Skip to content

“ดิทโต้” ยื่นตามเกณฑ์ SET ESG Ratings โชว์ศักยภาพธุรกิจความยั่งยืน

17 ก.ค. 2567 | 20:54น.
“ดิทโต้” ยื่นตามเกณฑ์ SET ESG Ratings โชว์ศักยภาพธุรกิจความยั่งยืน

DITTO ประกาศเดินหน้าสานธุรกิจเพื่อความยั่งยืนเต็มกำลัง หลังยื่น ESG Ratings เพื่อรับการประเมินผลการดำเนินงานกับตลาดหลักทรัพย์ฯ พร้อมตั้งคณะกรรมการดูแลด้านอีเอสจีโดยเฉพาะ

วันที่ 17 กรกฎาคม 2567 DITTO (ดิทโต้) ประกาศเดินหน้าสู่ความยั่งยืนเต็มกำลัง หลังยื่น ESG Ratings เพื่อประเมินผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เป็นที่เรียบร้อย สาน 4 กลุ่มธุรกิจให้เกิดความยั่งยืนอย่างแท้จริง

ทั้งธุรกิจการเช่าเครื่องถ่ายเอกสารมือสองปรับสภาพใหม่ ธุรกิจการจัดการขยะเพื่อผลิตเป็นเชื้อเพลิง ธุรกิจบริหารจัดการเอกสารครบวงจร และล่าสุดธุรกิจ Green & Climate Technology ซึ่งตอกย้ำการให้ความสำคัญด้านความยั่งยืนมาตลอด

นายชัยทัด กุลโชควณิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจุบัน Sustainable Business หรือ “ธุรกิจเพื่อความยั่งยืน” มีอิทธิพลมากขึ้น องค์กรต่าง ๆ ทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยให้ความสนใจในดัชนีชี้วัดความยั่งยืน (Sustainability Index) เพื่อเป็นดัชนีชี้วัดว่าบริษัทมีการดำเนินการธุรกิจที่สอดคล้องกับแนวคิด ESG (Environmental, Social, Governance) หรือไม่

ดิทโต้เล็งเห็นความสำคัญในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนมาโดยตลอด จึงมุ่งทำธุรกิจที่ส่งเสริมความยั่งยืน ช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม และลดโลกร้อน จัดเป็น 4 กลุ่มธุรกิจดังนี้

หนึ่ง ธุรกิจให้เช่าเครื่องถ่ายเอกสาร เป็นเครื่องมือสองนำเข้าจากต่างประเทศ นำมาซ่อมแซมปรับปรุงสภาพใหม่ให้พร้อมใช้งาน เป็นการช่วยลดขยะอิเล็กทรอนิกส์

สอง ธุรกิจให้บริการระบบบริหารจัดการเอกสารและข้อมูลในรูปแบบดิจิทัลอย่างครบวงจร (Document and Data Management Solutions) เป็นการเก็บเอกสารสู่ระบบดิจิทัล เพื่อใช้ทรัพยากรกระดาษให้น้อยที่สุด ซึ่งธุรกิจนี้ช่วยแก้ปัญหาการตัดต้นไม้เพื่อผลิตเป็นกระดาษ

เพราะแต่ละปีคนไทยใช้กระดาษเฉลี่ยปีละ 3.9 ล้านตัน หรือคนละประมาณ 60 กิโลกรัม/ปี ต้องตัดต้นไม้ถึง 66.3 ล้านตัน/ปี หรือทุก ๆ นาทีจะต้องตัดต้นไม้จำนวนกว่า 130 ต้น หลังจาก DITTO ให้บริการมากว่า 8 ปี สามารถลดการใช้กระดาษได้กว่า 800 ล้านแผ่น เท่ากับกระดาษ 1.6 ล้านรีม หรือประมาณ 4 พันตัน ลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์กว่า 10,600 ตัน นั่นเท่ากับว่า ช่วยลดการตัดต้นไม้จำนวนมหาศาล

สาม ธุรกิจวิศวกรรมเทคโนโลยีและนวัตกรรม มีหลากหลายธุรกิจ แต่ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม คือ ธุรกิจการจัดการขยะเพื่อผลิตเป็นเชื้อเพลิง (RDF) ซึ่งสามารถนำไปเคลมคาร์บอนเครดิตได้

สี่ ธุรกิจเกี่ยวกับ Green & Climate Technology เป็นธุรกิจล่าสุดของดิทโต้ เพื่อประโยชน์คาร์บอนเครดิต ผ่านโครงการปลูกป่าและรักษาป่า โดยได้รับสิทธิในการปลูกและดูแลป่า รักษาป่า ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาโลกร้อนที่กำลังเป็นปัญหาใหญ่ในขณะนี้

นายชัยทัดกล่าวเพิ่มเติมว่า เนื่องจากในปัจจุบันทางตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยให้ความสำคัญ ESG อย่างมาก โดยเฉพาะในการเปิดเผยข้อมูลความโปร่งใส รวมทั้งตลาดหลักทรัพย์ฯก็มีกองทุน Thai ESG ที่เจาะจงลงทุนในบริษัทที่ได้ ESG เป็นพิเศษ

ดิทโต้อยากนำศักยภาพในการทำธุรกิจที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้เข้าไปมีส่วนใน ESG เพื่อให้กองทุน Thai ESG เข้ามาลงทุน ซึ่งทางดิทโต้ได้ยื่นเอกสารในการพิจารณา SET ESG Ratings ไปยังตลาดหลักทรัพย์ฯเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“เราสามารถทำตามเกณฑ์ SET ESG Ratings ได้เกือบครบทุกข้อ แต่สิ่งที่เราต้องการมุ่งไปอย่างชัดเจนคือ การทำให้เกิดความยั่งยืนในระยะยาวจริง ๆ อย่างไรก็ตาม เพื่อทำให้เกิดความโปร่งใส ทางบริษัทจึงได้ตั้งคณะกรรมการด้านนี้ขึ้นมาดูแลโดยเฉพาะ”

นายชัยทัดกล่าวด้วยว่า เพื่อให้การดำเนินนโยบายประสบผลสำเร็จและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน DITTO จึงจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “CORPORATE SUSTAINABILITY AND ASSESSMENT WORKSHOP” เพื่อให้คณะกรรมการบริษัท ผู้บริหาร ผู้จัดการ ทั้งในส่วนของ DITTO, SIAM TC, NETBAY และ TEAMG เข้าร่วมสัมมนา