Skip to content

พิชิต เนติบริกรยุครัฐบาลเศรษฐา เข็นกฎหมายพิเศษ ล้างพิษ คสช.

08 พ.ย. 2566 | 11:02น.
พิชิต เนติบริกรยุครัฐบาลเศรษฐา เข็นกฎหมายพิเศษ ล้างพิษ คสช.

พิชิต ชื่นบาน ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี เป็นตัวละคร (ไม่) ลับ ในทำเนียบรัฐบาล

ทุกวันอังคาร ก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เขาถือแฟ้มวาระ ครม.ประกบ “เศรษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เดินจากตึกไทยคู่ฟ้า ศูนย์กลางอำนาจ ไปยัง “ตึกบัญชาการ 1” อันเป็นสถานที่ประชุมของเสนาบดี สั่งการ-บริหารประเทศ

หนึ่งใน “จ็อบเดสคริปชั่น” คือทำหน้าที่เป็นหนึ่งในทีมงานด้านกฎหมายให้กับนายกฯ ในฐานะ “ที่ปรึกษาของนายกฯ” แม้ก่อนหน้านี้เขาเกือบได้นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

หลังจากอยู่ในทำเนียบได้เดือนเศษ “พิชิต” และทีมงาน ปฏิบัติภารกิจหาทางยกเลิกประกาศคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ยังคงมีผลบังคับใช้ในปัจจุบัน ทำงานคู่ขนานไปกับคณะกรรมการกฤษฎีกา หน่วยหลักด้านกฎหมายของรัฐบาล

คำสั่ง คสช.ที่ใช้อยู่ปัจจุบันมีกว่า 132 คำสั่ง บางฉบับควรแก้ไข บางฉบับควรยกเลิก ให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ

ต่อไปนี้คือ “ลายแทง” ยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ “พิชิต” ร่างแผนปฏิบัติการเป็นลายแทงภารกิจ “รัฐบาล”

เข็นกฎหมายพิเศษ

พิชิตกล่าวว่า การยกเลิกประกาศ-คำสั่งของ คสช. แบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรก ยกเลิกโดยตราเป็นพระราชบัญญัติที่อาศัยอำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติ

เป็นทางแรก ยกเลิกโดยการใช้พระราชบัญญัติกลาง หรือกฎหมายกลางเพื่อยกเลิก เหมือนยุครัฐบาลทักษิณ ชินวัตร

การยกเลิกโดยวิธีนี้จะต้องตราพระราชบัญญัติกลางขึ้นมาหนึ่งฉบับ โดยพระราชบัญญัติกลางจะมีบทบัญญัติให้ยกเลิกประกาศ หรือคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติตามที่ระบุไว้ในบัญชีท้ายพระราชบัญญัติ การยกเลิกโดยวิธีนี้จะทำให้สามารถยกเลิกประกาศ หรือคำสั่งที่ไม่เหมาะสมกับกาลปัจจุบัน หรือเป็นประกาศ หรือคำสั่งที่จำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล และไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญได้ในคราวเดียวกันหลายฉบับ

“ทั้งนี้ หากย้อนไปในอดีตที่ผ่านมา สมัยท่านทักษิณ เป็นนายกรัฐมนตรี ได้นำวิธีดังกล่าวนี้มาใช้เพื่อยกเลิกกฎหมายจำนวน 47 ฉบับ ที่ไม่เหมาะสมกับปัจจุบันมาแล้ว โดยตราเป็นพระราชบัญญัติยกเลิกกฎหมายบางฉบับที่ไม่เหมาะสมกับกาลปัจจุบัน พ.ศ. 2546”

สำหรับประกาศและคำสั่งที่สามารถยกเลิกได้โดยการตราพระราชบัญญัติการยกเลิก เช่น ประกาศ คสช.ฉบับที่ 10/2557 เรื่องให้อำนาจหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี เป็นอำนาจของหัวหน้า คสช. ประกาศ คสช. ฉบับที่ 26/2557 เรื่อง การดูแลและสอดส่องการใช้สื่อออนไลน์

คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 23/2558 เรื่อง มาตรการเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ. 2519 และคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 57/2559 เรื่อง การปรับปรุงการบริหารเพื่อแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้

บางฉบับเคยมีการรายงานการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายตามพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. 2562 มาแล้ว เช่น ประกาศ คสช. ฉบับที่ 26/2557 ที่มีผลการประเมินที่ให้สมควรยกเลิก เนื่องจากเป็นกฎหมายที่หมดความจำเป็น ไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ และเป็นการลดความซ้ำซ้อนของกฎหมาย

หรือคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 23/2558 ที่มีผลการประเมินให้ยกเลิก เนื่องจากเป็นคำสั่งที่ไม่คุ้มค่า หรือไม่ได้สัดส่วนเมื่อเทียบประโยชน์ที่ได้รับกับภาระของประชาชน แต่เพื่อความรอบคอบก่อนจะมีการยกเลิก ควรให้หน่วยงานที่รับผิดชอบกับประกาศหรือคำสั่งแต่ละฉบับ คณะกรรมการกฤษฎีกา และสำนักงานอัยการสูงสุด อีกครั้งหนึ่งก่อน

“ตัวอย่างประกาศ คสช.ที่ถูกประเมินให้ยกเลิกคือ ประกาศ คสช.ฉบับที่ 26/2557 เรื่อง การดูแลและสอดส่องการใช้สื่อออนไลน์ ที่ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เห็นควรให้ยกเลิก เนื่องจาก “เป็นกฎหมายที่หมดความจำเป็น ไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ และเป็นการลดความซ้ำซ้อนของกฎหมาย”

ทางที่สอง ยกเลิกโดยการตรากฎหมาย เพื่อนำหลักการในประกาศหรือคำสั่งไปไว้ในกฎหมายปัจจุบัน

