เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ทิสโก้เปิดแผลเศรษฐกิจไทย ส่งออกโตแต่ผลิตไม่โต เสี่ยง “ซึมยาว” 10 ปี
Economic ทิสโก้เปิดแผลเศรษฐกิจไทย ส่งออกโตแต่ผลิตไม่โต เสี่ยง “ซึมยาว” 10 ปี
LINE MAN เตรียมอัดงบฯกระตุ้น ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ เพิ่ม หลังรัฐบาลไปต่อเฟส 2
Business LINE MAN เตรียมอัดงบฯกระตุ้น ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ เพิ่ม หลังรัฐบาลไปต่อเฟส 2
กรมส่งเสริมสหกรณ์ อัด 500 ล้าน ปั้น CDC เป็น “ฮับ” ภูมิภาค ดันยอดขายปี 69 แตะ 5,000 ล้าน
Economic กรมส่งเสริมสหกรณ์ อัด 500 ล้าน ปั้น CDC เป็น “ฮับ” ภูมิภาค ดันยอดขายปี 69 แตะ 5,000 ล้าน
เปิดประวัติ “สลักจิต พงษ์ศิริจันทร์” ว่าที่อธิบดีกรมสรรพากร คนใหม่
Finance เปิดประวัติ “สลักจิต พงษ์ศิริจันทร์” ว่าที่อธิบดีกรมสรรพากร คนใหม่
เกษตรฯ ยันร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช ไม่ตัดสิทธิเกษตรกร เก็บ-แลก-ขายได้
Economic เกษตรฯ ยันร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช ไม่ตัดสิทธิเกษตรกร เก็บ-แลก-ขายได้
ไทยปิดดีลเปิดตลาดลงทุนอาเซียน-ฮ่องกง ดันยานยนต์-แผงวงจรเชื่อมห่วงโซ่จีน
Economic ไทยปิดดีลเปิดตลาดลงทุนอาเซียน-ฮ่องกง ดันยานยนต์-แผงวงจรเชื่อมห่วงโซ่จีน
ราคาทองวันนี้ (22 ก.ย. 69) ร่วงลง 600 บาท ทองรูปพรรณ 68,800 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (22 ก.ย. 69) ร่วงลง 600 บาท ทองรูปพรรณ 68,800 บาท
สทนช.เตือน 22-26 ก.ย. เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันหลายภาค จับตาท้ายเจ้าพระยา 5 จังหวัด
Economic สทนช.เตือน 22-26 ก.ย. เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันหลายภาค จับตาท้ายเจ้าพระยา 5 จังหวัด
กนช.เคาะ 99 โครงการ 509 ล้าน รับมือน้ำท่วม-แล้ง เตือนท้ายเจ้าพระยาน้ำจ่อขึ้น 1.25 เมตร
Economic กนช.เคาะ 99 โครงการ 509 ล้าน รับมือน้ำท่วม-แล้ง เตือนท้ายเจ้าพระยาน้ำจ่อขึ้น 1.25 เมตร
ค่าครองชีพไทยพุ่งแรง น้ำมันดันภาระเพิ่ม 7 เท่า คนกรุงแบกหนักสุดเดือนละกว่า 3,000 บาท
Economic ค่าครองชีพไทยพุ่งแรง น้ำมันดันภาระเพิ่ม 7 เท่า คนกรุงแบกหนักสุดเดือนละกว่า 3,000 บาท
ดูทั้งหมด

ปฏิบัติการ 1027 เมียนมา การรุกกลับของชนกลุ่มน้อย

04 ธ.ค. 2566 | 13:56น.
คอลัมน์ : สามัญสำนึก
ผู้เขียน : ถวัลย์ศักดิ์ สมรรคะบุตร

ช่วงระยะเวลาไม่ถึงเดือน สถานการณ์ในประเทศเมียนมา เพื่อนบ้านของประเทศไทยที่มีแนวพรมแดนติดต่อกันยาวกว่า 2,202 กม.ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก หลังกองกำลังพันธมิตรภราดรภาพ หรือ Brotherhood Alliance ซึ่งประกอบไปด้วยกองกำลังชนกลุ่มน้อย 3 กลุ่มหลัก ๆ

ได้แก่ กองทัพโกก้าง (Myanmar National Democratic Alliance Army หรือ MNDAA), กองทัพตะอางหรือปะหล่อง (Ta’ang National Liberation Army หรือ TNLA) และกองทัพอาระกัน (Arakan Army หรือ AA) เปิดการโจมตีที่ตั้งทางทหาร ด่านตรวจ สถานีตำรวจ และหน่วยงานราชการของเมียนมา ตลอดพื้นที่ทางภาคเหนือของประเทศทั้งในรัฐฉาน-รัฐยะไข่-รัฐโกก้าง ติดชายแดนจีน-อินเดีย ภายใต้รหัส “ปฏิบัติการ 1027”

