Skip to content

เตือนเลี่ยงลงทุนหุ้นจีน Wait & See รอผลเลือกตั้งสหรัฐ

19 ก.ย. 2567 | 06:53น.
เตือนเลี่ยงลงทุนหุ้นจีน Wait & See รอผลเลือกตั้งสหรัฐ

ตลาดหุ้นจีน ปรับตัวลงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ต้นปีมา ทำให้หลายสถาบันมีการแนะนำให้นักลงทุนเลี่ยงการลงทุน

3 ปัจจัยหลักกดดันหุ้นจีน

“ชยนนท์ รักกาญจนันท์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน (บลน.) ฟินโนมีนา กล่าวว่า การลงทุนตลาดหุ้นจีนในปัจจุบันยังมีความเสี่ยง จาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ 1.การบริโภคภายในประเทศของจีน ที่คิดเป็นประมาณ 2 ใน 3 ของ GDP นั้นยังไม่ฟื้นตัว โดยตัวเลข 2-3 เดือนที่ผ่านมา แม้ว่าจีนจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจก็ยังไม่ชัดเจนว่าจะฟื้นตัวได้

2.ภาคอสังหาริมทรัพย์จีน ที่จะออกมาตรการรีไฟแนนซ์ เพื่อลดภาระให้กับผู้ที่ผ่อนสินเชื่อที่อยู่อาศัย มีการชำระดอกเบี้ยลดลง แต่ไม่ได้ช่วยให้มีสินเชื่อใหม่ ตลาดจึงตอบรับว่าเป็นเพียงมาตรการบรรเทา ไม่ได้กระตุ้นเศรษฐกิจได้มากนัก

3.การส่งออกจีนที่คาดว่าจะมีผลกระทบ จากที่จะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐ ซึ่งแม้ผลการเลือกตั้งจะออกมาว่า นางคามาลา แฮร์ริส หรือ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เป็นประธานาธิบดี สหรัฐก็จะยังคงทำสงครามการค้า และสงครามเทคโนโลยีกับประเทศจีนเช่นเดิม

“3 เครื่องยนต์เศรษฐกิจจีน การบริโภคในประเทศ ภาคอสังหาฯและการส่งออก ยังไม่เห็นภาพของการฟื้นตัว จึงทำให้มีนักวิเคราะห์ต่างแนะนำให้เลี่ยงการซื้อหุ้นจีนในช่วงนี้ ขณะที่ Goldman Sachs คาดว่าปีนี้ GDP ของจีนอาจจะอยู่ที่ 4.8% และมีความหวังว่าในปีนี้ จีนจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม เพื่อทำให้ประชาชนนำเงินออกมาจับจ่ายมากขึ้น เนื่องจากประชาชนจีนมีเงินเก็บค่อนข้างสูง เพียงแต่ไม่กล้านำออกมาใช้จ่าย”

แนะนักลงทุน Wait and See

“ชยนนท์” กล่าวว่า สำหรับการลงทุนช่วงนี้ แนะนำนักลงทุน Wait and See ไปจนกว่าจะเห็นว่ามาตรการของรัฐบาลจีนสามารถสร้างความเชื่อมั่นได้ นักลงทุนจากต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) เริ่มกลับเข้ามา โดยปัจจุบัน Valuation หรือมูลค่าของหุ้นจีนยังอยู่ระดับต่ำ โดย Forward P/E ของดัชนี MSCI China และ Hang Seng ยังคงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี

“ต้องรอให้หุ้นจีน บวกขึ้นประมาณ 10-20% ก่อน ค่อยเข้าไปซื้อยังทัน เพราะตอนนี้ไหลลงมา 3 ปีแล้ว จึงแนะนำรอดูไปก่อน”

อย่างไรก็ตาม หากนักลงทุนต้องการที่จะถือในระยะยาว แนะนำลงทุนในประเทศที่คาดว่าเศรษฐกิจจะเติบโตได้ดี อย่างอินเดีย ซึ่งคาดว่า GDP ปีนี้จะเติบโตได้ประมาณ 6.8-7% แต่อาจจะต้องแลกมาด้วยราคาที่แพง ยังมีเวียดนาม ที่คาดว่า GDP จะโตระดับ 6% และมี Valuation ที่ถูก และสุดท้าย หุ้นที่อยู่ใน Nasdaq ของสหรัฐอเมริกา เนื่องจากสถิติระยะยาวจะสร้างผลตอบแทนได้ดี

“ทั้ง 3 ตัวถ้าไม่มีของเลยให้ทยอยซื้อ หากมีแล้ว แนะนำให้รอฟังผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 18 ก.ย.นี้ หากตลาดมีการปรับฐาน ย่อลงค่อยทยอยซื้อสะสมได้”

