Skip to content

ทรัมป์เล็งซีอีโอ “เจพีมอร์แกน” เป็น รมว.คลัง ไม่ปลด “พาวเวลล์” จากประธานเฟด 

17 ก.ค. 2567 | 18:37น.
ทรัมป์เล็งซีอีโอ “เจพีมอร์แกน” เป็น รมว.คลัง ไม่ปลด “พาวเวลล์” จากประธานเฟด 

โดนัลด์ ทรัมป์ เผยหากได้เป็นประธานาธิบดี จะพิจารณาให้ เจมี ไดมอน ซีอีโอธนาคารเจพีมอร์แกน เป็นรัฐมนตรีคลังสหรัฐ และจะปล่อยให้ เจอโรม พาวเวลล์ เป็นประธานเฟดไปจนครบวาระ 

วันที่ 17 กรกฎาคม 2024 รอยเตอร์ (Reuters) รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ผู้ได้รับการเสนอชื่อชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐของพรรครีพับลิกันกล่าวว่า หากเขาชนะเลือกตั้งได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐ เขาจะพิจารณาให้ เจมี่ ไดมอน (Jamie Dimon) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) เจพีมอร์แกน เชส แอนด์ โค (JPMorgan Chase & Co.) ธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐ

รอยเตอร์ระบุว่า คำกล่าวนี้ทรัมป์กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับบลูมเบิร์ก (Bloomberg) ซึ่งการสัมภาษณ์เกิดขึ้นเมื่อปลายเดือนมิถุนายน แต่บลูมเบิร์กเพิ่งเผยแพร่บทสัมภาษณ์เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคมที่ผ่านมา 

ตามการรายงานของรอยเตอร์ ก่อนหน้านี้ทรัมป์เคยวิพากษ์วิจารณ์ เจมี่ ไดมอน อยู่หลายครั้ง อย่างเมื่อปีที่แล้ว ทรัมป์โพสต์ในแพลตฟอร์ม “ทรูท โซเชียล” (Truth Social) ว่า เจมี่ ไดมอน เป็น “นักโลกาภิวัตน์ที่ได้รับการประเมินสูงเกินจริง” จนกระทั่งถึงเมื่อไม่นานมานี้เขาจึงได้หยุดการวิพากษ์วิจารณ์นายแบงก์คนดัง 

ส่วนฝั่ง เจมี่ ไดมอน ก็เหมือนกับผู้บริหารองค์กรธุรกิจอีกจำนวนมากที่ได้ประณามการที่ผู้สนับสนุนทรัมป์บุกโจมตีอาคารรัฐสภาเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2021 เพื่อพยายามขัดขวางไม่ให้รัฐสภารับรองผลการเลือกในปลายตั้งปี 2020 ที่ทรัมป์แพ้ โจ ไบเดน (Joe Biden) 

อย่างไรก็ตาม เมื่อเร็ว ๆ นี้ ไดมอนก็ได้ชื่นชมจุดยืนและนโยบายบางอย่างของทรัมป์ 

“…พูดตามตรง เขาพูดถูกเกี่ยวกับ NATO เขาพูดถูกต้องในเรื่องการย้ายถิ่นฐาน เขาทำให้เศรษฐกิจเติบโตได้ค่อนข้างดี การปฏิรูปภาษีการค้าได้ผล เขาพูดถูกเกี่ยวกับบางเรื่องของจีน … เขาพูดไม่ผิดเกี่ยวกับบางอย่างของเรื่องสำคัญเหล่านี้” ซีอีโอ เจพี มอร์แกน กล่าวถึงทรัมป์ในการให้สัมภาษณ์ซีเอ็นบีซี (CNBC) เมื่อต้นปีที่ผ่านมา

นอกจากนั้น ทรัมป์กล่าวในการให้สัมภาษณ์อีกว่า ถ้าเขาชนะเลือกตั้ง เขาจะปล่อยให้ เจอโรม พาวเวลล์ (Jerome Powell) ทำงานในตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ไปจนครบวาระในเดือนพฤษภาคม 2026

สำหรับประเด็นการสนทนาเกี่ยวกับพาวเวลล์ มีที่มาจากการที่ทรัมป์ต่อต้านการดำเนินโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ ในช่วงที่เขาเป็นประธานาธิบดี และพาวเวลล์ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานเฟดสมัยแรกเมื่อปี 2018 ซึ่งเป็นทรัมป์เองที่แต่งตั้งให้เขาดำรงตำแหน่งนี้ หลังจากที่พาวเวลล์ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง “ผู้ว่าการ” ในสภาผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (Fed Board of Governors) ในสมัยประธานาธิบดีบารัก โอบามา (Barack Obama) 

ทรัมป์ต่อต้านการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดในช่วงปีแรกที่พาวเวลล์ดำรงตำแหน่ง และทรัมป์ไปไกลถึงขั้นหารือเรื่องการไล่พาวเวลล์ออกจากตำแหน่งประธานเฟด แม้ว่าต่อมาทรัมป์จะทราบดีว่าตนเองไม่มีอำนาจที่จะทำเช่นนั้นได้ แต่เขาก็ไม่ได้หยุดข่มขู่ที่จะปลดพาวเวลล์ต่อมาจนตลอดการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของเขา 

อย่างไรก็ตาม เมื่อไบเดนดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีต่อจากทรัมป์ ไบเดนได้เสนอชื่อพาวเวลล์เป็นประธานเฟดสมัย 2 เมื่อการดำรงตำแหน่งสมัยแรกของพาวเวลล์สิ้นสุดลงในเดือนกุมภาพันธ์ 2022 

ทั้งนี้ พาวเวลล์จะหมดวาระการดำรงตำแหน่งประธานเฟดในปี 2026 และหมดวาระดำรงตำแหน่ง “ผู้ว่าการ” ในปี 2028 ซึ่งพาวเวลล์กล่าวเมื่อวันจันทร์ที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมาว่า เขาไม่มีแผนจะลาออกจากตำแหน่งประธานเฟดก่อนที่เขาจะหมดวาระ