โดยปฏิบัติการครั้งนี้ ไม่ใช่การซุ่มโจมตีหน่วยทหารของรัฐบาลเมียนมา แต่เป็นการสู้รบทำสงครามกับทหารรัฐบาลเมียนมาเต็มรูปแบบ ด้วยการยึดค่ายทหาร จุดตรวจ จุดผ่านแดนเมียนมา-จีน ด่านการค้าขาย และยึดเมืองชายแดนได้หลายเมือง โดยไม่มีทีท่าว่า กองกำลังพันธมิตรภราดรภาพ จะถอนกำลังออกไป

หลังบรรลุวัตถุประสงค์ในการเข้าโจมตีแล้ว ในสัปดาห์แรก ๆ ที่กองกำลังเปิดฉากโจมตีที่ตั้งทางทหารของรัฐบาลมีความเชื่อกันว่า จะเป็นไปเพื่อการกวาดล้าง “ขบวนการจีนเทา” ที่อาศัยเข้ามาใช้พื้นที่ในรัฐฉานแถบเมืองชายแดนดำเนินธุรกิจผิดกฎหมาย ทั้งยาเสพติด การค้ามนุษย์ การต้มตุ๋นทางออนไลน์ และอาชญากรรมทางไซเบอร์

ซึ่งแน่นอนว่า จีนได้เรียกร้องให้รัฐบาลทหารเมียนมาดำเนินการปราบปรามมาโดยตลอด แต่ไม่ปรากฏผลเป็นรูปธรรมอันใด การบุกโจมตีเมืองชายแดนอันเป็นที่ตั้งของ กระบวนการจีนเทา 4 ตระกูลใหญ่ ย่อมเป็นปฏิบัติการทางทหารที่สร้างความพึงพอใจให้กับฝ่ายจีน และเชื่อกันในวงการวิเคราะห์ทางการเมืองในเมียนมาว่า ปฏิบัติการเหล่านี้จะสิ้นสุดลงโดยเร็ว

ทว่าแม้การดำเนินการโค่นล้มผู้มีอิทธิพลในกลุ่ม 4 ตระกูลจีนเทาจะเสร็จสิ้น ด้วยการกวาดล้างจับกุมส่งตัวไปดำเนินคดี แต่ปฏิบัติการทางทหารของกองกำลังพันธมิตรภราดรภาพ กลับไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น ปรากฏมีการร่วมมือกับฝ่ายต่อต้านรัฐบาลทหารเมียนมาอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็น กองทัพเพื่อปกป้องประชาชน (PDF) ในรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (MUG) ตลอดจนกองกำลังกะเหรี่ยง เปิดฉากการรบไปทั่ว

ที่สำคัญก็คือ มีแต่ข่าวกองทหารรัฐบาลทหารเมียนมาประสบความพ่ายแพ้ มีหน่วยทหารหลายแห่งถึงกับยอมมอบตัวต่อกองกำลังพันธมิตรภราดรภาพเป็นจำนวนหลายร้อยคนโดยเชื่อกันว่า ทหารรัฐบาลเมียนมาประสบปัญหาขวัญและกำลังใจในการรบตกต่ำลงจากการไม่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลทหารอย่างเพียงพอ

จนนับเป็นสถานการณ์วิกฤตของรัฐบาลทหารของ พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย นายกรัฐมนตรีและผู้นำการก่อรัฐประหาร จนต้องเรียกประชุม สภาความมั่นคงและการป้องกันแห่งชาติ (National Defense and Security Council) ฉุกเฉินในต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาเพื่อหารือถึงสถานการณ์สู้รบในรัฐฉาน

ขณะที่จีนในฐานะที่มีแนวพรมแดนติดต่อกับเมียนมาทางภาคใต้ของประเทศและยังมีส่วนได้ส่วนเสียในการปราบปราม กลุ่มจีนเทาในรัฐฉาน ก็ได้แสดงท่าทีเรียกร้องให้ยุติการสู้รบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ทางตอนเหนือ แต่ไม่ได้มีนัยสำคัญอะไรมากไปกว่านั้นว่า แท้จริงแล้วจีนมีความโน้มเอียงไปในทิศทางไหน อีกด้านหนึ่งจีนก็ส่งเรือรบเข้ามาร่วมซ้อมรบกับรัฐบาลทหารเมียนมาด้วย

ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ได้ออกแถลงการณ์เรื่องความขัดแย้งทางตอนเหนือของรัฐฉาน เมียนมา และเรียกร้องให้ยุติความรุนแรงทันที มีนัยสำคัญ 2 ข้อ ได้แก่ การเปิดให้ความช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรม กับการเปิดช่องให้มีการอพยพชาวต่างชาติ (รวมถึงคนไทย) ที่ติดอยู่ในพื้นที่การสู้รบออกมา แต่ รมต.ต่างประเทศอาเซียนก็ยังย้ำถึงการปฏิบัติตามฉันทามติ 5 ข้อ “อย่างเต็มที่” ทั้ง ๆ ที่สถานการณ์ในเมียนมาได้พัฒนาเข้าใกล้สงครามกลางเมืองเต็มทีแล้ว