หุ้นไทยวันนี้ Upside จำกัดแนวต้าน 1,335 จุด จับตาถ้อยแถลงเฟด-CPI สหรัฐ
บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ประเมินหุ้นไทยวันนี้รีบาวนด์เข้าใกล้แนวต้านเป้าหมายบริเวณ 1,325-1,335 จุด คาดดัชนีจะเริ่มมี upside จำกัด นักลงทุนรอติดตามถ้อยแถลงประธานเฟด และดัชนี CPI มิ.ย. ของสหรัฐ คาดชะลอตัว จึงแนะ “Selective Buy”
วันที่ 9 กรกฎาคม 2567 บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด รายงานว่าประเมิน SET รีบาวนด์เข้าใกล้แนวต้านเป้าหมายบริเวณ 1,325 และถัดไปบริเวณ 1,335 จุด ซึ่งคาดดัชนีจะเริ่มมี upside จำกัด ขณะที่นักลงทุนในตลาดรอติดตามถ้อยแถลงประธานเฟดต่อสภาคองเกรส ดังนั้นให้ระวังแรงขายลดความเสี่ยงให้ดัชนีกลับมาอ่อนตัวได้ ด้านแนวรับอยู่ที่ 1,310 และ 1,300 จุด ตามลำดับ
ช่วงสั้นมอง SET ยังเปราะบางและแกว่งตัวในกรอบแคบ หลังการเมืองในประเทศยังยืดเยื้อ โดย ศาล รธน. นัดพิจารณาคดียื่นวินิจฉัยคุณสมบัติของนายกรัฐมนตรีในวันที่ 10 ก.ค. และคดียุบพรรคก้าวไกลในวันที่ 17 ก.ค.
ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศน่าจะได้รับแรงหนุนจากท่าทีของประธานเฟดที่อาจจะส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงินมากขึ้น ทั้งนี้ดัชนี CPI มิ.ย. ของสหรัฐ คาดจะชะลอตัวลงเหลือ 3.1% YOY จาก 3.3% YOY ใน พ.ค. ที่ผ่านมา ท่ามกลางตัวเลขตลาดแรงงานที่ชะลอตัวลง ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”
ประเด็นสำคัญวันนี้ที่ต้องติดตาม
- กระทรวงการคลังระบุ 10 ก.ค. คณะอนุกรรมการฯ โครงการดิจิทัลวอลเลตประชุมสรุปเงื่อนไข 15 ก.ค. เข้าสู่บอร์ด ชุดใหญ่ 24 ก.ค. นายกฯ แถลงถึงกำหนดการเปิดลงทะเบียน และคาดจะเสนอเข้า ครม. 30 ก.ค.
2. กรมสรรพสามิตของบฯกลางเพิ่มเติมอีก 7 พันล้านบาทเพื่อจ่ายอุดหนุนการดำเนินมาตรการส่งเสริมการใช้รถยนต์ EV อีก 3.5 หมื่นคัน ขณะนี้อยู่ระหว่างรอเสนอเข้า ครม. พิจารณา
3. กสทช. ระบุ 13 ก.ค. นี้จะครบกำหนดยืนยันตัวตนสำหรับผู้ที่ลงทะเบียนซิมการ์ดตั้งแต่ 6-100 เลขหมาย อันเป็นมาตรการยับยั้งการใช้บริการโทรศัพท์มือถือในการทำผิดหรือสนับสนุนการกระทำผิดกฎหมาย
4. อิทธิพลของพายุเฮอร์ริเคนเบริล ส่งผลให้มีการปิดโรงกลั่นและท่าเรือหลายแห่งในอ่าวเม็กซิโก โดย Shell ได้ระงับการผลิตน้ำมันตจากแท่นขุดเจาะน้ำมัน Perdido ซึ่งผลิตน้ำมันราว 1 แสนบาร์เรล/วัน หรือราว 5.5% ของการผลิตน้ำมันทั้งหมดในอ่าวเม็กซิโก
5. Bloomberg ระบุอุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ของจีนกำลังเผชิญกับปัญหาอุปทานล้นตลาด หลังจากมีการผลิตมากเกินความต้องการในช่วงไม่กี่ปีมานี้ โดยบริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่งรายงานตัวเลขขาดทุนใน 1Q67 เนื่องจากขายสินค้าในราคาต่ำกว่าทุน
