เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไฮเออร์ทุ่ม 5,250 ล้านบาท ตั้งโรงงานเครื่องซักผ้าระยอง
Business ไฮเออร์ทุ่ม 5,250 ล้านบาท ตั้งโรงงานเครื่องซักผ้าระยอง
ค่าเงินบาทวันนี้ (29 ต.ค.) เปิดตลาด 33.75 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (29 ต.ค.) เปิดตลาด 33.75 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
เปิดสเป็ก MacBook Pro ‘จอสัมผัส’ รุ่นแรก ใช้ชิป M5 Pro-M5 Max เริ่มต้น 104,900 บาท
Tech เปิดสเป็ก MacBook Pro ‘จอสัมผัส’ รุ่นแรก ใช้ชิป M5 Pro-M5 Max เริ่มต้น 104,900 บาท
เปิดดีลใหญ่ PTTGC-SCGC รวมธุรกิจปิโตรเคมี ปั้นบริษัทร่วมทุน 1.86 แสนล้าน
Finance เปิดดีลใหญ่ PTTGC-SCGC รวมธุรกิจปิโตรเคมี ปั้นบริษัทร่วมทุน 1.86 แสนล้าน
ราคาที่ดิน ‘กทม.-ปริมณฑล’ ฟื้น ‘รถไฟฟ้า-M82’ ดันขึ้นยกแผง 
Real Estate ราคาที่ดิน ‘กทม.-ปริมณฑล’ ฟื้น ‘รถไฟฟ้า-M82’ ดันขึ้นยกแผง 
บทเรียนยุโรป ก่อนวิกฤตการคลังมาถึงไทย
Columns บทเรียนยุโรป ก่อนวิกฤตการคลังมาถึงไทย
กฟผ. เริ่มตั้งไข่โรงไฟฟ้า SMR จ้างที่ปรึกษา-รัฐตั้ง NEPIO ขับเคลื่อน
Economic กฟผ. เริ่มตั้งไข่โรงไฟฟ้า SMR จ้างที่ปรึกษา-รัฐตั้ง NEPIO ขับเคลื่อน
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (29 ต.ค.) ขยับขึ้น 0.45% อยู่ที่ 81,164 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (29 ต.ค.) ขยับขึ้น 0.45% อยู่ที่ 81,164 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (29 ต.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (29 ต.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
เฟดคงดอกเบี้ย เควิน วอร์ชชี้ “เงินเฟ้อสูงเกินไป”
World เฟดคงดอกเบี้ย เควิน วอร์ชชี้ “เงินเฟ้อสูงเกินไป”
ดูทั้งหมด

ครม.ขยายเวลา กองทุนปรับโครงสร้างการผลิตภาคเกษตร ออกไป 20 ปี

16 ก.ค. 2567 | 15:37น.
การเกษตร

ที่ประชุม ครม. เห็นชอบ ให้กองทุนปรับโครงสร้างการผลิตภาคเกษตรเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ ออกไปเป็นระยะเวลา 20 ปี

วันที่ 16 กรกฎาคม 2567 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบขยายระยะเวลาการดำเนินงานของกองทุนปรับโครงสร้างการผลิตภาคเกษตรเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ ออกไปเป็นระยะเวลา 20 ปี ตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคม 2567 ถึง 19 กรกฎาคม 2587 ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เสนอ

ทั้งนี้ ครม.เมื่อ 20 กรกฎาคม 2547 มีมติเห็นชอบในหลักการของการจัดตั้งกองทุน เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนในการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดการค้าเสรีในการพัฒนาโครงสร้างด้านเกษตร เพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต พัฒนาคุณภาพตลอดจนการแปรรูป และการสร้างมูลค่าเพิ่มของสินค้าเกษตร โดยมีระยะเวลาดำเนินการ 20 ปีแต่ปี 2548-2567 โดยจะสิ้นสุดระยะเวลาดำเนินงานในวันที่ 19 กรกฎาคม 2567

กองทุนดังกล่าวยังมีความจำเป็นต้องดำเนินงานต่อไป เนื่องจากเป็นแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำและกลไกของรัฐเพียงแห่งเดียวที่ให้ความช่วยเหลือแก่เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดการค้าเสรีเป็นการเฉพาะให้สามารถมีเงินทุนหมุนเวียนเพื่อนำไปเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตสินค้าเกษตร ซึ่งปัจจุบันไทยอยู่ระหว่างเจรจาความตกลงการค้าเสรีกับหลายประเทศ และอาจมีการเจรจาการค้าเสรีอื่น ๆ เพิ่มเติมในอนาคต

