โดนัลด์ ทรัมป์ เผยหากได้เป็นประธานาธิบดี จะพิจารณาให้ เจมี ไดมอน ซีอีโอธนาคารเจพีมอร์แกน เป็นรัฐมนตรีคลังสหรัฐ และจะปล่อยให้ เจอโรม พาวเวลล์ เป็นประธานเฟดไปจนครบวาระ
วันที่ 17 กรกฎาคม 2024 รอยเตอร์ (Reuters) รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ผู้ได้รับการเสนอชื่อชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐของพรรครีพับลิกันกล่าวว่า หากเขาชนะเลือกตั้งได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐ เขาจะพิจารณาให้ เจมี่ ไดมอน (Jamie Dimon) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) เจพีมอร์แกน เชส แอนด์ โค (JPMorgan Chase & Co.) ธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐ
รอยเตอร์ระบุว่า คำกล่าวนี้ทรัมป์กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับบลูมเบิร์ก (Bloomberg) ซึ่งการสัมภาษณ์เกิดขึ้นเมื่อปลายเดือนมิถุนายน แต่บลูมเบิร์กเพิ่งเผยแพร่บทสัมภาษณ์เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคมที่ผ่านมา
ตามการรายงานของรอยเตอร์ ก่อนหน้านี้ทรัมป์เคยวิพากษ์วิจารณ์ เจมี่ ไดมอน อยู่หลายครั้ง อย่างเมื่อปีที่แล้ว ทรัมป์โพสต์ในแพลตฟอร์ม “ทรูท โซเชียล” (Truth Social) ว่า เจมี่ ไดมอน เป็น “นักโลกาภิวัตน์ที่ได้รับการประเมินสูงเกินจริง” จนกระทั่งถึงเมื่อไม่นานมานี้เขาจึงได้หยุดการวิพากษ์วิจารณ์นายแบงก์คนดัง
ส่วนฝั่ง เจมี่ ไดมอน ก็เหมือนกับผู้บริหารองค์กรธุรกิจอีกจำนวนมากที่ได้ประณามการที่ผู้สนับสนุนทรัมป์บุกโจมตีอาคารรัฐสภาเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2021 เพื่อพยายามขัดขวางไม่ให้รัฐสภารับรองผลการเลือกในปลายตั้งปี 2020 ที่ทรัมป์แพ้ โจ ไบเดน (Joe Biden)
อย่างไรก็ตาม เมื่อเร็ว ๆ นี้ ไดมอนก็ได้ชื่นชมจุดยืนและนโยบายบางอย่างของทรัมป์
“…พูดตามตรง เขาพูดถูกเกี่ยวกับ NATO เขาพูดถูกต้องในเรื่องการย้ายถิ่นฐาน เขาทำให้เศรษฐกิจเติบโตได้ค่อนข้างดี การปฏิรูปภาษีการค้าได้ผล เขาพูดถูกเกี่ยวกับบางเรื่องของจีน … เขาพูดไม่ผิดเกี่ยวกับบางอย่างของเรื่องสำคัญเหล่านี้” ซีอีโอ เจพี มอร์แกน กล่าวถึงทรัมป์ในการให้สัมภาษณ์ซีเอ็นบีซี (CNBC) เมื่อต้นปีที่ผ่านมา
นอกจากนั้น ทรัมป์กล่าวในการให้สัมภาษณ์อีกว่า ถ้าเขาชนะเลือกตั้ง เขาจะปล่อยให้ เจอโรม พาวเวลล์ (Jerome Powell) ทำงานในตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ไปจนครบวาระในเดือนพฤษภาคม 2026
สำหรับประเด็นการสนทนาเกี่ยวกับพาวเวลล์ มีที่มาจากการที่ทรัมป์ต่อต้านการดำเนินโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ ในช่วงที่เขาเป็นประธานาธิบดี และพาวเวลล์ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานเฟดสมัยแรกเมื่อปี 2018 ซึ่งเป็นทรัมป์เองที่แต่งตั้งให้เขาดำรงตำแหน่งนี้ หลังจากที่พาวเวลล์ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง “ผู้ว่าการ” ในสภาผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (Fed Board of Governors) ในสมัยประธานาธิบดีบารัก โอบามา (Barack Obama)
ทรัมป์ต่อต้านการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดในช่วงปีแรกที่พาวเวลล์ดำรงตำแหน่ง และทรัมป์ไปไกลถึงขั้นหารือเรื่องการไล่พาวเวลล์ออกจากตำแหน่งประธานเฟด แม้ว่าต่อมาทรัมป์จะทราบดีว่าตนเองไม่มีอำนาจที่จะทำเช่นนั้นได้ แต่เขาก็ไม่ได้หยุดข่มขู่ที่จะปลดพาวเวลล์ต่อมาจนตลอดการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของเขา
อย่างไรก็ตาม เมื่อไบเดนดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีต่อจากทรัมป์ ไบเดนได้เสนอชื่อพาวเวลล์เป็นประธานเฟดสมัย 2 เมื่อการดำรงตำแหน่งสมัยแรกของพาวเวลล์สิ้นสุดลงในเดือนกุมภาพันธ์ 2022
ทั้งนี้ พาวเวลล์จะหมดวาระการดำรงตำแหน่งประธานเฟดในปี 2026 และหมดวาระดำรงตำแหน่ง “ผู้ว่าการ” ในปี 2028 ซึ่งพาวเวลล์กล่าวเมื่อวันจันทร์ที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมาว่า เขาไม่มีแผนจะลาออกจากตำแหน่งประธานเฟดก่อนที่เขาจะหมดวาระ