ส่องทิศทางธุรกิจ GC โค้งสุดท้าย ปี 2566 พ้นจุดต่ำสุดแล้ว เก็บเกี่ยวผลกำไรจากธุรกิจใหม่ ‘เนเจอร์เวิร์ค’ พ้นขาดทุน พร้อมข่าวดี ENVICCO จ่อบุกตลาดยุโรป หลังไฟเขียวบรรจุภัณฑ์รีไซเคิลใส่อาหารได้ ลูกค้าแบรนด์ดังแห่ซื้อเพียบ
วันที่ 27 ตุลาคม 2566 ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ (CEO) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ให้สัมภาษณ์ในงานประชุมระดับโลก “GC Sustainable Living Symposium 2023 : We are GEN S” ว่าแนวโน้มธุรกิจปิโตรเคมี ปี 2567 จะปรับตัวดีกว่าปีนี้
โดยประเมินจาก demand และ supply ความต้องการใช้น่าจะเพิ่มมากขึ้น หากสถานการณ์ความตึงเครียดทางการเมืองผ่อนคลายลง ความต้องการสินค้าอุตสาหกรรมทั้งอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ และการสร้างปรับเพิ่มขึ้น ส่งผลดีต่อความต้องการใช้ปิโตรเคมีเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ส่วนไตรมาส 4 ในปีนี้ธุรกิจปิโตรเคมีน่าจะปรับตัวดีขึ้น เชื่อว่าผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาส 2 มาแล้ว ปัจจัยหลักมาจากเรื่องของ demand supply ยกตัวอย่างเช่นก่อนหน้านี้ เมื่อเกิดกระแสที่ว่าคนจะเลิกใช้น้ำมันทำให้โรงงานต่าง ๆ หันไปผลิตปิโตรเคมีหมดเลย ซัพพลายปิโตรเคมีก็เพิ่มขึ้น แต่ขณะนี้การผลิตปิโตรเคมีไม่ได้มีจำนวนโรงงานเพิ่มขึ้นแล้ว จีซีมุ่งทำต้นทุนให้แข็งแรง ขยายธุรกิจที่มีมูลค่าเพิ่มสูง และผลิตสินค้าที่มีศักยภาพในการแข่งขัน อย่างโลว์คาร์บอน เช่นที่จีซีได้ขยายการลงทุนไป Allnex ก่อนหน้านี้
จีซี รับมือ อิสราเอล
“ผลจากสงครามอิสราเอลไม่ว่าจะสงครามอิสราเอล หรือสงครามอะไรก็ตาม เป็นเรื่องที่ไม่ดี ทำให้ตลาดเกิดความไม่มั่นใจที่จะซื้อ ทั่วโลกก็จะมีความเสี่ยงในเรื่อง Disruption เพราะแม้ว่าจะเกิดในตะวันออกกลาง แต่ยังต้องขนส่ง และทำให้คนเกิดความไม่มั่นใจ คนก็เก็บเงินไปซื้อทอง เราก็ต้องระมัดระวังในการลงทุนไม่ว่าจะเป็นของบริษัทหรือส่วนตัวก็ตาม”
อย่างไรก็ตาม จีซีมีการบริหารจัดการความเสี่ยงจากหลายเรื่องไม่ใช่เฉพาะเรื่องนี้ หน่วยหน้าที่ของเราก็จะต้องติดตามความเคลื่อนไหวของโลกในขณะนี้ซึ่งมีไดนามิกส์มาก ๆ
“ส่วนแผนเรื่องการสต๊อกน้ำมันของโรงกลั่นจีซีหลังสงครามไม่ได้สต๊อกเยอะ ไม่ต้องห่วงเรื่องขาดแคลนเพราะเราก็รักษาปริมาณสต๊อกให้อยู่ในระดับปกติ เพราะถ้าเก็บหน้าก็มีความเสี่ยงถ้าเก็บน้อยเกินไปก็อาจจะไม่พอ”
เปิดแผนลงทุนด้านความยั่งยืน GC
ดร.คงกระพันธ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา GC ก็ได้มีการลงทุนเรื่องนี้มาโดยตลอดเพราะไม่ว่าจะเป็น BCG หรือ ESG ก็นับว่าเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ของ GC ไปแล้ว เราเรียกกลยุทธ์นี้ว่า 3 step คือ step change คือการทำให้ธุรกิจของเราแข็งแรง step out คือการขยายการลงทุนออกไปข้างนอกเพื่อสร้างการเติบโตทางธุรกิจ สร้างสินค้ามูลค่าสูง สินค้าโลว์คาร์บอน และ step up คือการทำเรื่องของความยั่งยืน และเป็นตัวรองรับทั้ง2กลยุทธ์แปลว่าไม่ว่าจะเป็นการลงทุนอะไรของเรามันก็เกี่ยวข้องกับ ESG และ BCG ตลอดอยู่แล้ว
