พิชัย แบ่งงาน รมช. คลังใหม่ เกลี่ยงาน “กฤษฎา” ให้ “จุลพันธ์-เผ่าภูมิ” ช่วยดู
พิชัย เซ็นคำสั่งแบ่งงานกระทรวงการคลังใหม่ เกลี่ยงานที่เคยมอบหมาย “กฤษฎา” ให้ รมช.คลังที่เหลือ 2 คน คุมเอง “สลาก-กรุงไทย-ออมสิน-บัญชีกลาง-สบน.” ขณะที่ “จุลพันธ์” ยังเหมา 3 กรมภาษี คุมเพิ่ม “การยาสูบฯ” ฟาก “เผ่าภูมิ” ได้ดู “สพพ.” เพิ่มอีกหน่วยงาน
วันที่ 28 พฤษภาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ได้ลงนามในคำสั่งแบ่งงานให้กับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง จำนวน 2 รายใหม่
โดยคำสั่งลงวันที่ 28 พ.ค.2567 ซึ่งเป็นการแบ่งงานใหม่หลังจากนายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อดีต รมช.คลัง จากโควต้าพรรคไทยสร้างชาติ ได้ลาออกไป เนื่องจากไม่พอใจการแบ่งงานในครั้งแรก เมื่อวันที่ 7 พ.ค.2567 ที่ผ่านมา
โดยการแบ่งงานรอบใหม่นี้ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ยังคงได้รับมอบหมายให้กำกับดูแล 3 กรมภาษี คือ กรมศุลกากร กรมสรรพากร และ กรมสรรพสามิตเช่นเดิม ขณะที่รัฐวิสาหกิจ ได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) องค์การสุรา โรงงานไพ่ กองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เพิ่มเติมการยาสูบแห่งประเทศไทย ที่ก่อนนี้มอบให้นายกฤษฎากำกับ
ขณะที่นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.คลังอีกรายได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) และ กรมธนารักษ์ ส่วนรัฐวิสาหกิจ ได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลบริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) และ เพิ่มเติม สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) หรือ สพพ. ที่เดิมมอบหมายให้นายกฤษฎา กำกับดูแล
ส่วนหน่วยงานที่เหลือ นายพิชัย จะกำกับดูแลเอง ได้แก่ กรมบัญชีกลาง สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) เพิ่มเติม สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) และ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ที่เดิมมอบหมายให้นายกฤษฎา กำกับดูแล
