เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (5 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 1.98% อยู่ที่ 86,362 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (5 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 1.98% อยู่ที่ 86,362 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (5 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (5 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ดวงรายสัปดาห์ 4-10 ตุลาคม 2569
ดวง ดวงรายสัปดาห์ 4-10 ตุลาคม 2569
สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
Biz Movement สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
Business เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
Real Estate ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
ดูทั้งหมด

นักลงทุนเฮ “ซานต้า” เฟด ตรึงดอกเบี้ยแจกของขวัญส่งท้ายปี

15 ธ.ค. 2566 | 17:28น.
เจอโรม เพาเวลล์
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจ
ผู้เขียน : นงนุช สิงหเดชะ

คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติเอกฉันท์เมื่อวันที่ 13 ธันวาคมที่ผ่านมา ตรึงดอกเบี้ยไว้ระดับเดิมที่ 5.25-5.5% นับเป็นการตรึงครั้งที่ 3 ติดต่อกัน เป็นไปตามที่ตลาดคาดหมาย ทำให้เกิดความคาดหวังในวงกว้างว่านี่อาจเป็นการสิ้นสุดวัฏจักรการขึ้นดอกเบี้ย หลังจากก่อนหน้านี้เฟดได้ขึ้นดอกเบี้ยถึง 11 ครั้ง จนดอกเบี้ยสูงที่สุดในรอบ 22 ปี

นอกจากคงดอกเบี้ยแล้ว คณะกรรมการยังส่งสัญญาณว่าอาจมีการลดดอกเบี้ยอย่างน้อย 3 ครั้ง ครั้งละ 0.25% ในปี 2024 ตามด้วย หั่นอีก 4 ครั้งในปี 2025 และอีก 3 ครั้งในปี 2026 ทำให้สุดท้ายดอกเบี้ยจะปรับลงไปอยู่ในช่วง 2-2.25%

หลังจากทราบผลการประชุมและหลังจาก “เจอโรม พาวเวลล์” ประธานเฟด แถลงข่าว ตลาดตีความว่าเฟดอาจหั่นดอกเบี้ยมากกว่านั้นในปี 2024 หรืออาจปรับลดถึง 1.5% ขณะเดียวกันถ้อยแถลงของคณะกรรมการที่ระบุว่า จะใช้ปัจจัยหลายอย่างมาพิจารณาร่วมสำหรับการ “เพิ่มความเข้มงวดใด ๆ ด้านนโยบาย” ซึ่งเป็นคำที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ทำให้เป็นเหมือนสัญญาณว่าจะไม่มีการขึ้นดอกเบี้ยอีกแล้ว

การคงอัตราดอกเบี้ยครั้งนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อที่สดใสขึ้น หลังจากเคยพุ่งสูงรอบ 40 ปี เนื่องจากเงินเฟ้อผ่อนคลายลง โดยเฟดประเมินว่าเงินเฟ้อปี 2023 จะอยู่ที่ 3.2% ปี 2024 อยู่ที่ 2.4% ปี 2025 อยู่ที่ 2.2% และจะเข้าสู่เป้าหมายที่ 2% ในปี 2026 ทั้งนี้ พาวเวลล์ระบุว่า เป็นข่าวดีมาก ๆ ที่เงินเฟ้อปรับลงมาจากจุดสูงสุด และไม่ก่อให้เกิดการว่างงานอย่างมีนัยสำคัญ

ขณะเดียวกันข้อมูลเศรษฐกิจที่เผยแพร่ออกมาในสัปดาห์เดียวกัน แสดงให้เห็นว่าทั้งดัชนีราคาผู้บริโภคและขายส่งในเดือนพฤศจิกายนแทบไม่เปลี่ยนแปลง ซึ่งนักวิเคราะห์บางรายชี้ว่า หากวัดด้วยมาตรการบางอย่างเท่ากับว่าเฟดเข้าใกล้เป้าหมายเงินเฟ้อ 2% แล้ว

ในด้านอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจ แถลงการณ์ของคณะกรรมการระบุว่า “ชะลอตัวลง” หลังจากก่อนหน้านี้เคยกล่าวว่า เศรษฐกิจ “ขยายตัวในอัตราแข็งแกร่ง” ส่วนประธานเฟดกล่าวระหว่างการแถลงต่อสื่อมวลชนว่า ตัวชี้วัดเศรษฐกิจบ่งบอกว่ากิจกรรมเศรษฐกิจชะลอตัวอย่างมากจากที่เติบโตมากเกินไปในไตรมาส 3 ถึงกระนั้น จีดีพีก็อยู่ในเส้นทางที่จะขยายตัวได้ 2.5% ตลอดปี 2023

คณะกรรมการยังได้ปรับเพิ่มคาดการณ์จีดีพีปี 2023 เป็น 2.6% เพิ่มขึ้น 0.5% จากคาดการณ์ครั้งก่อนหน้า ส่วนปี 2024 คาดว่าจะเติบโต 1.4% ไม่เปลี่ยนแปลงจากครั้งก่อนหน้า อัตราว่างงาน 3.8% ไม่เปลี่ยนแปลง ส่วนปี 2024 เป็นต้นไป คาดว่าการว่างงานจะเพิ่มขึ้นเป็น 4.1%

มติของเฟดในการตรึงดอกเบี้ยและส่งสัญญาณจะลดดอกเบี้ยหลายครั้งในปีหน้า สร้างความพอใจให้กับนักลงทุน ส่งผลให้ดัชนีดาวโจนส์พุ่งทะยาน 512.30 จุด หรือ 1.4% ปิดตลาดที่ 37,090.24 จุด และเป็นครั้งแรกที่ปิดเหนือ 37,000 จุด ทุบสถิติครั้งก่อนหน้าที่เคยทำไว้ ในส่วนดัชนีเอสแอนด์พี 500 ก็สามารถปิดตลาดเหนือระดับ 4,700 จุด เป็นครั้งแรกนับจากเดือนมกราคม 2022 โดยเพิ่มขึ้น 1.37% ปิดที่ 4,707.09 จุด แนสแดคปิดที่ 14,733.96 จุด เพิ่มขึ้น 1.38%

นอกจากนี้ทั้งสามดัชนีหลักดังกล่าวยังทำสถิติสูงสุดใหม่ในรอบ 52 สัปดาห์ และหากนับจากต้นปีจนถึงปัจจุบัน เท่ากับว่าดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 11.9% เอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 22.6% และแนสแดค 40.8%

คำกล่าวของประธานเฟด ไม่ว่าจะเป็นการบอกว่า “การขึ้นดอกเบี้ยไม่ใช่กรณีพื้นฐานอีกต่อไป” หรือการบอกว่าเงินเฟ้อมีความคืบหน้า และการส่งสัญญาณว่าเฟดเต็มใจจะลดดอกเบี้ยแม้ว่าเศรษฐกิจจะไม่เข้าสู่ภาวะถดถอยในปี 2024 ทำให้นักวิเคราะห์ตีความว่า การขึ้นดอกเบี้ยจบแล้ว และเข้าสู่รอบที่จะเริ่มลดดอกเบี้ย

กีนา โบลวิน ประธานโบลวิน เวลธ์ แมเนจเมนต์ กรุ๊ป กล่าวว่า ในที่สุดเฟดก็มอบของขวัญล่วงหน้าให้กับวันหยุดพักผ่อนที่กำลังจะมาถึง “เป็นครั้งแรกที่เฟดเอ่ยถึงเงินเฟ้อในแง่บวก เฟดเคลื่อนไหวในทิศทางที่สอดคล้องกับตลาด มากกว่าตลาดเคลื่อนไหวสอดคล้องกับเฟด ซานต้าแรลลี่ อาจจะดำเนินต่อไป” โบลวินระบุ