ในและต่างประเทศ เพื่อการสร้างโอกาสทางธุรกิจ”
ทั้งนี้ต้องยอมรับว่าการลงทุนในช่วง 9 เดือนแรกของ GC ยังเป็นไปตามเป้าหมายแต่อาจจะไม่เท่ากับเป้าหมายที่วางไว้เมื่อ 3 ปีก่อน เพราะต้องใช้ความระมัดระวังอิควิดิตี้ จากเรื่องเศรษฐกิจโลก จึงต้องมุ่งเน้นการลงทุนอย่างชาญฉลาด เช่น การลงทุนเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตและเพื่อลดคาร์บอนไดออกไซด์
GC เก็บเกี่ยวกำไร เนเจอร์เวิร์ค
“ผลพวงของการลงทุนในด้าน BCG ช่วงที่ผ่านมานั้น ต้องยอมรับว่าการที่ทำอะไรใหม่ ๆ เราต้องมีความกล้าที่จะทำและก็ต้องมีความเชื่อ เพราะไม่ว่าจะเป็นไบโอหรือรีไซเคิลเริ่มมาใหม่ๆขาดทุนอยู่แล้ว เพราะกว่าจะได้รับการ approve ให้ไปใช้กว่าลูกค้าจะยอมรับก็ต้องใช้เวลา ยกตัวอย่างเช่น การลงทุนผลิตไบโอพลาสติกร่วมกับบริษัทเนเจอร์เวิร์ค สหรัฐ ในช่วงแรก 10 ปีที่แล้ว ก็ไม่กำไร แต่ตอนนี้กำไรแล้ว”
เม็ดพลาสติกรีไซเคิล GC บรรจุอาหารได้ขยายตลาดทั่วโลก
เช่นเดียวกับโรงงาน ENVICCO ผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิล ซึ่งในช่วงแรกที่ก่อสร้างเสร็จ ก็ต้องสร้างโมเมนตัมก่อน จนถึงตอนนี้ ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐ (USFDA) เสมือนองค์การคณะกรรมอาหารและยา (อย.) ไม่สามารถใช้บรรจุภัณฑ์จากเม็ดพลาสติกนี้บรรจุอาหารได้
และล่าสุดที่สหภาพยุโรปก็พึ่งอนุมัติทำให้สามารถจะจำหน่ายพลาสติกรีไซเคิลตามมาตรฐานที่ใช้สำหรับบรรจุอาหารได้แล้วทั่วโลก ส่งผลให้เริ่มมีลูกค้ากลุ่มพันธมิตร (ทั้งมิเนเร่ เป๊ปซี่ โค้ก) เริ่มมีประสานเข้ามา
GC Sustainable Living Symposium 2023 ปลุกคนไทยตื่นตัวรักษ์โลก
สำหรับการจัดงานในปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 4 แล้วมุ่งที่จะแนวคิดเรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียนการช่วยโรคเพื่อสร้างความยั่งยืนนำมาจัดให้เป็นรูปธรรม จับต้องได้ วัดผลได้ และใช้ได้ง่าย ไปงานปีนี้จัดขึ้น 2 วัน จะมีทั้งเวทีสัมมนาที่เชิญวิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆมาพูด และมีการจัดแสดงshowcase สินค้านวัตกรรมด้านความยั่งยืนต่าง ๆ
“ความยั่งยืนเป็นเรื่องของการสร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจสังคมและสิ่งแวดล้อม สร้างความยั่งยืนเพื่อช่วยโลกยังสามารถทำให้เกิดธุรกิจใหม่ ๆ ได้ด้วย เช่นการกักเก็บคาร์บอนสามารถนำมาใช้ประโยชน์และต่อยอดเป็นธุรกิจใหม่อย่างไรก็มีการจัดแสดงในงานด้วย”
สำหรับในวันแรกได้รับเกียรติจากนายยูริ ยาร์วิอะโฮ เอกอัครราชทูตฟินแลนด์ประจำประเทศไทยฟินแลนด์ ซึ่งเป็นประเทศที่เป็นอันดับ 1 ของการดำเนินการเรื่องความยั่งยืนของโลก มาให้ข้อมูลว่าทำอย่างไรฟินแลนด์จึงสามารถพัฒนาในเรื่องของเศรษฐกิจหมุนเวียนได้ดีและทำให้ประชาชนได้มีส่วนร่วม
