เผ่าภูมิ โรจนสกุล ชื่อปรากฏในโผ ครม.เศรษฐา 1/1 เตรียมขึ้นแท่นเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ด้วยวัย 41 ปี
เผ่าภูมิ เป็นมือทำงานการคลัง ขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐบาล อย่าง โครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเลต ในฐานะเลขานุการ รมว.คลัง ที่ชื่อ “เศรษฐา ทวีสิน”
ทั้งที่ตอนตั้งรัฐบาลเพื่อไทย ช่วงเดือน กรกฎาคม 2566 ชื่อของ “เผ่าภูมิ” เป็นหนึ่งในตัวเต็งรัฐมนตรี แต่เมื่อโควตามีจำกัด เขาจึงต้องเป็น “ตัวสำรอง” ลำดับต้น รอการหมุนเวียน เปลี่ยนเก้าอี้ จึงถูกจับให้เป็น “คนเบื้องหลัง”
ผ่านมา 7 เดือน เขาใกล้ขยับมาสู่เบื้องหน้า
ประวัติ “เผ่าภูมิ” ถือว่าเป็น 1 ใน 30 “คนรุ่นใหม่” ของพรรคเพื่อไทย ตั้งแต่ช่วงเลือกตั้ง 2562 นั่งเก้าอี้รองเลขาธิการพรรค 3 สมัย ก่อนตำแหน่งในพรรคเพื่อไทยล่าสุดนั่งตำแหน่ง “รองหัวหน้าพรรค”
เป็นทั้ง “ทีมเศรษฐกิจ-ทีมนโยบาย” มาตลอดการเลือกตั้ง 2 ครั้งล่าสุด เป็นมือ-ไม้ และกำลังหลักของ “ภูมิธรรม เวชยชัย” รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์

เส้นทางการเมือง-การศึกษา
– ปริญญาตรี คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
– ปริญญาโท MBA มหาวิทยาลัย Massachusetts เมืองบอสตัน สหรัฐอเมริกา
– ปริญญาโท MA. Economics มหาวิทยาลัย Illinois เมืองชิคาโก สหรัฐอเมริกา
– ปริญญาเอก Ph.D. Economics มหาวิทยาลัย Illinois เมืองชิคาโก สหรัฐอเมริกา
หลังเรียนจากเรียนจบปริญญาเอกด้านเศรษฐศาสตร์สำนักอเมริกาแล้ว ก็กลับมารับราชการที่สำนักนโยบายระบบการเงินและสถาบันการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กระทรวงการคลัง ได้ 1 ปีเศษ
แต่กลับพบว่านโยบายการคลัง ที่เขาใฝ่ฝันกว่าจะนำมาปฏิบัติได้จริง คงใช้เวลา 20 ปี จึงคิดว่าเส้นทางในพรรคการเมืองเป็นสิ่งที่เหมาะสมกว่า
จุดเปลี่ยนสำคัญของเขา เกิดขึ้นเมื่อผู้ใหญ่ของพรรคเพื่อไทยท่านหนึ่ง ซึ่ง “เผ่าภูมิ” ไม่ประสงค์บอกนาม ได้ชวนมาทำงานที่พรรคเพื่อไทย ตั้งแต่ก่อนรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 หรือเมื่อ 10 ปีที่แล้ว เขาจึงตอบตกลง
“เพื่อไทยมีอัตลักษณ์ที่ผสมผสานระหว่างความคิดเชิงเศรษฐศาสตร์ในเชิงซับซ้อน สร้างการผลิตใหม่ ๆ โครงสร้างใหม่ ๆ ให้กับสังคม เป็นพรรคที่พยายามสร้างนวัตกรรมเชิงนโยบายให้เกิดขึ้นเป็นมุมมองสอดคล้องกับสิ่งที่เราคิด” เผ่าภูมิเล่า

