ราคาน้ำมันดิบ (8 ส.ค. 67) ปรับเพิ่ม หลังสต๊อกน้ำมันดิบปรับลดมากกว่าคาด
ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังสต๊อกน้ำมันดิบปรับลดมากกว่าคาด
วันที่ 8 สิงหาคม 2567 หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) เปิดเผยตัวเลขน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 2 ส.ค. 67 ปรับตัวลดลงกว่า 3.7 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 429.3 ล้านบาร์เรล ซึ่งปรับลดลง 6 สัปดาห์ติดต่อกัน และมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะปรับลดลงเพียง 7 แสนบาร์เรล
โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 7 ส.ค. 2567 อยู่ที่ 75.23 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +2.03 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 78.33 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +1.85 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของลิเบียปรับลดลง หลังบริษัทน้ำมันแห่งชาติลิเบียได้ประกาศเหตุสุดวิสัย (Force Majeure) ที่แหล่งขุดเจาะน้ำมันดิบ Sharara ซึ่งมีกำลังการผลิตที่ระดับ 3 แสนบาร์เรลต่อวัน เมื่อวันที่ 7 ส.ค. 67 ที่ผ่านมา เนื่องจากเกิดเหตุการณ์ชุมนุมประท้วง
สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงตึงเครียดต่อเนื่อง หลังเกิดการลอบสังหารผู้นำกลุ่มฮามาสในกรุงเตหะราน สร้างความกังวลว่าความขัดแย้งดังกล่าวจะขยายตัวในวงกว้าง และส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันในตะวันออกกลาง
จีนนำเข้าน้ำมันดิบในเดือน ก.ค. 67 ปรับลดลง 12% จากเดือนก่อนหน้า สู่ระดับ 42.34 ล้านตัน หรือ 9.97 ล้านบาร์เรลต่อวัน แตะระดับต่ำสุดตั้งแต่เดือน ก.ย. 65 สะท้อนอุปสงค์น้ำมันในประเทศที่ชะลอตัว
ราคาน้ำมันเบนซิน
ราคาน้ำมันเบนซินปรับเพิ่มขึ้นน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังตัวเลขสต๊อกน้ำมันเบนซินสหรัฐ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.3 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่ผ่านมา สู่ระดับ 225.1 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะปรับลดลง 1 ล้านบาร์เรล
ราคาน้ำมันดีเซล
ราคาน้ำมันดีเซลปรับเพิ่มขึ้นน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังอุปสงค์น้ำมันดีเซลในเกาหลียังคงปรับลดลงจากภาคการขนส่งที่ชะลอตัว ขณะที่อุปทานในอินโดนีเซียมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นจากการกลับมาดำเนินการผลิตของโรงกลั่นภายในประเทศ