“ในส่วนของประเทศไทยรัฐบาลก็มีนโยบายสนับสนุนในเรื่องของการสร้างความยั่งยืนโดยผ่าน BCG model มาอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลปัจจุบันก็คิดว่ามีนโยบายที่มีแนวคิดเดียวกันซึ่งจะสานต่อเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง องค์กรใหญ่หรือว่าองค์กรเล็กก็ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ การสร้างความเปลี่ยนแปลงไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเศรษฐกิจหมุนเวียนหรือเรื่องการลดคาร์บอนอยากให้ทุกคนตระหนักว่ามันเริ่มจากตัวเรา”
ไฮไลต์งาน GC Sustainable
ประเทศไทย เป็นประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยกว่า 1% เมื่อเทียบกับปริมาณก๊าซเรือนกระจกของทั้งโลก แต่ประเทศไทยกลับเป็น 1 ใน 10 ประเทศของโลกที่ได้จะรับผลกระทบสูงสุด โดยก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยสู่โลกมาจาก 3 อุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ ภาคพลังงาน ภาคเกษตรกรรรม และภาคกระบวนการอุตสาหกรรมและการใช้ผลิตภัณฑ์
ทาง GC ในฐานะองค์กรที่ขับเคลื่อนเรื่องความยั่งยืนมายาวนาน ได้เล็งเห็น 2 แนวทางการแก้ไขปัญหาที่จะเป็นทางออกเร่งด่วนให้กับโลก ได้แก่ Energy Transition และ Circular and Bio-based Economy
ในเรื่องของ Energy Transition คือการปรับจากการใช้พลังงานแบบฟอสซิล ก้าวสู่การใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเพิ่มประสิทธิภาพทางพลังงาน การใช้พลังงานสะอาดรูปแบบต่างๆ รวมถึงการใช้เทคโนโลยีกักเก็บคาร์บอน
ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ หากเราสามารถยกระดับข้อได้เปรียบนี้มาปรับใช้ อาทิ การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรด้วยแนวทางแบบ Bio Solutions จะสามารถช่วยประเทศลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ และยังสอดคล้องกับโมเดลธุรกิจ BCG ของประเทศ หรือการนำหลัก Circular Economy ซึ่งเกี่ยวข้องกับการ Reduce, Reuse และ Recycle
มาปรับใช้ในการทำการเกษตรแบบคาร์บอนต่ำ เช่น การทำนาน้ำน้อย เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดการใช้ทรัพยากร ในขณะที่ปริมาณผลผลิตได้เท่าเดิมหรือมากกว่า ซึ่งแนวทางนี้จะเป็น ประโยชน์มากแก่ประเทศไทยที่เป็นหนึ่งในผู้ส่งออกข้าวลำดับต้นๆ ของโลก
โดยยังเหลืออีก 1 วันสำหรับการจัดงานงาน “GC Sustainable Living Symposium: We are GEN S” ในวันที่ 28 ตุลาคม 2566 ซึ่งจะมี เวทีเสวนา การนำความยั่งยืนมาทำให้กลายเป็นเรื่องใกล้ตัว จากองค์กรต่าง ๆ ในประเทศไทย และไอดอล GEN S สายกรีน อย่าง เต้ย จรินทร์พร และติ๊ก เจษฎาภรณ์ ที่จะมาพูดในหัวข้อ ‘กินดี…กินแบบไหน ให้ดีกับ ทั้งเราและโลก’ ตามมาด้วยหัวข้อ ‘อยู่ให้ดี…ลองอยู่แบบ Sustainable Living ทำได้จริง ต้องทำอย่างไร’ ปิดท้ายด้วยหัวข้อ ‘Low Carbon Tourism เทรนด์เที่ยวคาร์บอนต่ำ’
นอกจากนี้ พบโซนนิทรรศการและกิจกรรมต่างๆ เพื่อความยั่งยืนที่จะมาสร้างแรงกระเพื่อมการใช้ชีวิตแบบ Sustainable Living และมีกิจกรรมต่าง ๆ ตลอดทั้งวัน