เงินบาทแข็งค่า รอจับตา GDP คืนนี้
เงินบาทแข็งค่า รอจับตา GDP สหรัฐคืนนี้ รวมถึงการแสดงความคิดเห็นของเจ้าหน้าที่เฟดหลายรายในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟดด้วย
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 26 กันยายน 2567 ค่าเงินบทเปิดตลาดเช้านี้ (26/9) ที่ระดับ 32.68/69 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวเมื่อเทียบกับระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (25/9) ที่ระดับ 32.69/70 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
โดยดอลลาร์สหรัฐปรับตัวแข็งค่าเทียบเงินสกุลหลัก หลัง Dollar Index ปรับตัวเพิ่มขึ้นที่ระดับ 100.93 สอดคล้องกับการปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ท่ามกลางความวิตกกังวลว่าการผ่อนคลายนโยบายการเงินอาจจะส่งผลให้เงินเฟ้อกลับมาพุ่งขึ้นอีกครั้ง
โดยเมื่อคืนที่ผ่านมากระทรวงพาณิชย์สหรัฐได้มีการเปิดเผยยอดขายบ้านใหม่ลดลง 4.7% สู่ระดับ 716,000 ยูนิตในเดือน ส.ค. เมื่อเทียบรายเดือน แต่สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 700,000 ยูนิต จากระดับ 751,000 ยูนิตในเดือน ก.ค. นอกจากนี้สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) ได้มีการเปิดเผยว่าสต๊อกน้ำมันดิบสหรัฐลดลง 4.5 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าลดลงเพียง 1.3 ล้านบาร์เรล
อย่างไรก็ดีนักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 2/2567 และการแสดงความคิดเห็นของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) หลายรายในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟดที่มีกำหนดกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมว่าด้วยตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ในวันนี้ (26/9) เวลา 09.20 น.ตามเวลาสหรัฐ หรือ 20.20 น. ตามเวลาประเทศไทย
สำหรับปัจจัยในประเทศนายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.คลัง ได้ออกมาแสดงความกังวลต่อการแข็งค่าของค่าเงินบาทที่อาจส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกและการท่องเที่ยวในช่วงที่เหลือของปี โดยเขากล่าวว่า “นโยบายการเงินของไทยควรที่จะต้องสอดคล้องกับทิศทางนโยบายการเงินของโลก” โดยหลายฝ่ายหวังว่าจะมีการหารือร่วมกันระหว่างกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในอนาคต
ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 32.58-32.74 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 32.60/61 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันน้ (26/9) ที่ระดับ 1.1136/37 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (25/9) ที่1.1184/85 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยในช่วงบ่ายวันนี้สถาบัน GfK ได้มีการเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ต.ค. ของประเทศเยอรมนีลดลง 21.2 จุด สูงสุดกว่าคาดการณ์ว่าจะลดลง 22.4 จุด จากที่ลดลง 21.9 จุดในเดือน ก.ย.
ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1124-1.1157 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1147/48 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (26/9) ที่ระดับ 144.71/72 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (25/9) ที่ 144.13/14 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยเช้าวันนี้ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ได้มีการเปิดเผยรายงานการประชุมประจำเดือน ก.ค. ระบุว่ากรรมการ BOJ มีความเห็นที่แตกต่างกันในประเด็นที่ว่า BOJ ควรจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยรวดเร็วเพียงใดในอนาคต ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความไม่แน่นอนเกี่ยวกับช่วงเวลาาที่ BOJ จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้ง
ซึ่งในการประชุมเมื่อวันที่ 31 ก.ค. คณะกรรมการ BOJ มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้นสู่ระดับ 0.25% และเปิดเผยแผนชะลอการซื้อพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งเป็นการปูทางสู่การถอนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ BOJ ดำเนินการมานานถึง 10 ปี โดยคณะกรรมการ BOJ อย่างน้อย 2 ใน 9 ท่านเล็งเห็นถึงความสำคัญเกี่ยวกับขอบเขตในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม
โดยกรรมการท่านหนึ่งกล่าวว่า BOJ ควรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไปและในเวลาที่เหมาะสมเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกกดดันให้ต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วในภายหลัง ในขณะที่กรรมการอีกท่านหนึ่งกล่าวว่า BOJ จำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเมื่อมีข้อมูลยืนยันว่าบริษัทต่าง ๆ กำลังเพิ่มการใช้จ่ายด้านทุนและค่าจ้าง
อย่างไรก็ตาม กรรมการอีกหลายท่านได้เตือนว่ากระบวนการถอนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจไม่ควรเกิดขึ้นเร็วเกินไป โดยจะต้องจับตาความเสี่ยงในหลาย ๆ ด้าน และดำเนินการด้วยความระมัดระวัง ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 144.42-145.20 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 144.91/91 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับตัวเลขเศษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (26/9), ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือน ส.ค. (26/9), ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 2/2567 (26/9), ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (Pending Home Sales) เดือน ส.ค. (26/9), ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือน ส.ค. (27/9), ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นสุดท้ายเดือน ก.ย.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน (27/9)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -7.1/-6.8 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -5.6/-5.0 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