Bitcoin ทำจุดสูงสุดในรอบสองปี กองทุนยักษ์ชะลอการเทขาย
Bitcoin ทะลุ 50,000 เหรียญสหรัฐ สูงสุดในรอบ 2 ปี หลังจากกองทุน Greyscale Investment ชะลอการเทขายกอง Grayscale Bitcoin Trust กว่า 415 ล้านเหรียญสหรัฐในสัปดาห์ที่แล้ว
วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2567 ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา ราคาบิตคอยน์ Bitcoin พุ่งทะลุระดับ 50,000 เหรียญสหรัฐ เป็นครั้งแรกในรอบกว่าสองปี ดันราคาคริปโตเคอร์เรนซีสกุลอื่น ๆ ปรับตัวเพิ่มขึ้นยกแผง การเพิ่มขึ้นของราคาดังกล่าวคาดว่าจะมาจากความคาดหวังเรื่องการลดอัตราดอกเบี้ยปลายปีนี้ ทั้งยังมีเรื่อง Bitcoin Halving ที่จะเกิดในเดือนเมษายน และการสิ้นสุดกระแสเทขายทิ้งกองทุน หลัง Bitcoin ETF ได้รับการประกาศเมื่อเดือนที่ผ่านมา
ไฟแนนซ์เชียลรีวิว ระบุว่า หุ้นที่เกี่ยวข้องกับคริปโตเคอร์เรนซีก็มีความคึกคัก โดยหุ้น Coinbase เพิ่มขึ้น 4.9% และหุ้นเหมืองอย่าง Riot Platforms และ Marathon Digital เพิ่มขึ้น 10.8% และ 11.9% ตามลำดับ
ราคาของ Ethereum ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่เป็นอันดับสองก็เพิ่มขึ้นมากกว่า 6% เป็น 2,676.64 เหรียญสหรัฐในช่วง 24 ชั่วโมง
ทั้งนี้ ดัชนีหุ้นทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ เนื่องจากเทรดเดอร์มองหาสัญญาณว่าธนาคารกลางสหรัฐอาจเริ่มลดอัตราดอกเบี้ยเมื่อใด นักวิเคราะห์และความคาดหวังของตลาดการเงินต่างชี้ว่าเดือนพฤษภาคมอาจเป็นจุดเริ่มต้นในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้
นายแอนโทนี เทรนเชฟ ผู้ร่วมก่อตั้งแพลตฟอร์มกู้ยืมคริปโต NEXO กล่าวว่า ราคา 50,000 เหรียญสหรัฐ เป็นเหตุการณ์สำคัญสำหรับ Bitcoin หลังจากการเปิดตัวสปอต ETF เมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งการได้รับอนุมัติกองทุน ETF ไม่สามารถทำให้ราคาเคลื่อนไหวสู่เส้นจิตวิทยา 50,000 เหรียญได้ ซ้ำร้ายยังนำไปสู่การขาย Bitcoin ของกองทุนออก 20%
ด้านนายแมตทิโอ เกรโค นักวิเคราะห์บริษัทการลงทุน fintech Fineqia International ระบุในรายงานว่า หน่วยงานกำกับดูแลหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 10 มกราคม ได้อนุมัติ spot bitcoin ETF ของสหรัฐ ตัวแรก ซึ่งเป็นแหล่งเงินทุนจำนวนมากจะไหลเข้าสู่อุตสาหกรรมคริปโต ซึ่งมีความพยายามนำผลิตภัณฑ์ ETF ออกสู่ตลาดมานานกว่าทศวรรษ
นายเกรโก ตั้งข้อสังเกตเป็นพิเศษว่า มีการเทขายออกจาก Grayscale Bitcoin Trust (GBTC) ของ Grayscale Investment ได้บันทึกการไหลออกของเงินจากกองทุนสะสมจำนวน 415 ล้านเหรียญสหรัฐ ในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งลดลงอย่างมากจากสัปดาห์ก่อน ๆ BTC Spot ETFs มีการไหลเข้าสุทธิรวมประมาณ 1.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในช่วงเวลาเดียวกัน
คอยน์เดสก์ ได้รายงานว่า ในช่วงสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมา การไหลออกของเงินในกอง GBTC ช้าลง ในขณะที่การไหลเข้าจำนวนมากยังคงดำเนินต่อไปในผลิตภัณฑ์ใหม่ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ Grayscale มีการเทขายออกเพียง 1,850 BTC
ในขณะที่ ETF ของบริษัทอื่นอีก 9 ตัวเพิ่มขึ้นเกือบ 11,000 BTC เข้ากองทุนของพวกเขา จากนั้นในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ Grayscale สูญเสียเหรียญไป 2,252BTC ในขณะที่ ETFs อีกเก้าเหรียญก็เพิ่มขึ้นมากกว่า 13,000 BTC
นอกจากนี้ นักวิเคราะห์หลายส่วนยังกล่าวว่า นักลงทุนยังตั้งตารอคอย Bitcoin Halving ครั้งต่อไปในเดือนเมษายน 2024 กระบวนการดังกล่าวได้รับการออกแบบมาเพื่อลดจำนวนรางวัล หรือทำให้ปริมาณการขุด Bitcoin ลดลงครึ่งหนึ่ง แม้ Bitcoin จะมีอุปทานจำกัดอยู่ที่ 21 ล้านโทเค็น ซึ่งในจำนวนนี้ 19 ล้านได้ถูกสร้างขึ้นแล้ว
ปัจจุบันมี Bitcoin ขุดใหม่ได้เพียง 900 BTC ต่อวัน ในไม่ช้าจะลดลงเหลือ 450 BTC ต่อวัน เมื่อถึง Bitcoin Halving ปริมาณที่เหลืออยู่จะยิ่งขุดพบยากขึ้น เมื่อรวมกับ Bitcoin ที่สูญหาย หรือที่ผู้ครอบครองเสียชีวิตไปแล้ว ยิ่งทำให้มีปริมาณ Bitcoin ลดลงจำนวนมาก
Bitcoin Halving เกิดมาแล้ว 3 ครั้ง และมักนำมาซึ่งตลาดขาขึ้นรอบใหญ่ ครั้งล่าสุดคือในปี 2020 ทำให้ Bitcoin เริ่มทำราคาสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 69,000 เหรียญสหรัฐในปี 2022