เพียว ขยายปั๊มน้ำมันแบรนด์เอสโซ่เร็วกว่าเป้าหมาย ยอดขายอัพขึ้นทันที 60% คาดทั้งปีรายได้แตะ 4,000 ล้านบาท วางเป้าปี”62 ผุดปั๊มเพิ่มเป็น 100 แห่งได้ กลายเป็นดีลเลอร์รายใหญ่ของเอสโซ่
ในช่วงปลายปี 2560 ที่ผ่านมา บริษัท เพียวพลังงานไทย จำกัด หรือเจ้าของสถานีบริการน้ำมัน “เพียว” ได้ตัดสินใจมาเป็นตัวแทนจำหน่าย (ดีลเลอร์) ให้กับบริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เนื่องจากแบรนด์เอสโซ่ค่อนข้างเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค อีกทั้งภายใต้สถานการณ์ตลาดค้าปลีกน้ำมันในประเทศมีการแข่งขันสูงมาก หลังจากที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกลดลงมาอยู่ที่เฉลี่ย 50-60 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ส่งผลให้มีความต้องการใช้น้ำมันมากขึ้น
ผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ต่างเร่งขยายสถานีบริการทั้งถนนสายหลักและถนนสายรอง เพื่อรักษาส่วนแบ่งทางการตลาด (marketing margin) เอาไว้ จนส่งผลให้ผู้ค้าน้ำมันรายเล็กต่างปรับตัว บางรายก็ปิดกิจการหรือไม่ก็ให้เช่าพื้นที่เพื่อทำธุรกิจประเภทอื่นที่ทำรายได้ให้มากกว่า เพราะยอดขายที่ลดลงต่อเนื่อง
นางกนกพร จารุกุลวนิช กรรมการผู้จัดการ บริษัท เพียว พลังงานไทย จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การดำเนินการปรับปรุงสถานีบริการน้ำมันเพียวให้เป็นแบรนด์เอสโซ่นั้น จากเดิมที่วางแผนจะปรับปรุงสถานีบริการให้ได้ 50 แห่งนั้น เมื่อประเมินจากสถานการณ์ในขณะนี้ พบว่าจะสามารถดำเนินการได้เร็วกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้แน่นอน เนื่องจากล่าสุดผ่านไป 3 เดือน สามารถปรับปรุงสถานีบริการเดิมและขยายสถานีบริการใหม่ไปแล้วถึง 20 แห่ง ฉะนั้นคาดว่าตลอดทั้งปี 2561 นี้ จะสามารถขยายได้รวม 70 แห่งทั่วประเทศ
นอกจากนี้จากสถานีบริการที่ได้ขยายไปก่อนหน้านี้นั้น ปรากฏว่าสามารถทำยอดขายได้เพิ่มขึ้นอย่างน้อยร้อยละ 60 (หากขยายครบยอดขายจะเพิ่มร้อยละ 100) รวมถึงยังคาดว่าตลอดทั้งปีนี้จะสามารถทำรายได้จากการจำหน่ายน้ำมันได้อยู่ที่ประมาณ 4,000 ล้านบาท
ทั้งนี้สำหรับแผนการขยายสถานีบริการในปี 2562 นั้น เพียวยังคงวางเป้าหมายเดิมไว้ว่าจะมีสถานีบริการน้ำมันแบรนด์เอสโซ่ที่เพียวเป็นผู้ดำเนินการรวม 100 แห่งทั่วประเทศ โดยใช้เงินลงทุนอยู่ที่ประมาณ 1,000 ล้านบาท
นอกเหนือจากการจำหน่ายน้ำมันภายใต้แบรนด์เอสโซ่แล้ว ยังต้องขยายธุรกิจเสริม (non oil) เพิ่มเติมด้วย ในเบื้องต้นนั้นมีพันธมิตรของเอสโซ่อยู่แล้ว เช่น ร้านไก่ทอดเคเอฟซี ร้านแมคโดนัล ร้านเบอร์เกอร์คิง ร้านสะดวกซื้อแฟมิลี่มาร์ท และร้านกาแฟ เช่น ร้านอราบิก้า คอฟฟี่ และอื่น ๆ ที่คาดว่าจะทยอยเข้ามารองรับความต้องการของลูกค้าในแต่ละพื้นที่ที่มีความแตกต่างกัน นอกเหนือจากนี้เอสโซ่ยังเปิดโอกาสให้ดีลเลอร์สามารถเลือกธุรกิจเสริมอื่น ๆ นอกจากที่เตรียมไว้ให้ได้ ซึ่งเพียวเองก็กำลังอยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะนำธุรกิจเสริมเข้ามาด้วย
“เรามีฐานลูกค้าเดิมอยู่แล้วส่วนหนึ่ง เมื่อเปลี่ยนปั๊มเป็นแบรนด์เอสโซ่ก็จะมีลูกค้าของเอสโซ่เข้ามาเติมก็ทำให้ยอดขายโดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นประมาณ 400,000-600,000 ลิตร/วัน โดยเฉพาะในโลเกชั่นดี ๆ ยอดขายก็ดีขึ้นอีก รวมถึงลูกค้าที่ถือบัตรสะสมแต้มหรือ ESSO Smiles ก็สามารถใช้บัตรได้ในปั๊มน้ำมันของเพียวที่เปลี่ยนมาเป็นแบรนด์เอสโซ่ได้อีกด้วย ยิ่งทำให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการอีก”
นางกนกพร กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับเงินลงทุนในการขยายสถานีบริการและปรับปรุงสถานีบริการเป็นแบรนด์เอสโซ่ในปี 2562 นั้น นอกเหนือจากเงินลงทุนของเพียวเองแล้ว ส่วนหนึ่งมีแผนที่จะกู้จากสถาบันการเงินภายในประเทศ โดยเอสโซ่เองได้ให้ความช่วยเหลือในการการันตีกับสถาบันการเงินให้กับดีลเลอร์ด้วย
ทั้งนี้เมื่อเพียวขยายสถานีบริการน้ำมันภายใต้แบรนด์เอสโซ่ครบ 100 แห่งทั่วประเทศแล้ว จะกลายเป็นดีลเลอร์เอสโซ่ที่มีสถานีบริการมากที่สุดด้วย และหากมีเครือข่ายสถานีบริการน้ำมันมากขึ้นยอดขายก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
รายงานข่าวจากกรมธุรกิจพลังงาน ระบุว่า ข้อมูลล่าสุดในช่วงไตรมาส 4 ของปี 2560 ที่ผ่านมา มีสถานีบริการน้ำมันทั่วทั้งประเทศรวม 27,338 แห่ง จากผู้ค้าน้ำมันอิสระและผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ โดยบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) มีสถานีบริการน้ำมันมากที่สุดมาเป็นอันดับ 1 รวม 1,775 แห่ง รองลงมาคือ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอร์ยี จำกัด (มหาชน) รวม 1,696 แห่ง บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) รวม 1,114 แห่ง บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) รวม 543 แห่ง บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด และบริษัท เชฟรอน (ไทย) จำกัด เจ้าของแบรนด์คาลเท็กซ์ รวม 354 แห่ง