หากกองทุนสิ้นสุดระยะเวลาการดำเนินงานจะส่งผลกระทบดังนี้ (1) ภาครัฐจะไม่มีกลไกในการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการที่ภาครัฐได้เจรจาเปิดการค้าเสรี (2) เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมจากการเปิดการค้าเสรีจะขาดแหล่งเงินทุนที่จะช่วยเหลือสนับสนุนในการโครงสร้างการผลิต และการพัฒนาคุณภาพ และสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตร และ (3) โครงการต่าง ๆ ที่ให้ความช่วยเหลือแก่เกษตรกรที่กองทุนให้การสนับสนุนจะไม่มีเงินสนับสนุนต่อเนื่อง โดยเกษตรกรบางรายจำเป็นต้องส่งชำระเงินกองทุนก่อนเวลาตามแผนชำระคืน

ที่ผ่านมากองทุนได้รับการจัดสรรงบประมาณตลอดระยะเวลาการดำเนินงาน 20 ปี รวมเป็นเงิน 998 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนโครงการต่าง ๆ จำนวน 34 โครงการ 11 ชนิดสินค้า ได้แก่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ข้าว ชา กาแฟ ปาล์มน้ำมัน มะพร้าว พริกไทย ผักเมืองหนาว โคเนื้อ โคนม และสุกรรวมทั้งทั้งสิ้น 1,183.25 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นเงินยืม 620.92 ล้านบาท และเงินจ่ายขาด 562.33 ล้านบาท มีเกษตรกรได้รับความช่วยเหลือไม่น้อยกว่า 130,706 ครัวเรือน

แหล่งงบประมาณที่จะใช้สำหรับการดำเนินการในระยะต่อไปประกอบด้วย (1) เงินและทรัพย์สินของกองทุนสะสม โดย ณ วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2567 มีจำนวนเงิน 541.059 ล้านบาท ประกอบด้วยเงินสด 209.897 ล้านบาท สินทรัพย์ 3.022 ล้านบาท และลูกหนี้ 328.740 ล้านบาท ซึ่งสามารถใช้หมุนเวียนสำหรับอนุมัติโครงการในช่วงปี 2567-2568 ได้ประมาณ 200 ล้านบาท และ (2) ในกรณีที่เงินทุนหมุนเวียนของกองทุนมีไม่เพียงพอจะเสนอของบฯประจำปี โดยคาดว่าจะเสนอของบฯเป็นเวลา 10 ปี ตั้งแต่ปี 2568-2577 เฉลี่ยปีละ 208 ล้านบาท

กองทุนของ กษ. ไม่ซ้ำซ้อนกับกองทุนช่วยเหลือเพื่อการปรับตัวของภาคการผลิตและภาคบริการที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้าของกระทรวงพาณิชย์ (พณ.) เนื่องจากกองทุนของ กษ. มุ่งให้ความช่วยเหลือแก่เกษตรกรและกลุ่มเกษตรกรที่ทำการผลิตวัตถุดิบขั้นต้น ในขณะที่กองทุนช่วยเหลือเพื่อการปรับตัวของ พณ. มุ่งให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ผลิตและผู้ประกอบการ SMEs ทั้งนี้ เพื่อป้องกันความซ้ำซ้อนระหว่าง 2 กองทุน อาจมีการกำหนดเงื่อนไข

เช่น (1) กองทุนทั้ง 2 กองทุนอาจมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันเกี่ยวกับโครงการที่เคยให้ความช่วยเหลือที่ผ่านมา (2) ผู้ขอรับความช่วยเหลือในการผลิตสินค้าเกษตรอาจสามารถเลือกที่จะขอรับความช่วยเหลือได้จากทั้งกองทุนช่วยเหลือเพื่อการปรับตัวของกระทรวงพาณิชย์ หรือกองทุนของกระทรวงเกษตร แต่จะสามารถได้รับความช่วยเหลือจากกองทุนใดกองทุนหนึ่งเท่านั้น เป็นต้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การเกษตร ครม.