เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เอกนิติ ชง ครม.สัปดาห์หน้าไฟเขียวโซลาร์รูฟท็อปครัวเรือน
Finance เอกนิติ ชง ครม.สัปดาห์หน้าไฟเขียวโซลาร์รูฟท็อปครัวเรือน
การรถไฟฯ งัดไม้แข็ง ฟ้องเอกชน-แบงก์ คืนหนี้สิทธิร่วมลงทุน ‘แอร์พอร์ตลิงก์’ 1.3 หมื่นล้าน
Economic การรถไฟฯ งัดไม้แข็ง ฟ้องเอกชน-แบงก์ คืนหนี้สิทธิร่วมลงทุน ‘แอร์พอร์ตลิงก์’ 1.3 หมื่นล้าน
เกษตรฯ จ่อเยียวยาน้ำท่วมเพิ่มครัวเรือนละ 3,000 บาท เตรียมของบกลาง 1.57 พันล้าน
Economic เกษตรฯ จ่อเยียวยาน้ำท่วมเพิ่มครัวเรือนละ 3,000 บาท เตรียมของบกลาง 1.57 พันล้าน
ปกรณ์ โชว์เวที OECD กฎหมายไทยทันบริบทโลก
Politics ปกรณ์ โชว์เวที OECD กฎหมายไทยทันบริบทโลก
สั่ง ‘ผบ.ตร.’ ติดตามเหตุฝรั่งเศส เฝ้าระวังอย่าให้เกิด ชี้บริบทสังคมไม่เหมือนกัน
Politics สั่ง ‘ผบ.ตร.’ ติดตามเหตุฝรั่งเศส เฝ้าระวังอย่าให้เกิด ชี้บริบทสังคมไม่เหมือนกัน
ครม.พร้อมเทเวลาอภิปรายให้ ‘ฝ่ายค้าน’ ชี้รัฐมนตรีเน้นแจงกระชับ ยันให้เกียรติสภา
Politics ครม.พร้อมเทเวลาอภิปรายให้ ‘ฝ่ายค้าน’ ชี้รัฐมนตรีเน้นแจงกระชับ ยันให้เกียรติสภา
ฮัลโลวีนนี้มีแต่ความน่ารัก “แอบิเกล” เตรียมเดบิวต์ซิงเกิลแรก “กุ๊กกู๋”
Biz Movement ฮัลโลวีนนี้มีแต่ความน่ารัก “แอบิเกล” เตรียมเดบิวต์ซิงเกิลแรก “กุ๊กกู๋”
“ไตรรัตน์” ชี้ประชุม 6 บอร์ด กสทช. ไม่มีข้อพิสูจน์ว่าถูกกฎหมาย
Tech “ไตรรัตน์” ชี้ประชุม 6 บอร์ด กสทช. ไม่มีข้อพิสูจน์ว่าถูกกฎหมาย
นายกฯ ไม่ปรับ ‘ศุภจี’ ลั่นไม่งั้นต้องเปลี่ยน ‘อนุทิน’ ชี้เป็นเสาหลักรัฐบาล
Politics นายกฯ ไม่ปรับ ‘ศุภจี’ ลั่นไม่งั้นต้องเปลี่ยน ‘อนุทิน’ ชี้เป็นเสาหลักรัฐบาล
พาณิชย์ขึ้นบัญชี 17 สินค้าอ่อนไหว จับตาราคาทุกวัน หลังน้ำท่วม-ดีเซลดันต้นทุน
Economic พาณิชย์ขึ้นบัญชี 17 สินค้าอ่อนไหว จับตาราคาทุกวัน หลังน้ำท่วม-ดีเซลดันต้นทุน
ดูทั้งหมด

‘พัชรวาท’ ห่วงร้อนทะลุปรอท สั่งกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เร่งแผนรับมือ

30 เม.ย. 2567 | 13:04น.

