“กัมพล สิ่งทอ” ผลักดันอุตสาหกรรมการ์เมนท์ไทย สู่ Soft Power
กัมพล สิ่งทอฯ บริษัทคนไทย ฐานะผู้ผลิตวัตถุดิบ ประเภทผ้า ที่สยายปีกตีตลาดรอบทิศทาง โดยใช้ Inno Creation มุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด Textile Specialist Strategic เป็นตัวชูโรง พร้อมจับมือภาครัฐ เข้าร่วมโครงการ Thailand Textile Tag ภายใต้ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม สร้างมาตรฐานอุตสาหกรรมการ์เมนท์ไทย ขานรับนโยบาย Soft Power แห่งอนาคต

นายสกลธีร์ ชีพชล ผู้จัดการบริษัท กัมพล สิ่งทอ จำกัด กล่าวว่า บริษัทฯ เป็นผู้ผลิตวัตถุดิบผ้าจำหน่ายในย่านเยาวราชและสำเพ็ง ซึ่งเปิดกิจการมากว่า 15 ปี และในปัจจุบันได้มีการขยายธุรกิจจากผู้ผลิตผ้าผืนในประเทศและต้องการยกระดับผ้าผืนจากเดิมให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น เน้นผ้าเฉพาะทาง พร้อมทั้งสร้างการเรียนรู้ให้ผู้บริโภคได้รู้จักและรับรู้การยกระดับผ้าผืนให้แตกต่างจากเดิมด้วยการต่อยอดเป็นผ้าประหยัดพลังงาน ผ้าระบายความร้อน ผ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผ้าที่ใส่แล้วระบายความร้อนได้ดี แอนตี้แบททีเรีย ไม่ยับง่าย ซึ่งเราได้พัฒนานวัตกรรมประเภทผ้ามาอย่างต่อเนื่อง จนต่อยอดเข้าร่วมโครงการพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์สิ่งทอเข้าสู่มาตรฐานอุตสาหกรรม (DIPROM Thailand Textile Tag) ของทางกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม เมื่อปีที่ผ่านมา เพื่อให้ได้มาตรฐานที่ดีมีคุณภาพอย่างแท้จริง และสามารถผ่านการรับรองฉลากคุณภาพผลิตภัณฑ์สิ่งทอไทย หรือ Thailand Textile Tag ได้สำเร็จ
ในภาพรวมผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก คือ 1. กลุ่มผ้าชุดยูนิฟอร์มให้ราชการและเอกชน คิดเป็นสัดส่วน 80 % 2.กลุ่มผ้าทำธงราชนาวี ที่เป็นต้นแบบให้กับธงต่างๆ 3.กลุ่มผ้าชุดตำรวจ สายตรวจ จราจร ที่แก้ปัญหาเรื่องการระบายความร้อน สวมใส่สบาย นอกจากนี้แล้วยังมีความแตกต่างของคุณภาพสินค้าทั้งความเรียบเนียนของการสัมผัส ความสบายแบบรู้สึกได้จริงเมื่อสวมใส่ เพราะเราใส่ใจตั้งแต่โครงสร้างภายในของผ้า การทอ และการ Finishing สิ่งทอ และใส่ใจการผลิตผ้าที่มุ่งเน้น BCG เรื่องประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตอบโจทย์การลดการใช้พลังงานได้ อันสอดคล้องกับนโยบายภาครัฐและนโยบายของบริษัทฯ เพื่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero)

