เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ZEEKR PRIMUS อัดแคมเปญ มอบสิทธิพิเศษกว่า 500,000 บาท
Automotive ZEEKR PRIMUS อัดแคมเปญ มอบสิทธิพิเศษกว่า 500,000 บาท
คลังสั่งสรรพสามิตพิจารณาเกณฑ์ MIT คำนวณอัตราภาษีจาก Local Content ยันไม่ได้เอาใจค่ายรถญี่ปุ่น
Finance คลังสั่งสรรพสามิตพิจารณาเกณฑ์ MIT คำนวณอัตราภาษีจาก Local Content ยันไม่ได้เอาใจค่ายรถญี่ปุ่น
สหรัฐ ดัน ‘Super AI’ จับมือไทย ยกระดับรัฐบาลดิจิทัล-ไซเบอร์
Tech สหรัฐ ดัน ‘Super AI’ จับมือไทย ยกระดับรัฐบาลดิจิทัล-ไซเบอร์
ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 800 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,000 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 800 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,000 บาท
กทม.ขยาย ‘ถนนซอยปลูกจิต’ เป็น 4 เลน เชื่อมโครงข่าย บรรเทารถติด ‘วิทยุ-พระรามที่ 4’
Real Estate กทม.ขยาย ‘ถนนซอยปลูกจิต’ เป็น 4 เลน เชื่อมโครงข่าย บรรเทารถติด ‘วิทยุ-พระรามที่ 4’
TITLE อวดรายได้พุ่ง 119% มั่นใจยอดขายแตะ 6 พันล้าน Q4 เปิดตัวคอนโดฯหาดใหม่
Real Estate TITLE อวดรายได้พุ่ง 119% มั่นใจยอดขายแตะ 6 พันล้าน Q4 เปิดตัวคอนโดฯหาดใหม่
ออริจิ้น x สมิติเวช ผุดเฮลท์คอมมิวนิตี้ เสิร์ฟแพ็กเกจสุขภาพดูแลลูกบ้าน 3 ปี
Real Estate ออริจิ้น x สมิติเวช ผุดเฮลท์คอมมิวนิตี้ เสิร์ฟแพ็กเกจสุขภาพดูแลลูกบ้าน 3 ปี
‘ไบแนนซ์’ กับเกาหลีเหนือ
World ‘ไบแนนซ์’ กับเกาหลีเหนือ
กาแฟพันธุ์ไทย 14 ปี ชงมุก-ชงเมนู D.I.Y. ดึงคนต่างเจนร่วมสร้างแบรนด์
Business กาแฟพันธุ์ไทย 14 ปี ชงมุก-ชงเมนู D.I.Y. ดึงคนต่างเจนร่วมสร้างแบรนด์
TCS เผยผลศึกษา AI ในองค์กรชี้มีเพียง 10% ที่ยอมให้ AI ทำงานโดยไร้คนควบคุม
Economic TCS เผยผลศึกษา AI ในองค์กรชี้มีเพียง 10% ที่ยอมให้ AI ทำงานโดยไร้คนควบคุม
ดูทั้งหมด

กสิกรไทย เล็งถอนลงทุนหุ้นจีน หลังดัชนีตกต่อเนื่อง 3 ปี

12 ม.ค. 2567 | 17:47น.
กสิกรไทย

เคแบงก์ไพรเวตแบงกิ้ง เผยอยู่ระหว่างทบทวนลดพอร์ตการลงทุนในจีนที่มีอยู่ 3% หลังหุ้นลงติดต่อกัน 3 ปี นักลงทุนขาดความเชื่อมั่น เผชิญแรงกดดันสงครามการค้า-เศรษฐกิจชะลอตัว พร้อมแนะนำการลงทุนภายใต้ดอกเบี้ยขาลง ชู “ตราสารหนี้” เหมาะสมภาวะตลาดผันผวน

วันที่ 12 มกราคม 2567 นายจิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์ Executive Chairman, Private Banking Group ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ตอนนี้ธนาคารอยู่ระหว่างการพิจารณาทบทวนการถอนพอร์ตลงทุนในจีนออกไปก่อน เนื่องจากในมุมมองของนักลงทุนจีนยังไม่ใช่เป้าหมาย เพราะยังคงเผชิญแรงกดดันด้านความเชื่อมั่น และสงครามทางการค้าที่จะเพิ่มขึ้นหลังจากการเลือกตั้งสหรัฐเกิดขึ้น รวมถึงนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของจีนอาจจะยังไม่เพียงพอ

