เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กนง. ยอมรับดอกเบี้ยต่ำนานเพิ่มความเสี่ยงต่อเสถียรภาพเกาะติดผลกระทบใกล้ชิด
Finance กนง. ยอมรับดอกเบี้ยต่ำนานเพิ่มความเสี่ยงต่อเสถียรภาพเกาะติดผลกระทบใกล้ชิด
คปภ. เร่งช่วยเหยื่อน้ำท่วมภูเก็ต ชี้ช่องรับเงินประกัน 1 หมื่นบาท ตามเงื่อนไข
Finance คปภ. เร่งช่วยเหยื่อน้ำท่วมภูเก็ต ชี้ช่องรับเงินประกัน 1 หมื่นบาท ตามเงื่อนไข
ราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) ปรับขึ้น 800 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,600 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) ปรับขึ้น 800 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,600 บาท
เริ่มแล้วออกแบบ 5 พื้นที่ประวัติศาสตร์สู่ ‘สวนสาธารณประโยชน์แห่งอนาคต เกาะรัตนโกสินทร์’
Real Estate เริ่มแล้วออกแบบ 5 พื้นที่ประวัติศาสตร์สู่ ‘สวนสาธารณประโยชน์แห่งอนาคต เกาะรัตนโกสินทร์’
‘ชัชชาติ’ ยื่นสภา กทม. ขอใช้เงินสะสมจ่ายขาด 1,139 ล้าน เร่งเยียวยา-ฟื้นฟูน้ำท่วม
Politics ‘ชัชชาติ’ ยื่นสภา กทม. ขอใช้เงินสะสมจ่ายขาด 1,139 ล้าน เร่งเยียวยา-ฟื้นฟูน้ำท่วม
จบเกมซื้อคืน ROH? ผู้ถือหน่วย GROREIT โหวตคว่ำดีล 4,873 ล้าน ไฟเขียวขายรายใหม่ 5,300 ล้าน
Finance จบเกมซื้อคืน ROH? ผู้ถือหน่วย GROREIT โหวตคว่ำดีล 4,873 ล้าน ไฟเขียวขายรายใหม่ 5,300 ล้าน
AP เปิดศึกแคมปัสคอนโด ทุ่มซื้อที่ดิน 3 ไร่ ติดถนนงามวงศ์วานขึ้นคอนโดใหม่ “ไลฟ์ เกษตร”
Real Estate AP เปิดศึกแคมปัสคอนโด ทุ่มซื้อที่ดิน 3 ไร่ ติดถนนงามวงศ์วานขึ้นคอนโดใหม่ “ไลฟ์ เกษตร”
Grab ยกระดับ ‘เศรษฐกิจวัฒนธรรม’ ดันสินค้า CPOT ขึ้นขายบน GrabMart
Business Grab ยกระดับ ‘เศรษฐกิจวัฒนธรรม’ ดันสินค้า CPOT ขึ้นขายบน GrabMart
สันติธาร : โลกได้อะไรจากเรา แล้วเราได้อะไรจากโลก ? โจทย์ใหญ่ ผ่านเวที IMF–World Bank
Finance สันติธาร : โลกได้อะไรจากเรา แล้วเราได้อะไรจากโลก ? โจทย์ใหญ่ ผ่านเวที IMF–World Bank
iPhone Duo vs Samsung ศึกชิงผู้นำสมาร์ทโฟน ‘จอพับ’ วัดพลังอีโคซิสเต็ม-เกมการตลาด
Tech iPhone Duo vs Samsung ศึกชิงผู้นำสมาร์ทโฟน ‘จอพับ’ วัดพลังอีโคซิสเต็ม-เกมการตลาด
ดูทั้งหมด

รมต.ต่างประเทศคนใหม่

01 พ.ค. 2567 | 09:01น.
มาริษ เสงี่ยมพงษ์
คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ

ราชกิจจานุเบกษาเล่ม 141 ตอนพิเศษ 116 ง ลงวันที่ 28 เมษายน 2567 ประกาศให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรีและแต่งตั้งรัฐมนตรีมีรายชื่อ นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี และ ให้แต่งตั้ง นายปานปรีย์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ถูกเผยแพร่ออกมานั้น ปรากฏในวันเดียวกันนั้น นายปานปรีย์ ได้ทำหนังสือกราบเรียนนายกรัฐมนตรีเรื่อง ขอลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแบบทันทีทันใด

หนังสือลาออกของ นายปานปรีย์ แจ้งความประสงค์ขอลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและทุกตำแหน่งที่ได้รับมอบหมายเพื่อเปิดทางให้ท่านอื่นเข้ามาดำรงตำแหน่งแทน พร้อมกับแสดงความเชื่อว่า การถูกปรับออกจากตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีไม่เกี่ยวกับการไม่มีผลงาน เนื่องจากที่ผ่านมาสามารถตอบสนองต่อนโยบายการทูตเศรษฐกิจเชิงรุก

ทำให้ประเทศไทยหวนกลับขึ้นมาอยู่บนจอเรดาร์ของโลก มีมิตรประเทศเพิ่มขึ้นและมีนักลงทุนต่างชาติสนใจที่จะเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น

นอกจากนี้หนังสือลาออกของ นายปานปรีย์ ยังกล่าวถึงการให้ความสำคัญกับคนไทยในต่างประเทศ การนำคนไทยผู้ถูกจับเป็นตัวประกันในอิสราเอลกลับบ้านได้ถึง 23 คน แรงงานไทยจาก เล่าก์ก่าย ในเมียนมาอีก 1,000 คน การเปิดวีซ่าฟรีกับหลายประเทศ แต่ที่สำคัญและเป็นงานที่ยังไม่เสร็จสิ้นก็คือ การให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ชาวเมียนมา โดยก่อนหน้านี้ นายปานปรีย์เพิ่งได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจบริหารสถานการณ์อันเนื่องมาจากความไม่สงบในเมียนมา

โดยคณะกรรมการเฉพาะกิจชุดนี้จะมีบทบาทสำคัญในการดำเนินการทาง การทูตเชิงรุก ที่กำลังจะวางบทบาทประเทศไทยในการเป็น คนกลาง ประสานงานให้เกิดมีการประชุมไตรภาคีหรือ “ทรอยก้าพลัส” เปิดกว้างให้ประเทศสมาชิกอาเซียนเข้าร่วมการหารือเพื่อหาแนวทางการสร้างสันติภาพในเมียนมา

ดังนั้นการพ้นจากตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และ ทุกตำแหน่ง รวมถึง ประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจบริหารสถานการณ์อันเนื่องมาจากความไม่สงบในเมียนมา ซึ่งจะเป็น “งานใหญ่” ที่เกี่ยวกับความไม่มั่นคงทางด้านเศรษฐกิจ-การเมืองและการยุติความรุนแรงในเมียนมา จึงเป็นที่จับตาของประเทศสมาชิกอาเซียนและประเทศผู้เกี่ยวข้องถึงทิศทางนโยบายการต่างประเทศของประเทศไทย

สมควรที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคนใหม่จักต้องเร่งทำความเข้าใจกับทุกภาคส่วนถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจะไม่กระทบต่อนโยบายการต่างประเทศของไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาเกี่ยวกับเมียนมา พร้อมเร่งดำเนินการสืบสานนโยบายการทูตเศรษฐกิจเชิงรุกและการดูแลคนไทยในต่างแดนที่รัฐบาลชุดนี้ได้ดำเนินการมาเพื่อให้เกิดการต่อเนื่อง