สำหรับผลิตภัณฑ์ ที่ผ่านรับรอง ฉลากคุณภาพผลิตภัณฑ์สิ่งทอไทย หรือ Thailand Textiles Tag ของกัมพลสิ่งทอในปี 2566 คือ ผ้าทอ 65% Polyester ผสม Rayon 35% และ ผ้าทอ Polyester 100% ซึ่งสามารถนำมาต่อยอดออกแบบดีไซน์ สร้างแบรนด์เป็นผลิตภัณฑ์ได้อีกหลากหลาย เช่น ผ้าม่าน เสื้อผ้า ชุดยูนิฟอร์มต่างๆ หลังจากได้เข้าร่วมกิจกรรมก็ได้รับโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการตลาด รวมทั้งกิจกรรมอื่นๆ มากมาย
ส่วนทางด้านการทำตลาดเราจะเน้นขายจากลูกค้าประจำที่มีฐานเดิมอยู่แล้วนำไปผลิตเป็นชุดสำเร็จ หรือ Consumer Product ต่อไป ตลอดจนการจำหน่ายผ่านระบบออนไลน์ และอัพเดรทข้อมูลข่าวสารต่างๆ รวมถึงผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ของบริษัทฯ บน facebook : KPtex ซึ่งมีการโปรโมทผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มมากขึ้น เพื่อเน้นการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้หลากหลายกลุ่มยิ่งขึ้น นอกจากนี้กำลังการผลิตนั้นเพียงพอต่อความต้องการของกลุ่มลูกค้าและพาร์ทเนอร์ ล่าสุดปีนี้ยังได้มีการพัฒนา กลุ่ม Home Tech ร่วมกับพาร์ทเนอร์ ผลิตเป็นผ้าม่านป้องกันยูวี แอนตี้แบคทีเรีย ลดการแพร่กระจาย และยับยั้งฝุ่นละอองในผ้าม่าน ภายใต้แบรนด์ “รัก” หรือ Love Textile เพื่อคนที่คุณรักอีกด้วย
นายสกลธีร์ ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “โดยเรื่องมาตรฐานเป็นสิ่งสำคัญ ยกตัวอย่าง เช่น ถ้าลูกค้าเลือกซื้ออาหารและยา จะต้องมี อย.รับรอง ซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า จะมี มอก.รับรอง แต่ถ้าซื้อสินค้ากลุ่มสิ่งทอ และเสื้อผ้า ต้องมี Thailand Textiles Tag รับรอง เพื่อจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดี นั่นเอง ในฐานะผู้ประกอบการไทย อยากให้อุตสาหกรรมสิ่งทอไทยก้าวสู่ตลาดโลก และการมีโครงการ Thailand Textiles Tag ซึ่งรายที่ผ่านมาตรฐานฯ และได้รับฉลาก Thailand Textiles Tag มาติดบนผ้าทุกชิ้น จะเป็นโอกาสที่ดีด้านการเป็นด่านแรกในการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าจากผู้บริโภค ที่มั่นใจในคุณภาพ ส่งผลการเติบโตขยายตัวให้กับอุตสาหกรรมการ์เมนท์ไทย ในอนาคตอย่างแน่นอน”

อุตสาหกรรมสิ่งทอ เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่รัฐบาลให้ความสำคัญ ในการผลักดันให้เป็นซอฟท์พาวเวอร์ แม้รัฐได้ให้การสนับสนุนหลายด้าน ตั้งแต่การพัฒนาองค์ความรู้ นวัตกรรมวัตถุดิบประเภทผ้า การออกแบบแฟชั่น แต่ส่วนตัวมองว่า อยากให้รัฐสนับสนุนแบบระยะยาว (Long Term) ตั้งแต่ตลาดรับซื้อวัตถุดิบ การหาแหล่งจัดจำหน่าย รวมถึงการประชาสัมพันธ์ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ สู่การแปรรูปเป็นสินค้า Consumer จะทำให้ภาคอุตสาหกรรมการ์เมนท์ไทยทั้งระบบเติบโต เป็น Soft Power ระดับโลกอย่างแท้จริง และระยะยาว จึงอยากจะขอเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมเชิญชวนผู้ประกอบการสมัครเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อขอฉลาก Thailand Textiles Tag ในปี 2567 นี้ และชวนผู้บริโภคหันมาใช้สินค้าสิ่งทอแฟชั่นที่ผลิตโดยคนไทย ภายใต้ฉลากนี้ เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการและเศรษฐกิจไทยให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน“ นายสกลธีร์ กล่าวพร้อมกับเพิ่มเติมว่า
ฉลากคุณภาพผลิตภัณฑ์สิ่งทอไทย (Thailand Textiles Tag) เป็นเครื่องหมายรับรองผลิตภัณฑ์สิ่งทอที่ผลิตในประเทศไทยและได้รับการพัฒนาคุณภาพ โดยผ่านการตรวจสอบตามหลักเกณฑ์มาตรฐานสากล โดยหลักเกณฑ์การให้การรับรองเครื่องหมาย Thailand Textiles Tag นั้น มุ่งเน้นให้ความสำคัญกับคุณภาพของเนื้อผ้า ความคงทนของสี และความปลอดภัยจากสารเคมีตกค้าง รวมถึงวัตถุดิบที่ใช้และกระบวนการผลิตที่เกิดขึ้นในประเทศไทย และพิจารณาจากแหล่งกำเนิดของสินค้าโดยยึดตามหลักสากลได้แก่
– เส้นด้ายที่ผลิตในประเทศไทย (Yarn Forward) หมายถึง กรณี ผู้ประกอบการซื้อเส้นใยแล้วนำมาผ่านกระบวนการปั่นเป็นเส้นด้ายในประเทศไทย
– ผ้าผืนที่ผลิตในประเทศไทย (Fabric Forward) หมายถึง กรณี ผู้ประกอบการซื้อเส้นด้ายแล้วนำมาผ่านกระบวนการทอ หรือ ถัก เป็นผ้าผืนในประเทศไทย รวมถึงผ่านกระบวนการฟอก ย้อม พิมพ์ และตกแต่งสำเร็จในประเทศไทยด้วย
โดยผู้สนใจสามารถสอบถามได้ที่ สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ โทร. 0 2713 5492 – 9 ต่อ 542 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ Facebook : ฉลากคุณภาพผลิตภัณฑ์สิ่งทอไทย และ www.thailandtextilestag.com