ทั้งนี้ ปัจจุบันเคแบงก์ไพรเวตแบงกิ้ง มีสัดส่วนพอร์ตการลงทุนในจีน ทั้งในส่วนกองทุน หุ้น พันธบัตร เป็นต้น มีสัดส่วนอยู่เพียง 3% หากเทียบกับพอร์ตการลงทุนทั้งหมด อย่างไรก็ดี สัดส่วนการลงทุนของลูกค้าอาจจะสูงกว่าพอร์ตรวม เนื่องจากลูกค้าค่อนข้างชอบจีน และไม่ยอมขาดทิ้ง ส่งผลให้เกิดการขาดทุน โดยบางรายขาดทุนเฉลี่ย 20-30% หรือบางรายถึง 50% ซึ่งธนาคารอาจจะต้องแนะนำลูกค้าว่าการถือต่ออาจจะไม่มีประโยชน์ อาจต้องหาการลงทุนใหม่ เพื่อรอเศรษฐกิจกลับมาเป็นปกติ เนื่องจากจีนยังคงมีพื้นฐานที่ดี

จิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์
จิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์

“หุ้นจีนเราจะเห็นว่าติดหล่ม โดยในช่วง 2-3 ปีหุ้นลงต่อเนื่องติดต่อกัน ซึ่งไม่เคยมีมาก่อน ดังนั้น เราอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะถอนพอร์ตการลงทุนทั้งหมดออกไปหรือไม่ หรือจะค่อย ๆ ลดสัดส่วนการลงทุนในจีนลดลง โดยจะขอพิจารณาจากข้อมูลใหม่ ๆ ที่จะออกมาในช่วง 2 สัปดาห์ข้างหน้าก่อน จะสามารถให้ความชัดเจนได้ อย่างไรก็ดี การพิจารณาเมื่อถอนออกมาแล้ว จะไปไหนต่อ ซึ่งเรายังคงลังเลพอสมควร”

นายจิรวัฒน์กล่าวต่อไปว่า ภาพรวมเศรษฐกิจโลกในปี 2567 ปรับตัวดีขึ้น และยังคงมีความเสี่ยงอยู่ โดยเป็นภาพสะท้อนการเติบโตช้า (Soft Landing) โดยอัตราเงินเฟ้อไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้น แม้ว่าอัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ซึ่งมองว่าในปี 2566 เป็นปีที่อัตราดอกเบี้ยสูงสุด ดังนั้นในปีนี้เป็นปีที่ดอกเบี้ยจะไม่ได้ปรับขึ้น และมีแนวโน้มลดลง

โดยมีการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดดอกเบี้ย 4 ครั้งในปีนี้ ครั้งละ 0.25% ต่อปี รวม 1% และในปี 2568 ลดลงอีก 4 ครั้ง หรือ 1% ซึ่งรวมเฟดลดดอกเบี้ยรวม 2% จากดอกเบี้ยปัจจุบันอยู่ที่ 5.5% เหลือ 3.5% แม้ว่ามีการปรับลดดอกเบี้ยต่อเนื่อง แต่ไม่ได้เป็นการปรับลดลงรุนแรง เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อทยอยปรับลดลงแล้ว ซึ่งนักลงทุนคาดการณ์ว่าจะมีการปรับลดดอกเบี้ยดังกล่าวถึง 68% โดยจะเริ่มมีการปรับลดตั้งแต่เดือนมีนาคม มิถุนายน กันยายน และธันวาคม ตามลำดับ

อย่างไรก็ดี ในกรณีที่ประชาชนสหรัฐออกมาใช้จ่ายค่อนข้างเยอะ อาจทำให้เงินเฟ้อกลับมาสูง อาจทำให้เฟดกลับมาใช้นโยบายการเงินเข้มงวด หรือเกิดภาวะเศรษฐกิจ Hard Landing ซึ่งจะมีแรงกระแทกต่อเศรษฐกิจค่อนข้างมาก

“แม้ว่าเงินเฟ้อที่ประกาศออกมาจะสูงกว่าคาดการณ์เล็กน้อย แต่นักลงทุนยังมองว่าความเป็นได้ที่เฟดจะลดดอกเบี้ยยังสูงถึง 68% แต่หากไม่ได้เป็นไปตามคาดอาจจะต้องรอดูข้อมูลว่าอัตราเงินเฟ้อจะเป็นอย่างไร อัตราการว่างงาน การจ้างงาน ซึ่งจะเป็นตัวประกอบในการตัดสินใจ แต่ความเป็นไปได้ที่จะ Hard Landing ค่อนข้างน้อย”

ดังนั้น การจัดพอร์ตลงทุนภายใต้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาลง โดยสัดส่วนการลงทุนประมาณ 50-70% จะอยู่ในพอร์ตหลัก (Core portfolio) โดยเลือกกองทุนผสมแบบ Risk-based approach ที่กระจายความเสี่ยงทั้งในหุ้น ตราสารหนี้ โภคภัณฑ์ รวมทั้งค่าความผันผวน (VIX Index) ที่ใช้หลักการจัดการลงทุนอย่างเป็นระบบ มีกฎเกณฑ์ชัดเจน ไม่ขึ้นกับการคาดการณ์ของตลาดหรือผู้จัดการกองทุน ด้วยกลยุทธ์หลักที่บริหารเชิงรุกและยืดหยุ่นสูง ตามวัฏจักรเศรษฐกิจและดัชนีตลาดที่สำคัญ