“ภูมิธรรม” ส่วนเติมเต็ม
สำหรับงานแรกในพรรคเพื่อไทยที่ได้ทำคือช่วย “ภูมิธรรม เวชยชัย” ซึ่งขณะที่เป็นเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ดังนั้น คนที่ใคร ๆ ก็เรียกว่า “พี่อ้วน” จึงกลายเป็นคนที่ทำคลอดทางการเมืองให้เขา
“คนที่ใกล้ชิดและคนที่ให้ผมทุกอย่างคือพี่อ้วน รู้สึกว่าชอบใจ คลิกกับคนคนนี้ เป็นคนที่มีความคิดเชิงยุทธศาสตร์เยอะ เวลาคุย 1 2 3 4 เขาคิดไป 10 คิดไปไกลกว่าเราสเต็ปหนึ่ง บางทีเป็นส่วนผสมที่ลงตัว ผมเป็นสายวิทยาศาสตร์ มาผสมกับสายรัฐศาสตร์ซึ่งเป็นส่วนที่ผมขาด ดังนั้น มาเติมเต็มซึ่งกันและกัน ตัวเองกลมกล่อมขึ้น แต่ก่อนเป็นคนอะไรที่ตรง ตามหลักการ แต่มาปรับให้เข้ากับบริบท ทำให้เราสมดุลมากขึ้น เมื่อเรียนรู้ประสบการณ์ต่าง ๆ ในพรรค”
“พี่อ้วน เป็นนักยุทธศาสตร์ เขามีความสลับซับซ้อนทางความคิดสูง ทุกการวางแผน การเคลื่อนของพรรค คิดทั้งหมด แต่ผมมุมมองการเมืองไม่เยอะ มีแต่เรื่องเศรษฐกิจ พี่อ้วนแลกเปลี่ยนเศรษฐกิจผม ผมก็แลกเปลี่ยนการเมืองกับท่าน เป็นส่วนผสมที่ลงตัว”

ในช่วงที่พรรคเพื่อไทย เป็นแกนนำฝ่ายค้าน เขาก็ยังมีบทบาทในฐานะ เลขาธิการคณะกรรมการพรรคร่วมฝ่ายค้านและการมีส่วนร่วมของประชาชน (ฝ่ายค้านเพื่อประชาชน) และเป็น “ตัวแสดง” หน้าม่านของพรรคเพื่อไทย แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์นโยบายพรรคเพื่อไทย
บทบาทหลังเลือกตั้ง 66
ช่วงฤดูเลือกตั้ง “เผ่าภูมิ” ขึ้นเวทีโชว์นโยบายของพรรคเพื่อไทย สำคัญ ๆ อย่าง นโยบายเขตธุรกิจใหม่ (New Business Zone) 4 จังหวัดใน 4 ภาค คือ เชียงใหม่ ขอนแก่น หาดใหญ่ และกรุงเทพมหานคร เป็น sandbox ที่มี 1.เป็นพื้นที่ที่มีกฎหมายและกฎระเบียบที่ต้องเอื้อให้เกิดการลงทุน 2.การปรับปรุงสิทธิประโยชน์สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ให้มีสามารถแข่งขันได้ 3.การให้ความสำคัญกับการสร้างสภาวะแวดล้อม (Ecosystem) ที่เหมาะสมให้กับเขตธุรกิจใหม่
เป็นตัวแทนดีเบตตามรายการต่าง ๆ เกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะนโยบายแจกเงิน 10,000 ผ่านดิจิทัลวอลเลต

หลังเลือกตั้งช่วงที่พรรคก้าวไกล พยายามจัดตั้งรัฐบาล “เผ่าภูมิ” เป็นตัวแทนคณะทำงานของพรรคเพื่อไทย หารือด้านนโยบายกับพรรคก้าวไกล
แต่หลังจากพรรคเพื่อไทย พลิกเกมจัดตั้งรัฐบาล ชื่อของ “เผ่าภูมิ” ขยับเข้าใกล้การเป็นรัฐมนตรี ในฐานะคนใกล้ชิดมือเดินเกมจัดการรัฐบาล ที่ชื่อ “ภูมิธรรม” แต่สุดท้ายก็ลงเอยเก้าอี้ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หลังจากพรรครวมไทยสร้างชาติ ใช้โควตา 1 เก้าอี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการ ให้ “กฤษฎา จีนะวิจารณะ” ปลัดกระทรวงการคลัง ที่ขยับมาเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการ
แต่ตามกฎการปรับ ครม.ของพรรคการเมืองเครือข่ายทักษิณ ที่ปรับทุก ๆ 6-7 เดือน ชื่อของ “เผ่าภูมิ” จึงขยับเข้าใกล้เส้นชัย จ่อนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีในวัย 41 ปี