โดยการตราเป็นพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม เช่น ประกาศ คสช. ฉบับที่ 83/2557 เรื่อง การดำเนินการเกี่ยวกับเครื่องเล่นเกมที่สามารถใช้ หรือนำมาประกอบเพื่อใช้เล่นการพนัน ยกเลิกโดยการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการพนัน พุทธศักราช 2478

ประกาศ คสช. ฉบับที่ 99/2557 เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ยกเลิกโดยแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม พ.ศ. 2543

ประกาศ คสช. ฉบับที่ 106/2557 เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยป่าไม้ ยกเลิกโดยแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484

“การยกเลิกโดยวิธีนี้หน่วยงานที่รับผิดชอบกับประกาศหรือคำสั่งแต่ละฉบับจะต้องดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และเสนอเป็นร่างกฎหมายต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อให้ความเห็นชอบ และส่งไปให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา”

ยกเลิกโดยอำนาจ ครม.

พิชิตกล่าวว่า กลุ่มที่ 2 อาศัยอำนาจของฝ่ายบริหารในการยกเลิก แบ่งเป็น 2 ทาง

ทางแรก ยกเลิกโดยการตราพระราชกฤษฎีกา หรือออกกฎกระทรวง การยกเลิกด้วยวิธีนี้ไม่ต้องผ่านกระบวนการตรากฎหมายในสภา

แต่ใช้การออกพระราชกฤษฎีกา คือกฎหมายที่พระมหากษัตริย์ทรงตราขึ้นโดยคำแนะนำของ ครม. เช่น ประกาศ คสช. ฉบับที่ 82/2557 เรื่อง เงินช่วยเหลือ
ผู้ซึ่งออกจากราชการตามโครงการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนดของกระทรวงกลาโหม พ.ศ. 2555 เนื่องจากประกาศดังกล่าวนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการจ่ายเงินในงบประมาณรายจ่ายบางประเภท
การยกเลิกจึงต้องตราเป็นพระราชกฤษฎีกา

หรือออกโดยกฎกระทรวง โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติ หรือพระราชกำหนด เช่น คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 4/2559 เรื่อง การยกเลิกการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมสำหรับการประกอบกิจการบางประเภท

การยกเลิกจะต้องออกเป็นกฎกระทรวง โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2562

“หน่วยงานที่รับผิดชอบกับประกาศ หรือคำสั่งแต่ละฉบับจะต้องพิจารณาเหตุผลและความจำเป็น ว่าสมควรยกเลิกให้ดำเนินการเสนอยกเลิก แต่หากพิจารณาแล้วเห็นว่ามีความจำเป็นต้องให้มีอยู่ต่อไป ก็สามารถดำเนินการเสนอเป็นร่างพระราชกฤษฎีกา หรือจัดทำเป็นกฎกระทรวงแทนได้”

ทางที่สอง แก้ไขหรือยกเลิกได้โดยทำเป็นมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งเป็นการใช้อำนาจทางบริหาร เช่น ประกาศ คสช. ฉบับที่ 96/2557 เรื่องการจัดตั้งศูนย์ดำรงธรรม ประกาศ คสช. ฉบับที่ 98/2557 เรื่อง การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ คำสั่ง คสช. ที่ 77/2557 เรื่อง การกำหนดตำแหน่งเพิ่มและการแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่ง คำสั่ง คสช. ที่ 175/2557 เรื่อง แต่งตั้งคณะอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าว

และคำสั่ง คสช. ที่ 176/2557 เรื่อง แต่งตั้งคณะอนุกรรมการจัดทำบัญชีข้าวคงเหลือของรัฐ เป็นต้น การยกเลิกหรือแก้ไขเพิ่มเติมประกาศหรือคำสั่งในกลุ่ม ควรให้หน่วยงานที่รับผิดชอบกับประกาศหรือคำสั่งแต่ละฉบับพิจารณาเหตุผลและความจำเป็นของประกาศและคำสั่ง หากเห็นว่าสมควรยกเลิกให้ดำเนินการเสนอยกเลิก

“แต่ถ้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับคำสั่ง หรือ ประกาศ คสช.เห็นว่ามีความจำเป็นต้องให้มีอยู่ต่อไป ควรมีการรายงานสถานะหรือความก้าวหน้า และปรับปรุงแก้ไของค์ประกอบของคณะกรรมการบางตำแหน่ง เพื่อให้นายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเข้ามารับผิดชอบการปฏิบัติหน้าที่”

พิชิตกล่าวว่า แม้วิธีการหรือขั้นตอนในการยกเลิก หรือแก้ไขประกาศและคำสั่ง คสช. ที่ยังมีผลใช้บังคับอยู่อาจมีความยุ่งยาก ซับซ้อน และต้องผ่านกระบวนการต่าง ๆ มากมาย อาจมีทั้งส่วนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยในแนวทางของรัฐบาล

แต่บางครั้งอาจเป็นสิ่งจำเป็นต่อประชาชน สังคม และประเทศชาติ เพื่อให้กฎหมายที่บังคับใช้กับประชาชนเป็นกฎหมายที่ถูกตราขึ้นตามครรลองของการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ดังนั้น กฎหมายพิเศษ ซึ่งเป็น “กฎหมายกลาง” ล้างคำสั่ง คสช.จะถูกนำเข้าสู่ที่ประชุม ครม. เพื่อส่งให้ฝ่ายนิติบัญญัติเพื่อไทย เข็นเข้าสภาในเดือนธันวาคมนี้

ประกบกับร่างพระราชบัญญัติยกเลิกประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติและคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ พ.ศ. … นายรังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กับคณะ ของพรรคก้าวไกล

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ครม.เศรษฐา 1 คสช. ที่ปรึกษา