เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
Biz Movement สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
Business เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
Real Estate ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
SD 14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
ดูทั้งหมด

ดอลลาร์ปรับตัวแข็งค่า ขานรับสัญญาณชะลอการลดอัตราดอกเบี้ย

30 ต.ค. 2568 | 17:40น.
dollar money

ดอลลาร์ปรับตัวแข็งค่า ขานรับสัญญาณชะลอการลดอัตราดอกเบี้ย นอกจากนี้เฟดยังได้ประกาศว่าจะยุติการลดขนาดงบดุลหรือการใช้นโยบายคุมเข้มเชิงปริมาณ หรือ QT ในวันที่ 1 ธ.ค. ถือเป็นการผ่อนคลายนโยบายการเงินก่อนหน้านี้

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 30 ตุลาคม 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (30/10) ที่ระดับ 32.40/41 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (29/10) ที่ระดับ 32.29/30 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

โดยดอลลาร์สหรัฐปรับตัวแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักแตะระดับ 99.35 หลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% สู่ระดับ 3.75-4.00% ตามคาด ด้วยคะแนนเสียง 10 ต่อ 2 เสียง โดยสตีเฟน มิแรน สมาชิกคณะกรรมการผู้ว่าการเฟดโหวตสวนมติในที่ประชุมให้เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงถึง 0.50% ขณะที่เจฟฟรีย์ ชมิดท์ ประธานเฟตสาขาเซนต์หลุยส์ มีมติให้เฟดคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 4.00-4.25%

นอกจากนี้ เฟดยังได้ประกาศว่าจะยุติการลดขนาดงบดุลหรือการใช้นโยบายคุมเข้มเชิงปริมาณ (Quantitative Tightening) หรือ QT ในวันที่ 1 ธ.ค. ซึ่งถือเป็นการผ่อนคลายนโยบายการเงินก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 14 ต.ค.

เจอโรม พาวเวลล์
เจอโรม พาวเวลล์ (แฟ้มภาพ)

เจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟดกล่าวต่อที่ประชุมของสมาคมเศรษฐศาสตร์ธุรกิจแห่งชาติสหรัฐ (NABE) ที่เมืองฟิลาเดลเฟียว่า เฟดอาจใกล้ถึงจุดที่จะยุติการลดขนาดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ อีกทั้งหลังเสร็จสิ้นการประชุมนโยบายการเงินพาวเวลล์ระบุว่า ขณะนี้เฟดยังไม่ตัดสินใจว่าจะปรับลดดอกเบี้ยอีกหรือไม่ในการประชุมเดือน ธ.ค.นี้ เนื่องจากกรรมการมีความเห็นที่แตกต่างกัน ส่งผลให้นักลงทุนลดคาดการณ์โอกาสที่เฟดจะลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกในเดือน ธ.ค.

ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group ระบุว่านักลงทุนให้น้ำหนักราว 70% จากเดิมที่ 90% ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก 0.25% สู่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมนโยบายการเงินวันที่ 9-10 ธ.ค.

ด้านข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุด สมาคมสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยของสหรัฐ (MBA) รายงานว่า จำนวนผู้ขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น 7.1% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนองลดลง

วันนี้ (30/10) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยภายหลังการประชุมกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่เมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ ว่า ทั้งสองฝ่ายได้บรรลุข้อตกลงทางเศรษฐกิจครั้งสำคัญ โดยสหรัฐจะลดภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนจาก 57% เหลือ 47% แลกกับการที่จีนจะกลับมาซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐ พร้อมรักษาการส่งออกแร่ธาตุหายากและเร่งปราบปรามการค้าเฟนทานิลที่ผิดกฎหมาย

พร้อมกันนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ยังปรับลดภาษีศุลกากรที่เกี่ยวข้องกับเฟนทานิลลงเหลือ 10% โดยทั้งสองฝ่ายเห็นชอบให้มีการทบทวนข้อตกลงเป็นรายปี

การเจรจาครั้งนี้ส่งผลเชิงบวกต่อบรรยากาศการลงทุนทั่วโลก สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนว่าความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสองมหาอำนาจจะเริ่มคลี่คลายลง

