐ ความวิตกกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก และภาวะเศรษฐกิจถดถอยของเยอรมนี หลังรัฐบาลเยอรมนีคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจของประเทศในปีนี้มีแนวโน้มปรับลดลง 0.4% จากผลกระทบของภาวะเงินเฟ้อสูง
หลังตลาดปิด สถาบันปิโตรเลียมด้านพลังงานสหรัฐ (API) เผย ตัวเลขน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ประจำสัปดาห์ สิ้นสุด ณ วันที่ 6 ต.ค. 66 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 12.9 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้น 5 แสนบาร์เรล
ราคาน้ำมันเบนซิน
ราคาน้ำมันเบนซินปรับตัวเพิ่มขึ้นสวนราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังได้รับแรงหนุนจากปริมาณการส่งออกน้ำมันเบนซินของจีนที่มีแนวโน้มปรับลดลงต่อเนื่องจนถึงสิ้นปี
ราคาน้ำมันดีเซล
ราคาน้ำมันดีเซลปรับตัวเพิ่มขึ้นสวนทางราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังตลาดคาดว่าความต้องการใช้น้ำมันดีเซลในอินเดียมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นหลังหมดช่วงฤดูฝน อย่างไรก็ตาม อุปทานในเวียดนามมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น หลังโรงกลั่นในประเทศกลับมาดำเนินการผลิตภายหลังปิดซ่อมบำรุงตามแผน