6. ราคาหุ้น Boeing +0.55% DOD หลังบรรลุข้อตกลงกับ ก.ยุติธรรมสหรัฐในการยอมรับผิดและจ่ายค่าปรับ เพื่อแลกกับการยุติการสอบสวนและดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับการตกของเครื่องบินโบอิ้งรุ่น 737 MAX
7. ข้อมูลจาก Deloitte บ่งชี้การ IPO ในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วง 6M67 จาก ดอกเบี้ยสูง โดย market cap ลดลง 71% อยู่ที่เพียง 5.8 พันล้านเหรียญ
กลยุทธ์การลงทุน
มองตลาดหุ้นไทยยังเปราะบางและแกว่งตัวในกรอบแคบ ระหว่างรอความชัดเจนของปัจจัยการเมืองในประเทศและปัจจัยหนุนใหม่ ๆ กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ใน 4 ธีม ดังนี้
1.หุ้นที่คาดจะได้อานิสงส์ Cover Short หลัง ตลท. เริ่มใช้มาตรการ Uptick ตั้งแต่ 1 ก.ค. 67 และเป็นหุ้นพื้นฐานดีมี ESG Rating ระดับ A-AAA เลือก HANA TOP BEM MINT OSP BBL SCGP AOT
2.หุ้นที่คาดได้อานิสงส์บวกจากแผนปรับเงื่อนไขกองทุน Thai ESG ใหม่ โดยขยายวงเงินเป็น 3 แสนบาท และลดระยะเวลาถือครองเหลือ 5 ปี เลือก ADVANC CPALL BDMS BBL BEM GULF
3.หุ้น Global Play ที่คาดผลประกอบการมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องและได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกมากกว่าที่จะขึ้นกับการเติบโตของเศรษฐกิจภายในประเทศที่ไม่แน่นอน เลือก SCGP TU MINT (ทั้งนี้ SCGP แนะนำซื้อเมื่ออ่อนตัว หลังมีแรงกดดันจากตัวเลขเศรษฐกิจจีนที่ออกมาอ่อนแอ)
4.สถานการณ์ในตะวันออกกลางเริ่มเบาบางลง ทำให้ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวลดลงมาอยู่ในกรอบล่างของช่วง 80-90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งมองยังสามารถมีหุ้นน้ำมันสำหรับป้องกันความเสี่ยง (Hedging) ได้ ดังนั้นนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง จึงยังคงเลือกหุ้นน้ำมันขั้นต้นอย่าง PTTEP
หุ้น TOP PICKS วันนี้
CPALL 2Q67 คาดกำไรปกติโต 26% YOY ดีสุดในกลุ่มพาณิชย์ จากยอดขายและมาร์จิ้นดีขึ้น และส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้นจาก CPAXT คาดกำไร 2H67 โต YOY โดดเด่นกว่าบริษัทอื่นในกลุ่ม อีกทั้งมองเป็น proxy ของกลุ่ม ที่จะได้ประโยชน์จากความคืบหน้าโครงการดิจิทัลวอลเลต (เป็น upside ต่อประมาณการ)
HANA มองผลการดำเนินงานจะทยอยฟื้นตัวใน 2Q67 และคาดฟื้นตัวชัดเจนใน 2H67 หนุนจากวงจรการเปลี่ยนสมาร์ทโฟน AI ธุรกิจ RFID และธุรกิจ PMS คาดไม่ได้รับผลกระทบจากราคาทองแดงและทองคำที่เพิ่มขึ้น เพราะส่งผ่านต้นทุนวัตถุดิบไปยังลูกค้าได้ และได้รับผลกระทบจำกัดจากการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