และสัดส่วนประมาณ 30-50% เป็นพอร์ตเสริม (Satellite portfolio) จะแบ่งการลงทุนในตราสารหนี้ เช่น พันธบัตรรัฐบาลระยะยาว จากอัตราดอกเบี้ยในปัจจุบันที่อยู่ในระดับสูง ทำให้ผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ยมีความน่าสนใจ และยังมีโอกาสได้กำไรจากส่วนต่างราคาเมื่อเฟดปรับลดดอกเบี้ย นอกจากนี้ พันธบัตรรัฐบาลถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยและช่วยกระจายความเสี่ยงได้ดี หากเศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะชะลอตัว โดยแนะนำให้ลงทุนในกองทุน K-GDBOND และ TUSBOND

หุ้นกู้ที่มีอันดับเครดิตดี ในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วให้เน้นลงทุนใน หุ้นกู้ที่มีอันดับเครดิตระดับลงทุนได้ (Investment Grade, IG) ซึ่งรวมถึงตราสารหนี้ประเภท CoCo Bond ที่ออกโดยสถาบันการเงินที่มีฐานะการเงินแข็งแกร่ง และให้ผลตอบแทนน่าสนใจ หลังดอกเบี้ยปรับสูงขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมา สำหรับหุ้นกู้กลุ่ม High Yield (HY) อาจมีความเสี่ยงจากเศรษฐกิจชะลอตัวและมีความเสี่ยงด้านสภาพคล่องหลังต้นทุนดอกเบี้ยสูงขึ้น โดยแนะนำให้ลงทุนในกองทุน UPINCM-N

อาทิ หุ้นกลุ่ม Growth ทั่วโลก หลังดอกเบี้ยผ่านจุดสูงสุดและจะเข้าสู่วัฏจักรดอกเบี้ยขาลงย่อมเป็นประโยชน์ต่อหุ้นกลุ่มเติบโตสูง โดยแนะนำกระจายลงทุนทั่วโลก เนื่องจากหุ้นเทคในสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้นมาค่อนข้างมากในปี 2566 โดยแนะนำให้ลงทุนในกองทุน K-CHANGE และหุ้นตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) นอกจากจะได้ประโยชน์จากศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจที่โดดเด่นแล้ว ยังได้รับแรงหนุนจากกระแสเงินทุนที่จะไหลเข้า หลังเฟดส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย ทำให้ดอลลาร์สหรัฐมีแนวโน้มอ่อนค่า เป็นบวกต่อการลงทุนในตลาด เกิดใหม่ โดยแนะนำให้ลงทุนในกองทุน PRINCIPAL VNEQ และ K-INDIA

สำหรับการลงทุนทางเลือก เช่น กลยุทธ์เฮดจ์ฟันด์ เช่น กลยุทธ์มหภาค และเทรดตามแนวโน้ม (Trend following) ช่วยสร้างผลตอบแทนและกระจายความเสี่ยง จากความสามารถในการใช้หลากหลาย Indicators รวมทั้ง Long/Short ในสินทรัพย์หลัก ทั้งหุ้น และตราสารหนี้ โดยแนะนำให้ลงทุนในกองทุน ASP-LEGACY-UI และ LHMCMULTIUI

และกลยุทธ์ซื้อขายสกุลเงินหลักของโลก ลงทุนในสกุลเงินหลักที่คาดว่าจะแข็งค่าขึ้น จากปัจจัยด้านพื้นฐาน เช่น ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย แนวโน้มเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อดุลการชำระเงิน รวมทั้งกระแสเงินไหลเข้า-ออก โดยแนะนำให้ลงทุนในกองทุน DAOL-FXALPHA-UI

“การลงทุนในพอร์ตหลัก จะแนะนำสัดส่วนถือมากกว่า 50% โดยเราจะเอาความเสี่ยงเป็นที่ตั้ง โดยความเสี่ยงต้องสมดุลและคงที่ ซึ่งจะตั้งค่าความเสี่ยงไม่ควรเท่าไร หากกรณีตัวไหนเสี่ยงสูงเราก็ขาย เสี่ยงน้อยก็ซื้อ และกรณีความเสี่ยงขึ้นพร้อมกัน เราก็หันมาถือเงินสด แต่เราจะสร้างอัตราทดด้วยการลงทุนในตราสารหนี้อนุพันธ์ เพราะเราเชื่อว่า Core Port เป็นกระดูกสันหลังและกองทุนที่เราเสนอสามารถรองรับได้ทุกภาวะ”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กสิกรไทย