เศรษฐา ผนึกพรรคร่วมแถลงมติ ครม. อนุมัติโครงการแจกเงิน 10,000 บาท
เศรษฐาผนึกแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลแถลงมติ ครม.อนุมัติโครงการแจกเงิน 10,000 บาท พร้อมมีมติส่งคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความอำนาจหน้าที่ ธ.ก.ส. ใช้เงินแจก จุลพันธ์ยันมีสภาพคล่อง-มั่นคงสูง เล็งเตรียมเพิ่มทุนให้
วันที่ 23 เมษายน 2567 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง พร้อมด้วยหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล ประกอบด้วย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกฯ และ รมว.พลังงาน ในฐานะหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม หัวหน้าพรรคประชาชาติ นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ร่วมกันแถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)

นายเศรษฐากล่าวว่า ที่ประชุม ครม.มีมติอนุมัติโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเลต ว่ารับทราบผลการรวบรวมข้อมูล ข้อเท็จจริง และความเห็นของคณะทำงาน และเห็นชอบหลักการของกรอบหลักการ โครงการ ทั้งเรื่องกลุ่มเป้าหมายที่จะเข้าร่วมโครงการ แนวทางการเข้าร่วมโครงการของประชาชน เงื่อนไขการใช้จ่าย ประเภทสินค้า การลงทะเบียนร้านค้า รวมถึงแหล่งเงิน การดำเนินโครงการ
ซึ่งทางกระทรวงการคลัง ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และสำนักงบประมาณจะศึกษารายละเอียดต่อไป ส่วนข้อห่วงใยใด ๆ เช่น ประเด็นอำนาจหน้าที่ของ ธ.ก.ส. ได้สั่งการว่าหากมีข้อสงสัยใด ๆ ให้ส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งพรรคร่วมรัฐบาลเห็นชอบในหลักการโครงการดังกล่าว
ด้านนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ตอบคำถามถึงการกำหนดวันแจกเงินดิจิทัล 10,000 ว่ายังเคาะวันไม่ได้ ขึ้นอยู่กับการพัฒนาระบบด้วย ซึ่งเราพยายามเร่งรัดที่สุดในกระบวนการทำ แต่เรื่องความเสถียรตัวแอปพลิเคชั่น รวมถึงความปลอดภัยของข้อมูลประชาชน และราชการ และการทรานส์แซ็กชั่นตัวเลขต่าง ๆ ต้องมีความมั่นคง ปลอดภัย การจะเร่งเกินไปพอถึงเวลาแล้วเกิดปัญหาเป็นสิ่งที่เราจะไม่ปฏิบัติ ยังยืนยันการลงทะเบียนร่วมโครงการในไตรมาส 3 และลงทะเบียนในไตรมาส 4
ผู้สื่อข่าวถามว่า การใช้เงิน ธ.ก.ส. ตาม พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ มาตรา 28 นายกฯไปแจกเงินดิจิทัลวอลเลตจะต้องส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความหรือไม่ นายจุลพันธ์กล่าวว่า นายกฯไม่ได้กำหนดประเด็น แต่สั่งการว่าหากมีข้อสงสัยประเด็นใดก็ตาม ที่เป็นเรื่องข้อกฎหมายให้ส่งคณะกรรมการกฤษฎีกาในการวินิจฉัย
เรื่องการนำเงิน ธ.ก.ส.ไปใช้นั้น ตนให้ข่าวไปหลายครั้งว่า เป็นอำนาจหน้าที่ของ ธ.ก.ส. และดูรายละเอียดแล้วและมีความมั่นใจว่าเป็นไปตามกรอบอำนาจหน้าที่ แต่ถ้าให้เกิดความกระจ่างชัดโดยถามไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกา เป็นสิ่งที่เราพร้อมทำอยู่
“ประเด็นใดก็ตามหากมีข้อสงสัยทางกฎหมายมากกว่าประเด็นตามมาตรา 28 เราก็พร้อมที่จะส่งไป” นายจุลพันธ์กล่าว
ชงขอใช้งบฯมาตรา 28 ต.ค.
