เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวอ่อนค่า หลังตัวเลขเงินเฟ้อต่ำกว่าคาด

14 พ.ค. 2561 | 18:21น.

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันจันทร์ที่ 14 พฤษภาคม 2561 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (14/5) ที่ 31.81/82 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (11/5) ที่ 31.95/97 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ หลังนายเจมส์ บูลลาร์ด ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาเซนต์หลุยส์ ได้ออกมากล่าวสนับสนุนให้เฟดชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยโดยเขาระบุว่า ขณะนี้อัตราดอกเบี้ยได้แตะระดับที่เป็นกลางแล้ว หากมีการปรับขึ้นต่อไปอีก อาจจะมีความเสี่ยงที่การลงทุนในภาคธุรกิจและการจ้างงานจะได้รับผลกระทบ ก่อนหน้านี้ นายบลูลาร์ดเคยกล่าวว่า เฟดควรยุติการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย จนกว่าเงินเฟ้อและการขยายตัวทางเศรษฐกิจได้ปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์ก ได้ปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐในไตรมาส 2 จาก 2.96% เป็น 2.97% แม้ตัวเลขเศรษฐกิจจะออกมาไม่ค่อยดีนัก โดยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ปรับตัวขึ้นต่ำกว่าคาด โดยเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนเมษายน เมื่อเทียบรายเดือน ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะปรับตัวสูงขึ้น 0.3% และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ขยับขึ้นเพียง 0.1% ในเดือนเมษายน เมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นน้อยที่สุดในรอบ 4 เดือน อีกหนึ่งปัจจัยที่ฉุดค่าเงินดอลลาร์ลงคือ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่ปรับตัวลดลง โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลประเภทอายุ 10 ปี ร่วงลงแตะระดับ 2.962% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลประเภทอายุ 30 ปี ปรับตัวลงสู่ระดับ 3.105% หลังตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐออกมาต่ำกว่าคาด ซึ่งทำให้โอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้มีโอกาสลดลงตามไปด้วย

ทั้งนี้ ตลาดยังคงจับตาการกล่าวสุนทรพจน์ของเจ้าหน้าที่เฟดหลายท่านในวันนี้เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ภาวะเศรษฐกิจ รวมทั้งทิศทางการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสหรัฐในปีนี้ ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 31.78-31.88 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 31.80/81 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับค่าเงินยูโรวันนี้ (14/5) เปิดตลาดที่ระดับ 1.1961/65 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาด (11/5) ที่ 1.1942/44 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยนักลงทุนยังคงจับตาสถานการณ์การเมืองในอิตาลีอย่างใกล้ชิด หลังพรรค 5-Star Movement และพรรค League ซึ่งเป็นพรรคการเมือง 2 พรรคที่ใหญ่ที่สุดในอิตาลี มีความเห็นตรงกันว่าอิตาลีควรมีการจัดการเลือกตั้งครั้งใหม่ในวันที่ 8 กรกฎาคม ปีนี้ หากพรรคการเมืองต่าง ๆ ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ได้ ซึ่งพรรค 5-Star Movement และพรรค League ได้เสนอวันเลือกตั้งดังกล่าวขึ้น หลังจากที่ไม่มีพรรคการเมืองใดครองเสียงข้างมากจากการเลือกตั้งในวันที่ 4 มิถุนายน ที่ผ่านมา ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1937-1.1989 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1984/88 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับค่าเงินเยนวันนี้ (14/5) เปิดตลาดที่ระดับ 109.24/27 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดในวันศุกร์ (11/5) ที่ระดับ 109.38/40 เยน/ดอลลาร์ โดยการแข็งค่าของเงินเยนได้รับอานิสงส์จากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์หลังได้รับแรงกดดันจากตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาต่ำกว่าคาดการณ์ ความตึงเครียดที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลาง จากการที่อิหร่านได้ยิงจรวดโจมตีดินแดนอิสราเอลจากซีเรียก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ถ่วงค่าเงินดอลลาร์ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 109.19-109.59 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 109.54/57 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจของสหรัฐในสัปดาห์นี้ได้ก่ ตัวเลข GDP ของเยอรมนี (15/5) ตัวเลข CPI ของฝรั่งเศส (15/5) ตัวเลขยอดค้าปลีกของสหรัฐ (15/5) รวมไปถึงสุนทรพจน์ของเจ้าหน้าที่เฟดหลายท่านที่จะมีขึ้นภายในสัปดาห์นี้ และการประชุม กนง. (16/5)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -3.20/-3.00 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -5.00/-4.50 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ดอลลาร์