เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
GWM เพิ่มการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ หลังผลิตชดเชย EV 3.5 ครบเป็นรายแรก
Automotive GWM เพิ่มการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ หลังผลิตชดเชย EV 3.5 ครบเป็นรายแรก
ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 57“ ทอดพระเนตรกุหลาบ “ควีนสุทิดา”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 57“ ทอดพระเนตรกุหลาบ “ควีนสุทิดา”
เปลี่ยนหงส์ไม่ง่าย
Columns เปลี่ยนหงส์ไม่ง่าย
‘ล้ำฤทธิ์’ ปั้น ‘ดิ โอทู แบงค็อก’ สปอร์ต-เวลเนสคอมเพล็กซ์ครบวงจร
Real Estate ‘ล้ำฤทธิ์’ ปั้น ‘ดิ โอทู แบงค็อก’ สปอร์ต-เวลเนสคอมเพล็กซ์ครบวงจร
หาเงินเก่ง กับรักษาเงินเก่ง
Finance หาเงินเก่ง กับรักษาเงินเก่ง
สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมพระราชินี เสด็จฯ เปิดงานวันสตรีไทย 69
ข่าวในพระราชสำนัก สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมพระราชินี เสด็จฯ เปิดงานวันสตรีไทย 69
ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายร่วมเยียวยาผู้บริโภค เล็งเปิดทางฟ้องแบบกลุ่ม
Politics ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายร่วมเยียวยาผู้บริโภค เล็งเปิดทางฟ้องแบบกลุ่ม
‘เซ็นทารา’ รุก รร.ลักเซอรี่ เปิด ‘รีเซิร์ฟกระบี่’ ธ.ค.นี้
Business ‘เซ็นทารา’ รุก รร.ลักเซอรี่ เปิด ‘รีเซิร์ฟกระบี่’ ธ.ค.นี้
นายกฯ ลั่นไม่หนุนลดโทษฆาตกรอุกอาจ ขอโทษชาวรัสเซีย ยันภาพรวมไทยยังปลอดภัย
Politics นายกฯ ลั่นไม่หนุนลดโทษฆาตกรอุกอาจ ขอโทษชาวรัสเซีย ยันภาพรวมไทยยังปลอดภัย
คปภ. ประสาน “ซมโปะ ประกันภัย” ใกล้ชิด ดูแลสิทธิผู้รับผลประโยชน์ “ฮลุน โซโล่”
Finance คปภ. ประสาน “ซมโปะ ประกันภัย” ใกล้ชิด ดูแลสิทธิผู้รับผลประโยชน์ “ฮลุน โซโล่”
ดูทั้งหมด

สหรัฐขาดดุลงบฯ $1.7 ล้านล้าน ขณะไบเดนขอแสนล้านหนุนอิสราเอล-ยูเครนทำสงคราม

23 ต.ค. 2566 | 22:32น.

ขณะที่สงครามในตะวันออกกลางกำลังดุเดือด ทั่วโลกได้เห็นบทบาทของสหรัฐในฐานะ “พี่ใหญ่” ที่คอยสนับสนุนอิสราเอลทั้งด้วยอาวุธยุทโธปกรณ์ เงิน และ “เสียง” ที่ดังกว่าใครในเวทีโลก 

เมื่อวันศุกร์ที่ 20 ตุลาคมที่ผ่านมา หลังเดินทางกลับจากอิสราเอล โจ ไบเดน (Joe Biden) ประธานาธิบดีสหรัฐได้ร้องขอให้รัฐสภาอนุมัติงบประมาณเร่งด่วนวงเงิน 106,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.861 ล้านล้านบาท) สำหรับเป็นงบประมาณด้านความมั่นคงและความช่วยเหลือต่างประเทศ 

งบประมาณ 106,000 ล้านดอลลาร์ที่ไบเดนเสนอขอนั้นจะถูกแบ่งเค้กออกเป็น 5 ก้อน ก้อนที่ใหญ่ที่สุด 61,400 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 2.24 ล้านล้านบาท) จะถูกใช้เพื่อสนับสนุนยูเครนในการทำสงครามกับรัสเซีย 

อีกก้อน 14,300 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 5.2 แสนล้านบาท) จะสนับสนุนอิสราเอลทำสงครามในตะวันออกกลาง 

เงินสองก้อนสำหรับสนับสนุนยูเครนและอิสราเอลทำสงครามรวมกันแล้วคิดเป็นสัดส่วนมากถึง 71.42% ของวงเงินงบประมาณที่ไบเดนเสนอขอ 

ก้อนที่ 3 อีก 14,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 5.1 แสนล้านบาท) รัฐบาลสหรัฐจะใช้เพื่อเฝ้าระวังชายแดนสหรัฐ ทั้งเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่ และเพิ่มเครื่องตรวจจับต่าง ๆ เพื่อป้องกันผู้อพยพแอบเข้าประเทศ 

งบประมาณ 7,400 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 2.7 แสนล้านบาท) จะใช้สำหรับโครงการริเริ่มด้านความมั่นคงในภูมิภาคอินโดแปซิฟิก เพื่อต่อต้านอิทธิพลของจีน 

ส่วนอีก 9,150 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 3.33 แสนล้านบาท) ถูกจัดสรรไว้สำหรับความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในยูเครน อิสราเอล ฉนวนกาซา และที่อื่น ๆ ซึ่งจะพิจารณาจัดสรรในภายหลังจากที่ได้รับอนุมัติงบประมาณแล้ว 