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ วันนี้ (30/10) สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2568 เพิ่มขึ้นเป็น 2.4% จากเดิมที่ 2.2% โดยได้รับแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐช่วงปลายปีและการส่งออกที่ขยายตัวดีกว่าคาด โดยคาดว่าภาคการส่งออกจะโตได้ถึง 10% ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนยังเติบโตดี ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปคาดว่าจะหดตัวอยู่ที่ -0.2% และดุลบัญชีเดินสะพัดจะเกินดุลราว 15.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับปี 2569 สศค.ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวชะลอลงเหลือ 2.0% จากผลของการส่งออกที่อาจหดตัวถึง -1.5% หลังเร่งส่งออกไปมากแล้วในช่วงก่อนหน้าเพื่อลดผลกระทบจากการขึ้นภาษีของสหรัฐ โดยคาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะกลับมาขยายตัวที่ 0.5%

ทั้งนี้ ในระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 32.36-32.52 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 32.36/37 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (30/10) ที่ระดับ 1.1611/12 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (29/10) ที่ระดับ 1.1639/40 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวในกรอบจำกัด ขณะที่บรรดานักลงทุนจับตาผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในคืนวันนี้ (30/10) โดยคาดว่า ECB จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 2.15%

ทั้งนี้ ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1605-1.1637 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1614/16 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเข้าวันนี้ (30/10) ที่ระดับ 152.53/54 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (27/10) ที่ระดับ 152.25/26 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ วันนี้ (30/10) ค่าเงินเยนปรับตัวอ่อนค่าต่อเนื่อง หลังธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.5% ในการประชุมนโยบายการเงินวันที่ 29-30 ต.ค. ซึ่งนับเป็นการคงอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกภายใต้รัฐบาลของนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ ผู้สนับสนุนนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย แม้ผลการประชุมจะเป็นไปตามคาด แต่ไม่เป็นเอกฉันท์

โดยกรรมการ 2 ราย ได้แก่ นาโอกิ ทามูระ และฮาจิเมะ ทาคาตะ เสนอให้ปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 0.75% ท่ามกลางความไม่แน่นอน ภายในประเทศและแรงกดดันจากสหรัฐ เกี่ยวกับค่าเงินเยนที่อ่อนค่าซึ่งอาจส่งผลต่อความได้เปรียบทางการค้า โดยล่าสุดสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังของสหรัฐ ได้แสดงความเห็นกดดันให้ญี่ปุ่นดำเนินนโยบายการเงินอย่างเหมาะสมและรักษาเสถียรภาพของค่าเงินเยน ซึ่งสอดคล้องกับท่าทีของประธานาธิบดีทรัมป์ที่เคยวิจารณ์ว่าญี่ปุ่นใช้นโยบายค่าเงินเยนอ่อนเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการค้า

อย่างไรก็ดี ญี่ปุ่นยังคงเผชิญเงินเฟ้อสูงเกินเป้าหมายที่ 2% อย่างต่อเนื่องถึง 41 เดือน ขณะที่ภาคส่งออกยังเปราะบาง โดยผู้ว่าการ BOJ คาซูโอะ อูเอดะ ต้องรับมือกับความท้าทายทางเศรษฐกิจต่อไป ขณะเดียวกันการโหวตสวนมติของกรรมการ BOJ บางรายอาจบ่งชี้ถึงโอกาสในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ธ.ค.นี้

ทั้งนี้ ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 152.16-153.86 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ 153.75/77 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ได้แก่ การแถลงมติอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางยุโรป (ECB) (30/10), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐ (30/10), ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ไตรมาส 3/2568 (ประมาณการเบื้องต้น) ของสหรัฐ (30/10), อัตราว่างงานเดือน ก.ย. ของญี่ปุ่น (31/10),

ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือน ต.ค. ของกรุงโตเกียว (31/10), ยอดค้าปลีกเดือน ก.ย. ของญี่ปุ่น (31/10), ยอดค้าปลีกเดือน ก.ย. ของเยอรมนี (31/10), อัตราเงินเฟ้อขั้นต้นเดือน ต.ค. ของฝรั่งเศส (31/10), อัตราเงินเฟ้อขั้นต้นเดือน ต.ค. ของยูโรโซน (31/10), ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือน ก.ย. ของสหรัฐ (31/10)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเข้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -7.4/-7.1 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -5.0/-2.8 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