เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กทม. เดินหน้า Open Government “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น”
News กทม. เดินหน้า Open Government “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น”
ดัชนี Core CPI สหรัฐเดือนส.ค. ปรับเพิ่มเล็กน้อย
World ดัชนี Core CPI สหรัฐเดือนส.ค. ปรับเพิ่มเล็กน้อย
“ช้างม่อยโมเดล” ดึง Street Art ฟื้นฟูย่านเก่า ดันเศรษฐกิจชุมชนจากฐานราก
เศรษฐกิจภูมิภาค “ช้างม่อยโมเดล” ดึง Street Art ฟื้นฟูย่านเก่า ดันเศรษฐกิจชุมชนจากฐานราก
หอการค้าตราด ผนึกBCL–เพลินพัฒนา ยกระดับการศึกษา “Trat Model” สร้างคนรับเศรษฐกิจอนาคต
Biz Movement หอการค้าตราด ผนึกBCL–เพลินพัฒนา ยกระดับการศึกษา “Trat Model” สร้างคนรับเศรษฐกิจอนาคต
รัฐบาล เร่งจัดระเบียบใหม่ “ดาต้าเซ็นเตอร์” ต้องไม่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง
Politics รัฐบาล เร่งจัดระเบียบใหม่ “ดาต้าเซ็นเตอร์” ต้องไม่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง
ราชกิจจาฯ ประกาศแต่งตั้งนายทหาร 805 นาย มีผล 1 ต.ค. 2569
Politics ราชกิจจาฯ ประกาศแต่งตั้งนายทหาร 805 นาย มีผล 1 ต.ค. 2569
หุ้นไทยปิดสัปดาห์ดิ่งตามหุ้นนอก ต่างชาติเททิ้งกว่า 3,137 ล้าน ลุ้นตัวเลข CPI คืนนี้
Finance หุ้นไทยปิดสัปดาห์ดิ่งตามหุ้นนอก ต่างชาติเททิ้งกว่า 3,137 ล้าน ลุ้นตัวเลข CPI คืนนี้
สรรพากร ไขปม วัดดังอยุธยา อยู่ในระบบ e-Donation หรือไม่ ?
Finance สรรพากร ไขปม วัดดังอยุธยา อยู่ในระบบ e-Donation หรือไม่ ?
ก.ล.ต.เร่งปิดคดีตลาดทุน ไม่เกิน 2 ปี พร้อมลุยเพิ่มอำนาจคุม Short Sell
Finance ก.ล.ต.เร่งปิดคดีตลาดทุน ไม่เกิน 2 ปี พร้อมลุยเพิ่มอำนาจคุม Short Sell
ราคาทองวันนี้ (11 ก.ย. 69) ร่วงลง 500 บาท ทองรูปพรรณ 68,850 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (11 ก.ย. 69) ร่วงลง 500 บาท ทองรูปพรรณ 68,850 บาท
ดูทั้งหมด

3 ปี “รัฐประหารเมียนมา” วิกฤตที่โลกต้องให้ความสำคัญมากกว่านี้

01 ก.พ. 2567 | 15:50น.
เมียนมา

1 กุมภาพันธ์ 2024 ครบรอบ 3 ปี  “รัฐประหารเมียนมา” ที่สถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนและชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเมียนมาเลวร้ายลงเรื่อย ๆ 

มีผู้เสียชีวิตหลายพันราย ผู้ถูกคุมขังราว 20,000 คน และผู้ที่ต้องพลัดถิ่น-ลี้ภัยกว่าแสนคน ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา

และก้าวเข้าสู่ปีที่ 4 ภายใต้รัฐบาลทหารในเช้าวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2024 โดยการที่พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมาประกาศขยายเวลาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินออกไปอีก 6 เดือน และประกาศจะทำทุกวิถีทางเพื่อ “บดขยี้” ฝ่ายต่อต้านการปกครองของทหารทั้งหมด ท่ามกลางความก้าวหน้าอย่างยิ่งของพันธมิตรกองกำลังต่อต้านรัฐประหารและกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ 

ก่อนถึงวันครอบรอบ 3 ปี สหประชาชาติ (UN) ได้ออกมาเรียกร้องเมื่อวันที่ 30 มกราคม ให้ประชาคมโลกต้องให้ความสำคัญกับการแก้ไขวิกฤตในเมียนมามากขึ้นกว่านี้   

“ท่ามกลางวิกฤตการณ์ต่าง ๆ ทั่วโลก สิ่งสำคัญคือ การไม่มีใครถูกลืม ชาวเมียนมาทนทุกข์ทรมานมานานเกินไปแล้ว” โวลเกอร์ เติร์ก (Volker Türk) ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติกล่าว

เขาอธิบายว่า การต่อสู้ระหว่างกองทัพกับกลุ่มติดอาวุธต่อต้านกองทัพส่งผลให้เกิดการพลัดถิ่น และพลเรือนได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก รัฐบาลทหารปล่อยคลื่นของการทิ้งระเบิดทางอากาศและโจมตีด้วยปืนใหญ่ตามอำเภอใจ หลังจากที่พ่ายแพ้ในสนามรบเมื่อไม่นานมานี้ 

และนี่คือประเด็นที่ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติไฮไลต์ขึ้นมา 

ผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ 

สหประชาชาติอ้างว่า แหล่งข่าวยืนยันตัวเลขว่ามีพลเรือนเสียชีวิต 1,600 ราย ในปี 2023 เพิ่มขึ้น 300 รายจากปีก่อนหน้า และเฉพาะช่วงเดือนตุลาคม 2023 มาถึงสิ้นเดือนมกราคม 2024 มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 554 ราย

ภาพรวม 3 ปีที่ผ่านมา มีผู้ถูกจับกุมด้วยเหตุผลทางการเมืองรวมแล้วเกือบ 26,000 คน โดยส่วนใหญ่ 19,973 คนยังคงถูกควบคุมตัวอยู่ในปัจจุบัน บางคนถูกทรมาน และไม่มีความหวังที่จะได้รับการไต่สวนอย่างยุติธรรม และตลอด 3 ปีที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตในขณะถูกควบคุมตัวโดยทหารแล้วประมาณ 1,576 ราย 

“ยุทธวิธีทางทหารมุ่งเน้นไปที่การลงโทษอย่างต่อเนื่องต่อพลเรือนที่พวกเขามองว่าสนับสนุนศัตรู … ด้วยเหตุนี้ กองทัพจึงมุ่งเป้าไปที่พลเรือนและเป้าหมายที่ได้รับการคุ้มครองภายใต้กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ โดยเฉพาะสิ่งอำนวยความสะดวกทางการแพทย์และโรงเรียน” โวลเกอร์ เติร์ก กล่าว 

ชุมชนชาวโรฮีนจา น่าห่วงมากเป็นพิเศษ 

เติร์กกล่าวว่า รัฐยะไข่ได้รับผลกระทบหนักเป็นพิเศษ นับตั้งแต่การต่อสู้เริ่มขึ้นอีกครั้งในเดือนพฤศจิกายน โดยชุมชนชาวโรฮีนจาซึ่งส่วนใหญ่เป็นมุสลิมได้รับผลกระทบหนักเป็นพิเศษ

ในขณะเดียวกัน ผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจาซึ่งอาศัยอยู่ภายใต้ภาวะด้านมนุษยธรรมที่ย่ำแย่ในค่ายพักพิงในบังกลาเทศ “กำลังเสี่ยงต่อการเดินทางทางทะเลที่สิ้นหวังและอันตรายอีกครั้ง โดยมีท่าเรือหรือชุมชนเพียงไม่กี่แห่งในภูมิภาคที่ยินดียอมรับหรือต้อนรับพวกเขา” 

ทหารเมียนมาต้องรับผิดชอบและถูกคว่ำบาตร 

เติร์กกล่าวว่า วิกฤตในเมียนมาจะต้องได้รับการแก้ไข โดยการยืนกรานถึงความรับผิดชอบของผู้นำกองทัพ การปล่อยตัวนักโทษการเมือง และการฟื้นฟูการปกครองโดยพลเรือนเท่านั้น

“ผมขอเรียกร้องให้รัฐสมาชิกทั้งหมดใช้มาตรการที่เหมาะสมเพื่อแก้ไขวิกฤตินี้ รวมถึงพิจารณากำหนดมาตรการคว่ำบาตรต่อกองทัพเพิ่มเติม เพื่อจำกัดความสามารถของพวกเขาในการกระทำการละเมิดอย่างร้ายแรงและเพิกเฉยต่อกฎหมายระหว่างประเทศ จำกัดการเข้าถึงอาวุธ น้ำมันเครื่องบิน และเงินตราต่างประเทศ” ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติกล่าว 

โลกต้องลงทุนเพื่อ “สิทธิมนุษยชน” มากขึ้น

นอกจากนี้ โวลเกอร์ เติร์ก เรียกร้องให้นานาชาติเพิ่มเงินทุนจำนวนมากอย่างมีนัยสำคัญ สำหรับสนับสนุนการดำเนินงานของสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) ในปีนี้ โดยเตือนว่า OHCHR ยังขาดแคลนเงินทุนที่จำเป็นอย่างยิ่งในการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนทั่วโลก

ในการกล่าวกับประเทศสมาชิกสหประชาชาติในกรุงเจนีวา เติร์กได้ยื่นคำร้องเป็นเงิน 500 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 17,760 ล้านบาท) เพื่อสนับสนุนงานของ OHCHR ท่ามกลางความท้าทายอันยิ่งใหญ่ทั่วโลก 

“ขณะนี้เรากำลังมีชีวิตอยู่ในช่วงเวลาแห่งความแตกแยกกันอย่างรุนแรง” เขากล่าว โดยชี้ให้เห็นถึงความกังวลต่าง ๆ เช่น ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นในหลายส่วนของโลก ผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศ การเพิ่มขึ้นของข้อมูลที่บิดเบือน และความหิวโหย ความยากจน และความไม่เท่าเทียมที่เพิ่มมากขึ้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง

รัฐประหารเมียนมา เมียนมา