หนึ่งวันก่อนจะยื่นของบประมาณ โจ ไบเดน ซึ่งเพิ่งเดินทางกลับจากเยือนอิสราเอลได้กล่าวเน้นย้ำความจำเป็นที่สหรัฐจะต้องช่วยยูเครนและอิสราเอล ในฐานะที่สหรัฐเป็นผู้นำของโลก สหรัฐจะต้องยึดโยงทั้งโลกเอาไว้ด้วยกัน

“ฮามาสและปูตินเป็นตัวแทนของภัยคุกคามที่ต่างกัน แต่พวกเขาก็มีสิ่งที่เหมือนกันคือ พวกเขาทั้งสองต้องการทำลายล้างระบอบประชาธิปไตยของเพื่อนบ้าน” เขากล่าว

ไบเดนบอกว่า การหยุดยั้งการรุกรานของฮามาสกับรัสเซีย ไม่เพียงแต่มีความสำคัญต่อความมั่นคงของสหรัฐเท่านั้น แต่ยังสำคัญต่อโลกในวงกว้างด้วย 

เขากล่าวว่า หากสหรัฐเดินหนีออกไป (จากเรื่องนี้) แล้วผู้รุกรานทำสำเร็จ คนอื่น ๆ ก็อาจ “กล้าที่จะลองทำแบบเดียวกัน” เป็นการกระจายความเสี่ยงของความขัดแย้งไปยังส่วนอื่น ๆ ของโลก 

“ความเป็นผู้นำแบบอเมริกันคือสิ่งที่ยึดโยงโลกไว้ด้วยกัน” 

“พันธมิตรของอเมริกาคือสิ่งที่ทำให้อเมริกาปลอดภัย ค่านิยมแบบอเมริกันคือสิ่งที่ทำให้เราเป็นหุ้นส่วนที่ประเทศอื่น ๆ ต้องการทำงานด้วย” ประธานาธิบดีสหรัฐกล่าว 

โจ ไบเดน แถลงต่อประชาชนในห้องทำงานรูปไข่ ทำเนียบ
โจ ไบเดน แถลงต่อประชาชนในห้องทำงานรูปไข่ ทำเนียบขาว วันที่ 19 ตุลาคม 2023 (ภาพโดย JONATHAN ERNST / POOL / AFP)


ในวันเดียวกันนั้น รัฐบาลสหรัฐรายงานการขาดดุลงบประมาณ 1.695 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 61.63 ล้านล้านบาท) ในปีงบประมาณ 2023 ซึ่งสิ้นสุดในเดือนกันยายนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการขาดดุลเพิ่มขึ้น 23% จากปีก่อนหน้า เนื่องจากรายได้ลดลง ขณะที่รายจ่าย หนี้ และต้นทุนการกู้ยืมเพิ่มขึ้น 

การขาดดุลในปีล่าสุดนี้ นับเป็นการขาดดุลที่สูงที่สุด หากไม่นับในช่วงปีที่โควิด-19 ระบาดหนักในปี 2020 และ 2021 ซึ่งขาดดุล 3.13 ล้านล้านดอลลาร์ และ 2.78 ล้านล้านดอลลาร์ ตามลำดับ อีกทั้งยังเป็นการกลับมาของ “การขาดดุลที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว” หลังจากที่การขาดดุลลดลงติดต่อกันในช่วง 2 ปีแรกของรัฐบาลประธานาธิบดีโจ ไบเดน 

รายได้รวมของรัฐบาลสหรัฐในปีงบประมาณ 2023 ลดลง 457,000 ล้านดอลลาร์ หรือลด 9% จากปีงบประมาณ 2022 เหลือ 4.439 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งสาเหตุหลักมาจากจัดเก็บภาษีเงินได้ได้น้อยลง ท่ามกลางผลการดำเนินงานที่แย่ลงของหุ้นและสินทรัพย์ทางการเงินอื่น ๆ ที่รัฐบาลถือครอง เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ขณะที่ฝั่งค่าใช้จ่ายในปีงบประมาณ 2023 ลดลงเพียง 2% จากปีก่อนหน้าเหลือ 6.134 ล้านล้านดอลลาร์ 

เจเน็ต เยลเลน (Janet Yellen) รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง และ ชาลันดา ยัง (Shalanda Young) ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารและงบประมาณของสหรัฐกล่าวว่า รายได้ที่ลดลงของรัฐบาลมีส่วนสำคัญต่อการขาดดุลในปีงบประมาณ 2023 ซึ่งเน้นย้ำถึงความสำคัญของนโยบายที่ประธานาธิบดีไบเดนประกาศและเสนอให้มีการปฏิรูประบบภาษี 

ทั้งนี้ แม้ว่าการขาดดุลงบประมาณที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ 3.3 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วงโควิด-19 เมื่อปี 2020 นั้น เป็นการขาดดุลเนื่องจากภาวะ “ไม่ปกติ” เป็นวิกฤตที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด และอยู่เหนือการควบคุม 

แต่สำนักงานงบประมาณของรัฐสภาสหรัฐ (Congressional Budget Office) เตือนว่า หากรายได้และการใช้จ่ายของรัฐบาลสหรัฐยังดำเนินไปตามกฎหมายภาษีและการใช้จ่ายในปัจจุบัน การขาดดุลงบประมาณของสหรัฐจะเข้าใกล้ระดับยุคโควิดภายในสิ้นทศวรรษนี้ โดยจะแตะระดับ 2.13 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2030 เนื่องจากดอกเบี้ย ค่าใช้จ่ายด้านการดูสุขภาพประชาชน และเงินบำนาญล้วนสูงขึ้น