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในการประชุม ครม.ได้นำเสนอกรอบรายละเอียดในการขอใช้งบประมาณตามมาตรา 28 หรือไม่ นายจุลพันธ์กล่าวว่า “ยังครับยัง กระบวนการตามมาตรา 28 เป็นนโยบายกึ่งการคลัง จะเริ่มต้นประมาณเดือนตุลาคม ถึงจะมีการพิจารณาผ่านคณะกรรมการ และจะต้องผ่านการเห็นชอบของ ครม.อีกครั้งในรายละเอียด ระหว่างวันนี้ถึงตุลาคม ก็คงต้องดำเนินการอีกหลาย ๆ อย่างในรายละเอียดให้ครบถ้วน คณะกรรมการกำกับดูแลที่ตั้งขึ้นมาแล้วคงต้องไปประชุมหารือ กำหนดรายละเอียดให้ครบ รวมถึงสอบถามคณะกรรมการกฤษฎีกากา ก็จะทำภายใน 4-5 เดือน ทั้งนี้ วันนี้ ครม.เห็นชอบในหลักการ รายละเอียดต้องไปดำเนินการให้ครบถ้วน”
ยัน ธ.ก.ส.มีสภาพคล่อง
นายจุลพันธ์กล่าวถึงการที่สหภาพแรงงาน ธ.ก.ส.เข้าพบและอยากให้รัฐบาลชี้แจงสภาพคล่องว่า สหภาพถามในรายละเอียดต่าง ๆ ซึ่งตนชี้แจงกับสหภาพ ซึ่งทุกฝ่ายเข้าใจตรงกันดี และสหภาพก็พร้อมจะเดินหน้าโครงการนี้ เพราะเป็นประโยชน์กับเกษตรกร ทั้งนี้ สิ่งที่สหภาพเป็นห่วงที่สุดคืออำนาจหน้าที่ ซึ่งมติ ครม.จะส่งไปสอบถามคณะกรรมการกฤษฎีกาให้ทุกฝ่ายเกิดความสบายใจ
ส่วนสภาพคล่องของ ธ.ก.ส.นั้น มีความมั่นคง และรัฐบาลถือหุ้น 100% เรามีแต่เสริมความแข็งแกร่งให้ ธ.ก.ส. สิ่งที่ตนได้ชี้แจงกับสหภาพ 3 ประเด็น 1.การดำเนินการตามนโยบายจะต้องเป็นไปตามกรอบกฎหมายทุกประการ รวมถึงอำนาจหน้าที่ของ ธ.ก.ส. หากมีข้อสงสัย รัฐบาลยินดีให้ความกระจ่างชัดโดยถามไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกา
2.เสถียรภาพของ ธ.ก.ส.มีความมั่นคงสูง โครงการนี้อยู่ในศักยภาพที่ ธ.ก.ส.ดำเนินโครงการได้โดยไม่มีปัญหาอะไร แต่รัฐบาลจะดำเนินนโยบายอะไรก็ตาม จะมีแต่เสริมความแข็งแกร่งในกำกับ เพราะ ธ.ก.ส.เป็นปีกหลักปีกหนึ่งในการดำเนินนโยบายของรัฐบาลในการช่วยเหลือเกษตรกร 3.สิ่งที่ดำเนินโครงการจะไม่กระทบสวัสดิการของลูกจ้าง ธ.ก.ส.โดยเด็ดขาด
เล็งเติมทุนให้ ธ.ก.ส.
เมื่อถามว่า มีแนวโน้มเพิ่มทุนให้ ธ.ก.ส.หรือไม่ นายจุลพันธ์กล่าวว่า เรื่องนี้มีการพูดคุยกัน เวลาเติมทุนให้กับธนาคารในกำกับรัฐ เติม 1 บาท จะเกิดวงเงินสินเชื่อให้เกษตรกร 11 บาท ดังนั้น เป็นการเติมความแข็งแกร่งอย่างหนึ่งที่เรากำลังพิจารณาอยู่ ส่วนจะเป็นเท่าไหร่ หรือเมื่อไหร่ ขอประชุมกัน 1-2 ครั้งจึงจะได้ข้อสรุป
เมื่อถามว่าประชาชนที่รอคอยเบาใจได้หรือยังว่าจะได้เงิน นายจุลพันธ์กล่าวว่า เบาใจได้แน่นอน เรายืนยันในกรอบเวลาที่ประชาชนจะได้ใช้ในไตรมาส 4 แน่นอน และทั้งประชาชนและเกษตรกรได้พร้อมกัน เพราะเราต้องการให้เกิด Impact ทางเศรษฐกิจ จะเกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ เกิดการจ้างงาน เราต้องการผลลัพธ์ตรงนั้น ยืนยันว่าตอนนี้ไม่ได้ติดขัดข้อกฎหมายอะไร และถึงวันนั้นก็จะเดินตามกรอบที่วางไว้
แอป 2 ระบบ
ด้านนายเผ่าภูมิ โรจนสกุล เลขานุการ รมว.คลัง กล่าวว่า ในด้านแอปพลิเคชั่น ไม่มีปัญหาอะไร โดยแบ่งเป็น 2 ระบบ 1.คือระบบลงทะเบียน 2.ระบบ Transaction ซึ่งทั้งสองระบบมีการพัฒนาอยู่ในกรอบที่วางไว้ และจะเปิดให้มีการลงทะเบียนร่วมโครงการในไตรมาส 3 และใช้เงินในไตรมาส 4 ทั้งนี้ จะเป็นลักษณะ Open Loop เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ
เมื่อถามว่า หากมีปัญหาข้อกฎหมายย้อนหลังตามมา ใครจะรับผิดชอบทางกฎหมาย หรือ ครม.ร่วมกันรับผิดชอบ นายเผ่าภูมิกล่าวว่า โครงการถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ เรามีการเช็กอย่างละเอียดรอบคอบในอำนาจหน้าที่ และตัวการได้มาของงบประมาณ