รอผลการเลือกตั้งสหรัฐชี้ทิศทาง

ขณะที่ “สาห์รัช ชัฏสุวรรณ” รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทิสโก้ จำกัด กล่าวว่า เศรษฐกิจจีนยังคงต้องใช้ระยะเวลาในการแก้ไข โดยเฉพาะภาคอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงปัญหาการเลือกตั้งของฝั่งสหรัฐ ที่จะมีการทำสงครามการค้าระหว่างจีนมากขึ้น

จึงแนะนำนักลงทุนรอดูทิศทางการเลือกตั้งของสหรัฐ และนโยบายของประธานาธิบดีคนใหม่ก่อน และเน้นการลงทุนในตลาดอื่น ส่วนนักลงทุนที่สนใจแนะนำให้รอดู เนื่องจาก Valuation จีนไม่ได้สูงมากนัก

“จากที่ตลาดจีนถูกมองข้ามมาสักพักใหญ่มากแล้ว และต่างชาติก็น่าจะขายหุ้นจีนไปมาก จึงมองว่าการที่จีนจะปรับตัวลงเยอะ ก็น่าจะไม่มาก แต่หากจะกลับมารีบาวนด์ได้กำไร ก็ต้องรอความชัดเจนเรื่องการเมืองระหว่างประเทศ และทิศทางนโยบายของจีน ซึ่งจีนก็พยายามผลักดันมาตรการต่าง ๆ เพื่อแก้ปัญหาอยู่ แต่ปัญหาก็ใหญ่และต้องใช้เวลา”

สำหรับธีมการลงทุน แนะนำตลาด Emerging Market (ไม่รวมประเทศจีน) เช่น เกาหลี ไต้หวัน อินโดนีเซีย เป็นต้น และอีกหนึ่งประเทศที่น่าสนใจ คือ อินเดีย เนื่องจากเป็นประเทศที่มีประชากรที่ค่อนข้างสูง ส่วนใหญ่เป็นช่วงวัยทำงานจึงมีกำลังซื้อ และแรงงานในการพัฒนาเศรษฐกิจ และยิ่งจีนมีปัญหา อินเดียจึงเป็นที่น่าสนใจเพิ่มขึ้นไปอีก จากนักลงทุนต่างชาติที่กำลังมองหาแหล่งพักเงิน

“จิตตะ” มองจีนยังมีกลุ่มเติบโตได้

ด้าน “ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.จิตตะ เวลธ์ กล่าวว่า การลงทุนในประเทศจีน แม้ภาพรวมภาคอสังหาฯยังมีปัญหา ส่งผลให้ประชาชนจีนลดการใช้จ่ายมากขึ้น จึงเห็นการแข่งขันการลดราคาสินค้า อย่างธุรกิจร้านอาหาร เครื่องดื่ม สิ่งของต่าง ๆ ทำให้กลุ่มธุรกิจคอนซูเมอร์ลงทุนได้ยาก

อย่างไรก็ตาม คาดว่าหุ้นหลายกลุ่มของจีนยังเติบโต สามารถลงทุนได้ อย่างกลุ่มเครื่องสำอางที่รายได้ยังเติบโต และกลุ่มเทคโนโลยี คาดว่าจะสามารถฟื้นตัวได้ จะเห็นได้ว่าแม้ดัชนีหุ้นจีนจะต่ำลง แต่กลุ่มหุ้นเทคของจีน ราคายังค่อนข้างบวกขึ้น ซึ่งหากมีหุ้นดี ๆ ก็เลือกลงทุนได้ และอดทนรอให้ตลาดหุ้นฟื้นกลับมา ตลาดจีนก็ยังน่าสนใจลงทุน

ด้านการเลือกตั้งของสหรัฐที่จะเกิดขึ้น คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นจีนแน่นอน แต่ต้องรอติดตามว่าจะกระทบมากน้อยแค่ไหน ซึ่งยังมีความไม่แน่นอนสูง

“ในมุมของนักลงทุน ช่วงจังหวะที่ตลาดยังไม่ดีมากนัก แต่หากมีหุ้นที่น่าลงทุนดี ๆ ได้อยู่ อาจจะเป็นโอกาสในการลงทุนได้เลย เพียงแต่ต้องใช้พลังในการเลือกหุ้นค่อนข้างเยอะ และหากนักลงทุนที่ลงทุนระยะยาวได้ การซื้อหุ้นถูกช่วงนี้ ในราคาที่ต่ำแล้ว มองว่าอนาคต Upside อาจจะมีมากกว่า Downside”