เงินบาทแข็งค่า หลังราคาทองคำเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 25 กันยายน 2567 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (25/9) ที่ระดับ 32.60/61 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (24/9) ที่ระดับ 32.85/86 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
โดยการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทเป็นไปตามการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ หลังจากการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีน หนุนการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง ประกอบกับราคาทองคำพุ่งขึ้นทำ all-time high ต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน พร้อมทั้งเมื่อวานนี้ (24/9) สำนักงาน Conference Board รายงานว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐดิ่งลงจาก 105.6 ในเดือน ส.ค. สู่ 98.7 ในเดือน ก.ย. และอยู่ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ในโพลล์รอยเตอร์ที่ 140.0 ในขณะที่ผู้บริโภคกังวลกับตลาดแรงงานสหรัฐ
ทั้งนี้ นักลงทุนรอฟังถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด หลายรายในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด, ลิซา คุก และอาเดรียนา คูเกลอร์ ผู้ว่าการเฟด ทางด้านมิเชลล์ โบว์แมน ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ว่าการเฟดกล่าวในวันอังคาร (24/9) ว่า มาตรวัดอัตราเงินเฟ้อที่สำคัญยังคงอยู่สูงกว่าระดับเป้าหมายที่ 2% ในระดับที่น่ากังวล ดังนั้น เฟดจึงควรใช้ความระมัดระวัง ในขณะที่เฟดดำเนินวัฎจักรการปรับลดอัตราดอกเบี้ยต่อไป
ทั้งนี้เครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่าขณะนี้บรรดานักลงทุนให้น้ำหนักราว 58.7% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.50% สู่ระดับ 4.25-4.50% จากสัปดาห์ที่แล้วที่ใหน้ำหนักเพียง 37% และให้น้ำหนักราว 41.3% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 4.50-4.75% ในการประชุมนโยบายการเงินเดือน พ.ย. จากสัปดาห์ที่แล้วที่ให้น้ำหนัก 62.2%
สำหรับปัจจัยภายในประเทศ วันนี้ (25/9) สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยภาวะการค้าระหว่างประเทศของไทย เดือน ส.ค. 67 พบว่า การส่งออกมีมูลค่า 26,182 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 7% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน จากที่ตลาดคาดว่าจะโตเพียง 5.80%
ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 25,917 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 8.9% จากที่ตลาดคาดว่าจะโตเพียง 7.30% ส่งผลให้ในเดือน ส.ค.นี้ ไทยเกินดุลการค้า 264.9 ล้านดอลลาร์ ซึ่งสวนทางกับที่ตลาดคาดการณ์ไว้ว่าจะขาดดุลการค้า 70 ล้านดอลลาร์ ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง32.54-32.72 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 32.72/73 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ (25/9) ที่ระดับ 1.1191/92 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (24/9) ที่ระดับ 1.1136/37 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร จากการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ
อย่างไรก็ดี วานนี้ (24/9) สถาบัน Ifo เผยแพร่รายงานการสำรวจพบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจของเยอรมนี อยู่ที่ระดับ 85.4 ในเดือน ก.ย. ลดลงจากระดับ 86.6 ในเดือน ส.ค. โดยตัวเลขดังกล่าวต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ในโพลของสำนักข่าวรอยเตอร์คาดการณ์ไว้ว่าจะอยู่ที่ระดับ 86.0 และลดลงเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน ด้านดัชนีชี้วัดสภาพธุรกิจปัจจุบันลดลงมาอยู่ที่ 84.4 ในเดือน ก.ย. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ในโพลรอยเตอร์คาดการณ์ไว้ว่าจะอยู่ที่ระดับ 86.0 ทั้งนี้ ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.176-1.1198 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1185/86 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (25/9) ที่ระดับ 143.22/23 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (24/9) ที่ระดับ 144.25/26 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ จากการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ โดยวันนี้ (25/9) ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) เปิดเผยว่า
ดัชนีราคาผู้ผลิตในภาคบริการของญี่ปุ่นทรงตัวที่ 2.7% ในเดือน ส.ค. ซึ่งตอกย้ำมุมมองของบีโอเจที่ว่า ค่าจ้างที่เพิ่มขึ้นกำลังกระตุ้นให้บริษัทผลักภาระต้นทุนแรงงานที่สูงขึ้นผ่านการขึ้นราคา โดยบีโอเจจับตาข้อมูลเงินเฟ้อในภาคบริการตัวนี้อย่างใกล้ชิดเพื่อหาสัญญาณที่บ่งชี้ว่า การเพิ่มขึ้นของราคาที่เกิดจากอุปสงค์กำลังขยายวงกว้างออกไปพอที่จะสนับสนุนการขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกหรือไม่
นอกจากนี้ นายคาซูโอะ อูเอดะ ผู้ว่าการบีโอเจระบุว่า เขาจะให้ความสนใจอย่างมากกับข้อมูลเงินเฟ้อภาคบริการสำหรับเดือน ต.ค. ซึ่งบริษัทญี่ปุ่นมักจะทำการแก้ไขราคาสินค้าและบริการรอครึ่งปี โดยข้อมูลดัชนีราคาผู้ผลิตภาคบริการประจำเดือน ต.ค.จะประกาศในวันที่ 26 พ.ย. ขณะที่ข้อมูลเงินเฟ้อผู้บริโภคประจำเดือน ต.ค. จะประกาศในวันที่ 22 พ.ย. ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงที่บีโอเจจะยังไม่เพิ่มดอกเบี้ยในการประชุมนโยบายครั้งต่อไปในวันที่ 30-31 ต.ค.
โดยนายอูเอดะระบุว่า บีโอเจจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไป ถ้าเงินเฟ้อยังคงอยู่ในแนวทางที่จะแตะระดับ 2% อย่างยั่งยืนตามที่คาดไว้ แต่เขาได้ย้ำว่า บีโอเจจะใช้เวลาประเมินว่า ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจทั่วโลกมีผลกระทบอย่างไรต่อการฟื้นตัวที่เปราะบางของญี่ปุ่น ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 142.89-144.13 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 144.12/13 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ตัวเลขยอดขายบ้านใหม่เดือน ส.ค. จากสหรัฐ (25/9), สต๊อกน้ำมันรายสัปดาห์ จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) จากสหรัฐ (25/9), รายงานผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศจากสหรัฐ (26/9), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์จากสหรัฐ (26/9), ยอดคำสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือน ส.ค. จากสหรัฐ (26/9), ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานเขตโตเกียว ญี่ปุ่น (26/9), ดัชนีราคาจากรายจ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลเดือน ส.ค. จากสหรัฐ (26/9), ดัชความเชื่อมั่นผู้บริโภครัฐมิชิแกน สหรัฐอเมริกา (26/9)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap Point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -7.1/-6.8 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -6.6/-5.8 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