เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อัครเดช ซัด ฝ่ายค้านขอซักฟอก 5 วัน มีแต่น้ำ ไม่มีเนื้อ ชี้ 2-3 วันก็พอ หวั่นประชาชนเบื่อ
Politics อัครเดช ซัด ฝ่ายค้านขอซักฟอก 5 วัน มีแต่น้ำ ไม่มีเนื้อ ชี้ 2-3 วันก็พอ หวั่นประชาชนเบื่อ
RX BITEC ฉายเทรนด์ความงาม จัด COSMEX ดัน T-Beauty โกอินเตอร์
Business RX BITEC ฉายเทรนด์ความงาม จัด COSMEX ดัน T-Beauty โกอินเตอร์
Tops นำข้าวกล่อง-ข้าวปั้น MaxValu กลับมาวางขายในสาขาที่ร่วมรายการ
Biz Movement Tops นำข้าวกล่อง-ข้าวปั้น MaxValu กลับมาวางขายในสาขาที่ร่วมรายการ
KIRIN รุกตลาดอาหารเสริมอาเซียน สปริงบอร์ดดีล Blackmores
Business KIRIN รุกตลาดอาหารเสริมอาเซียน สปริงบอร์ดดีล Blackmores
ViNG จับกระแสเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม แจกส่วนลด 50% สำหรับผู้ไปใช้สิทธิ์
Biz Movement ViNG จับกระแสเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม แจกส่วนลด 50% สำหรับผู้ไปใช้สิทธิ์
สันติธาร เผย 2 เวทีไทยเจ้าภาพประชุม IMF-World Bank ชูบทบาทเชื่อมโลก
Economic สันติธาร เผย 2 เวทีไทยเจ้าภาพประชุม IMF-World Bank ชูบทบาทเชื่อมโลก
ตีโจทย์ตลาดหุ้นไทยชู ‘TISA-TFFIF’ หนุนออม-ลงทุน
Finance ตีโจทย์ตลาดหุ้นไทยชู ‘TISA-TFFIF’ หนุนออม-ลงทุน
ฉากจบพี่โด้ กับเมสซี่
คุยกับเอกราช ฉากจบพี่โด้ กับเมสซี่
น้ำท่วมลาม Supply Chain จี้รัฐฟื้นฟูทั้งห่วงโซ่ก่อนกระทบส่งออก
Economic น้ำท่วมลาม Supply Chain จี้รัฐฟื้นฟูทั้งห่วงโซ่ก่อนกระทบส่งออก
‘สปอนเซอร์’ รุกเจลพลังงาน เจาะนักวิ่ง-ออกกำลังกาย
Business ‘สปอนเซอร์’ รุกเจลพลังงาน เจาะนักวิ่ง-ออกกำลังกาย
ดูทั้งหมด

เศรษฐา เรียกทุกหน่วยถกสถานการณ์เมียนมา 9 เม.ย. อยากให้เกิดสันติภาพ

08 เม.ย. 2567 | 19:07น.
เศรษฐา ทวีสิน

เศรษฐา เรียกทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถกสถานการณ์ในเมียนมา 9 เมษายนนี้ เผยอยากให้เกิดความสงบ-สันติภาพ เป็นหนึ่งเดียวกัน 

วันที่ 8 เมษายน 2567 ที่จังหวัดนครศรัธรรมราช นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่เครื่องบินโดยสารจากเมียนมาจำนวน 1 ลำได้ลงจอดที่ท่าอากาศยานนานาชาติแม่สอด ก่อนบินกลับประเทศเวลา 22.00 น. ของวันที่ 7 เมษายน ที่ผ่านมา ว่า ได้รับรายงานจากนายจักรพงษ์ แสงมณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศแล้ว ซึ่งเป็นไปตามที่นายจักรพงษ์ได้ชี้แจงไปว่า เป็นการขนย้ายพลเรือนตามปกติ ไม่ได้มีการขนส่งทางการทหาร และมีการขออนุมัติอย่างถูกต้องตามกระบวนการทุกอย่าง ไม่ได้เป็นการขนอาวุธหรือทหาร

เมื่อถามย้ำว่ากระทรวงกลาโหมของเราได้มีการประสานกันอย่างถูกต้องตามขั้นตอนแล้วใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน ส่วนการเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ทำเนียบรัฐบาลในวันพรุ่งนี้ (9 เมษายน) นั้น เรื่องนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่ง ส่วนเรื่องใหญ่ที่เรียกประชุมคือเรื่องภายในเมียนมา

จึงได้เชิญนายปานปรีย์ พหิธานุกร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก รวมทั้งที่ปรึกษากระทรวงการต่างประเทศ เพื่อกำหนดทิศทางให้ไปในทิศทางเดียวกัน

ผู้สื่อข่าวถามว่า ไทยและเมียนมามีชายแดนติดต่อกันยาว ได้มีการเตรียมความพร้อมรองรับหากมีประชาชนจากฝั่งเมียนมาทะลักเข้ามาในประเทศไทยจากการสู้รบหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวยอมรับว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ต้องการบริหารจัดการที่เป็นเอกภาพ ชายแดนไทยเมียนมามีเขตติดต่อกัน ประมาณ 2,000 กิโลเมตร

อีกทั้งเมียนมาเองก็มีประชากรเกือบ 70 ล้านคนเท่ากับเรา ความประสงค์ของรัฐบาลไทยมีความชัดเจนว่า อยากให้เมียนมาเกิดความสงบ เป็นหนึ่งเดียวกัน ก้าวหน้าไปและเจริญเติบโตก้าวหน้าไปตามศักยภาพที่มี อยากให้เกิดสันติภาพ เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญไทยอยากให้มีสันติภาพเกิดขึ้นในเมียนมา

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าหากมีการทะลักเข้ามาของเมียนมา แผนรองรับของเราคืออะไร นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่การทะลักเข้ามา และที่ได้รับรายงานที่เข้ามาแล้วก็ยังไม่มีปัญหาอะไร

ถามต่อว่าที่ผ่านมาไทยถูกมองเรื่องของสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะการส่งกลับผู้อพยพ เรื่องนี้มีแผนเตรียมการไว้อย่างไรบ้าง นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า อย่าเพิ่งไปคาดเดา เพราะยังไม่เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น แต่ยืนยันว่ารัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับเรื่องสิทธิมนุษยชน ให้ความสำคัญกับเรื่องความสงบ และความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน

ด้านนายจักรพงษ์ แสงมณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ โพสต์ชี้แจงถึงเรื่องดังกล่าวว่า “เรื่องเครื่องบินเมียนมาที่เป็นข่าว ได้ตรวจสอบแล้ว พบว่าเป็นเรื่องการขอนำเครื่องบินพลเรือนมาลงเพื่อขนสิ่งของพลเรือน ไม่ได้มีการขนกำลังทหาร หรืออาวุธ หรือการขอลี้ภัยตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด เป็นเรื่องคำขอทางการทูตเพื่อนำเครื่องบินพลเรือนมาขนย้ายสิ่งของทางการทูต ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติครับ”