เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดวงรายสัปดาห์ 4-10 ตุลาคม 2569
ดวง ดวงรายสัปดาห์ 4-10 ตุลาคม 2569
สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
Biz Movement สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
Business เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
Real Estate ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
ดูทั้งหมด

สหรัฐมีสิทธิไหม ? ต้องรวยแค่ไหน ถึงควรตั้ง “กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ”

19 ก.ย. 2567 | 20:30น.
สหรัฐ กองทุนความมั่นคั่งแห่งชาติ

หัวข้อถกเถียงที่สำคัญล่าสุดในสังคมอเมริกัน คือสหรัฐควรตั้ง “กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ” หรือไม่ หลังจากที่ทั้งฝ่าย โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐสมัยถัดไป และทีมงานของประธานาธิบดีโจ ไบเดน (Joe Biden) ผู้อยู่ในตำแหน่งบริหาร ณ ปัจจุบัน ล้วนมีความทะเยอทะยานที่อยากจัดตั้ง “กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ” ขึ้นมา

“กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ” หรือ Sovereign Wealth Fund (SWF) คือกองทุนเพื่อการลงทุนของรัฐบาลที่ตั้งขึ้นมาเพื่อบริหารจัดการทุนสำรองระหว่างประเทศ โดยนำทุนสำรองเงินตราส่วนเกินไปลงทุนเพื่อแสวงหาผลกำไร ซึ่งนำผลกำไรที่ได้มานั้น รัฐจะนำไปให้บริการสาธารณะแก่ประชาชนในชาติ และใช้ลงทุนต่อยอดสะสมความมั่งคั่งของชาติให้เพิ่มพูนขึ้นไปเรื่อย ๆ

แน่นอนว่าการมีกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาตินั้นมีข้อดีมากมาย แต่ไม่ใช่ว่าทุกประเทศที่อยากมีแล้วจะมีได้ เพราะการจะมีกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติได้นั้น ประเทศต้องร่ำรวย มีเงินเหลือเฟือ

แม้แต่กรณีของสหรัฐอเมริกา ประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นมหาอำนาจเบอร์ 1 ของโลกก็ยังมีเสียงคัดค้านว่าการตั้งกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติไม่เหมาะกับสถานะการเงินของสหรัฐ ต่อให้ก่อตั้งขึ้นได้ก็ไม่เวิร์ก

เหตุผลพื้นฐานที่นักวิจารณ์มักจะยกมาคัดค้าน คือโดยทั่วไปแล้วประเทศที่จะตั้งกองทุนได้ต้องเป็นประเทศที่มีเงินเหลือใช้ หรือรัฐมีรายรับมากกว่ารายจ่าย ต่างจากสหรัฐที่ต้องจัดทำงบประมาณขาดดุลปีละมหาศาล

อย่างไรก็ตาม เหตุผลคัดค้านดังกล่าวนี้ก็มีข้อโต้แย้งกลับจากผู้สนับสนุนการก่อตั้งกองทุนความมั่งคั่งเช่นกัน

เจมส์ บรอเกิล (James Broughel) นักวิจัยอาวุโสของสถาบันขีดความสามารถการแข่งขันทางธุรกิจ (Competitive Enterprise Institute) ซึ่งเป็นองค์กรศึกษานโยบายสาธารณะ เขียนในฟอร์บส (Forbes) เมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า มุมมองที่ว่าสหรัฐไม่เหมาะจะมีกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ เพราะรัฐบาลไม่ได้มีเงินเหลือเฟือนั้น เป็นมุมมองที่ “มองข้าม” ทรัพย์สินจำนวนมากในการดูแลของรัฐบาลกลางที่ไม่ได้ถูกนำไปใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่

บรอเกิลยกตัวเลขขึ้นมาชี้ให้เห็นว่า ปัจจุบันรัฐบาลกลางควบคุมทรัพย์สินอยู่ประมาณ 5.4 ล้านล้านดอลลาร์ และอาจมากกว่า 100 ล้านล้านดอลลาร์ ถ้ารวมความมั่งคั่งจากทรัพยากรธรรมชาติด้วย

ดังนั้น เขาจึงมองว่ากองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติอาจเป็นเครื่องมือในการจัดการและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรเหล่านี้ได้ดีขึ้น นอกเหนือจากกลไกเงินทุนอื่น ๆ ที่มีอยู่แล้วในปัจจุบัน

อีกข้อคัดค้านหนึ่งมองว่า กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติจะไม่เวิร์กสำหรับสหรัฐ เนื่องจากว่าสหรัฐอยู่ในสถานะที่ต้องกู้เงินสำหรับใช้จ่ายจัดทำงบประมาณของรัฐบาลกลาง ฝั่งคัดค้านมองว่ากองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติจะได้ผลดีก็ต่อเมื่อมันสามารถทำกำไรได้มากกว่าดอกเบี้ยเงินกู้ที่รัฐบาลสหรัฐต้องกู้มาใช้จ่าย ซึ่งเป็นเรื่องยาก อยู่เหนือการควบคุม และมีความเสี่ยง

ไทเลอร์ โคเวน (Tyler Cowen) ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยจอร์จเมสัน (George Mason University) เขียนบทความแสดงความคิดเห็นในบลูมเบิร์ก (Bloomberg) ว่า ประเทศที่มีกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติที่ได้ผลตอบแทนดีและทำให้ประชาชนมีฐานะดีขึ้น อย่างสิงคโปร์ นอร์เวย์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ล้วนแต่เป็นประเทศที่ร่ำรวยที่นำเงินส่วนเกินไปลงทุน แต่สหรัฐไม่มีเงินส่วนเกินเช่นนั้น ซ้ำยังมีหนี้สาธารณะสูงถึงประมาณ 123% ของจีดีพี และหนี้กำลังอยู่ในทิศทางเพิ่มขึ้น ดังนั้น กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติจะทำให้รัฐบาลกลางต้องกู้เงินมากขึ้น ซึ่งถือเป็นแนวโน้มที่น่าวิตกกังวล

สำหรับข้อคัดค้านนี้มีข้อโต้แย้งว่า ตลาดหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นในอัตราที่เร็วกว่าอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรระยะยาวที่รัฐบาลต้องจ่าย ดังนั้น กองทุนยังสามารถทำกำไรให้รัฐบาลได้

ข้อโต้แย้งนี้เป็นข้อโต้แย้งเดียวกันกับที่รัฐบาลของประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู. บุช (Josh W. Bush) จากพรรครีพับลิกันเคยใช้ในปี 2005 เพื่อสนับสนุนให้นำเงินกองทุนประกันสังคมไปลงทุนในตลาดทุน อย่างไรก็ตาม ในตอนนั้นสมาชิกวุฒิสภาจากพรรคเดโมแครตไม่เห็นด้วย เนื่องจากมองว่าแนวทางนี้เป็นการ “แปรรูป” ประกันสังคม ซึ่งจะเป็นภัยคุกคามกองทุนเพื่อการเกษียณอายุของคนทั้งชาติ

บรอเกิลแย้งในข้อคัดค้านนี้ด้วยว่า แม้ว่าจะมีความท้าทายและความเสี่ยง แต่กองทุนความมั่งคั่งที่ถูกออกแบบมาอย่างดีอาจได้ผลตอบแทนสูง และเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาทางการเงินของรัฐในระยะยาว

ทั้งสองฝั่งต่างก็มีเหตุผลสนับสนุนจุดยืนของตน เรื่องนี้คงเป็นเรื่องที่ได้เห็นการถกเถียงกันอย่างเข้มข้นต่อไป