‘พัชรวาท’ ห่วงร้อนทะลุปรอท สั่งเตรียมรับมือลดผลกระทบในอนาคตทั้งระยะสั้น-ระยะยาว กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เร่งบูรณาการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิ 6 ด้าน ครอบคลุมทุกมิติ

วันที่ 30 เมษายน 2567 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) เปิดเผยว่า พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีความเป็นห่วงประชาชนจากความเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะปีนี้ที่ร้อนและแล้งหนัก และมีแนวโน้มจะทวีความรุนแรงมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน และเศรษฐกิจของประเทศ จึงได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งเตรียมการรับมือให้เท่าทันต่อวิกฤตโลกเดือด

ดร.พิรุณกล่าวต่อว่า ปัจจุบันอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยของไทย ได้เพิ่มขึ้นประมาณ 1.1 องศาเซลเซียส สอดคล้องกับอุณหภูมิเฉลี่ยโลก และจากที่ประชุม COP28 แสดงให้เห็นว่า ความพยายามในการลดก๊าซเรือนกระจกของทุกประเทศที่จะควบคุมการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียส ยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย อาจส่งผลให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเพิ่มขึ้น 2.4-2.7 องศาเซลเซียส ในปี พ.ศ. 2643 (ค.ศ. 2100)

ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมกับศูนย์วิจัยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิระดับภูมิภาคและพลังงานทดแทน มหาวิทยาลัยรามคำแหง (RU-CORE) ที่มีการคาดการณ์อุณหภูมิเฉลี่ยของประเทศไทย จะเพิ่มขึ้นไปถึง 2-3 องศาเซลเซียสในปลายศตวรรษนี้ หากการลดก๊าซเรือนกระจกของโลกยังไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้

“ในมุมของการลดก๊าซเรือนกระจก ประเทศไทยตั้งเป้าหมายที่ท้าทายและเร่งขับเคลื่อนอย่างจริงจังในทุกภาคส่วน ทั้งพลังงาน ขนส่ง อุตสาหกรรมและกระบวนการผลิต เกษตรและของเสีย ไม่ว่าจะเป็นเป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด (NDC) ที่จะลดก๊าซเรือนกระจกร้อยละ 30-40 ภายในปี พ.ศ. 2573 หรือเป้าหมายระยะยาวที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี พ.ศ. 2593 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี พ.ศ. 2608” ดร.พิรุณกล่าว

ดร.พิรุณยังกล่าวถึงการเตรียมความพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงระบบอากาศ ที่มีปัจจัยความเสี่ยงทำให้เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติต่าง ๆ ซึ่งมีความถี่และความรุนแรงมากขึ้น ทั้งการรับมือแบบรายวัน รายสัปดาห์ หรือรายเดือน เช่น การแจ้งเตือนภัยความร้อนล่วงหน้า การเตรียมความพร้อมอพยพประชาชน และการเตรียมความพร้อมรับมือในระยะยาว ทั้งการบริหารความเสี่ยงของภัยที่อาจเกิดขึ้น ควบคู่กับการเตรียมความพร้อมในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานสำหรับรับมือกับผลกระทบจากสภาพอากาศที่รุนแรง รวมถึงการประยุกต์ใช้แนวทางระบบนิเวศและธรรมชาติเป็นฐาน ควบคู่ไปกับการพัฒนาเมือง

ดร.พิรุณเปิดเผยด้วยว่า ขณะนี้กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม อยู่ระหว่างบูรณาการดำเนินการด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เข้าสู่ 6 สาขา ได้แก่ 1.สาขาการจัดการทรัพยากรน้ำ ซึ่งเป็นมิติการเพิ่มความมั่นคงด้านน้ำของประเทศ ลดความสูญเสียและเสียหายจากภัยพิบัติจากน้ำ 2.สาขาเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร 3.สาขาการท่องเที่ยว ในมิติการจัดการความเสี่ยงและการเพิ่มขีดความสามารถของภาคการท่องเที่ยว 4.สาขาสาธารณสุข ในมิติระบบสาธารณสุขที่สามารถจัดการความเสี่ยงและลดผลกระทบต่อสุขภาพ

5.สาขาการจัดการทรัพยากร ในมิติการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน และ 6.สาขาการตั้งถิ่นฐานและความมั่นคงของมนุษย์ ในมิติของประชาชน ชุมชนและเมือง ที่มีความพร้อมและขีดความสามารถในการปรับตัวต่อความเสี่ยงและผลกระทบอย่างเหมาะสมกับบริบทของพื้นที่

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสำคัญที่จะบรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ คือ ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ที่จะต้องบูรณาการทำงานร่วมกันในทุกมิติ ตลอดจนสร้างความตระหนักรู้และให้ข้อมูลกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประเทศไทยมีความพร้อมในการรับมือจากผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว