Skip to content

GISTDA เปิดภาพดาวเทียม “น้ำท่วมแม่สาย” โคลนจำนวนมาก มาจากไหน

27 ก.ย. 2567 | 15:51น.
GISTDA เปิดภาพดาวเทียม “น้ำท่วมแม่สาย” โคลนจำนวนมาก มาจากไหน

GISTDA เปิดภาพดาวเทียม “น้ำท่วมแม่สาย” จ.เชียงราย เผยสาเหตุดินโคลนจำนวนมากไหลทับถมบ้านเรือนหนัก บางจุดสูงกว่า 2 เมตร

วันที่ 27 กันยายน 2567 สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ GISTDA กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้รายงานผ่านเพจเฟซบุ๊ก GISTDA สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) เรื่อง “น้ำท่วมแม่สาย โคลนจำนวนมาก มาจากไหน” ว่า

ฝนที่ตกหนักมากกว่าปกติในเขตพื้นที่ภาคเหนือตอนบนของประเทศตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปีนี้ ทำให้ดินตามภูเขาค่อย ๆ สะสมน้ำมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งวันที่ 8 กันยายน 2567 เกิดฝนตกหนักติดต่อกันต่อเนื่องเหนือพื้นที่รับน้ำของแม่น้ำสายและแม่น้ำกก ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำสูงขึ้น และไหลล้นตลิ่งเข้าท่วมหลายพื้นที่ของจังหวัดเชียงราย

โดยเฉพาะที่อำเภอแม่สาย ที่ก่อนหน้านี้เกิดน้ำท่วมในตัวเมืองแล้ว 6 ครั้งในปี 2567 และครั้งล่าสุดช่วงกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมามีน้ำป่าไหลทะลักลงตามแม่น้ำสาย ทำให้บ้านเรือน ร้านค้า ตลาดสด พื้นที่เกษตรที่ติดลำน้ำสายได้รับความเสียหายอย่างหนัก ปัจจุบันแม้น้ำท่วมผ่านไปแล้ว แต่ชาวบ้านบางพื้นที่ยังเข้าบ้านไม่ได้ เพราะปัญหาตะกอนดินโคลนทับถมจำนวนมากที่น้ำท่วมได้ทิ้งไว้

มีรายงานว่าน้ำที่ไหลลงมาตามลำน้ำสาย มีทั้งเศษไม้ ขอนไม้ สิ่งปฏิกูล ไหลลงมาด้วย แต่ทว่าเมื่อน้ำลดลงปรากฏตะกอนโคลนและดินเป็นจำนวนมากตกค้างอยู่ตามสถานที่ต่าง ๆ บ้านเรือนของประชาชนใกล้กับแม่น้ำสาย โดยเฉพาะพื้นที่ที่อยู่บริเวณเชิงเขา ที่บางจุดมีดินโคลนทับถมสูงกว่า 2 เมตร

ภูมิประเทศของเมืองแม่สาย

หากพิจารณาในเชิงภูมิศาสตร์ ตัวเมืองแม่สายตั้งอยู่ติดกับเชิงเขาและติดกับแม่น้ำที่ไหลมาจากเขตภูเขา ในขณะเดียวกัน การศึกษาด้านธรณีวิทยาพบว่าพื้นที่บริเวณตัวเมืองเเม่สาย โดยเฉพาะสองฝั่งแม่น้ำสายที่ใกล้กับด่านชายแดนไทย-เมียนมา เป็นพื้นที่ที่มีดินตะกอนไหลทับถมสะสมมาตั้งแต่อดีต

ด้วยที่ตั้งของเมืองและลักษณะภูมิประเทศ ทำให้น้ำที่หลากลงมาจากต้นน้ำของแม่น้ำสายมีความเชี่ยวและแรงโดยธรรมชาติ โดยแม่น้ำสายทอดตัวในเขตภูเขาที่เป็นพื้นที่รับน้ำลงสู่แม่น้ำ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในเขตประเทศเมียนมาประมาณ 80% และอีก 20% เท่านั้นที่ทอดยาวอยู่ในพื้นราบลุ่มในเขตแม่สาย-ท่าขี้เหล็ก

ในสภาวะปกติลักษณะภูมิประเทศแบบนี้มักจะนำความอุดมสมบูรณ์มาสู่พื้นที่ ด้วยแร่ธาตุต่าง ๆ ที่ปะปนมากับตะกอนในแม่น้ำ แต่ทว่าบริบทการใช้ชีวิตของมนุษย์ในทุกวันนี้เปลี่ยนไปจากเดิมมาก การสำรวจโดยนักวิชาการไทยพบว่าปัจจุบันพื้นที่ต้นน้ำแม่สายได้เปลี่ยนจากป่ากลายเป็นพื้นที่เกษตรกรรม รวมถึงเหมืองแร่จำนวนหลายจุดด้วยกัน ทำให้ศักยภาพของป่าไม้การชะลอและกักเก็บน้ำลดลงไปด้วย

เปิดหลักฐานบนภาพดาวเทียม

หลักฐานปรากฏชัดเจนด้วยภาพถ่ายจากดาวเทียมรายละเอียดสูง บันทึกภาพเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2567 ใกล้ชายแดนประเทศเมียนมา ในเขตอำเภอแม่สาย ซึ่งเป็นแค่ส่วนเล็ก ๆ ของพื้นที่รับน้ำทั้งหมดของแม่น้ำสาย พบดินถล่มหลายจุด ปรากฏเป็นสีน้ำตาลแดงตัดกับสีเขียวของป่าไม้ หรือแปลงเกษตรอย่างเห็นได้ชัด

แต่ละร่องรอยมีความกว้างประมาณ 20-30 เมตร หรือเทียบเท่ากับถนนขนาด 4 เลน และมีความยาวหลายสิบเมตรถึงหลายร้อยเมตร แตกต่างกันไปตามลักษณะพื้นที่ ซึ่งภาพนี้สะท้อนให้เห็นถึงหนึ่งในสาเหตุของตะกอนดินโคลนจำนวนมากที่ไหลทับถมในพื้นที่ด้านล่าง

ถอดบทเรียน

ทุก ๆ ความสูญเสียมักก่อให้เกิดประสบการณ์และการเรียนรู้เพื่อการอยู่รอด ภาพถ่ายจากดาวเทียมเป็นเพียงเครื่องมือที่ทำให้เกิดความเข้าใจภาพรวม แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการนำไปปรับใช้ ต่อยอดสู่การจัดการที่มีประสิทธิภาพ

นอกจากนั้น ข้อมูลภูมิสารสนเทศยังทำให้รู้ว่ายังมีอีกหลายหมู่บ้านในประเทศไทย ที่มีความเสี่ยงต่อภัยพิบัติทางธรรมชาติแบบเดียวกับที่เกิดขึ้นที่แม่สาย และในอดีตก็เคยเกิดขึ้นกับประเทศไทยมาแล้วหลายครั้ง ดังนั้น การตระหนักรับรู้ความเสี่ยงในพื้นที่ของตนและปรับตัวตามบริบทของพื้นที่นั้น ๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่เราอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้

ภาพความเสียหายที่เกิดขึ้นจากน้ำท่วมในจังหวัดเชียงรายที่กำลังจะผ่านพ้นไป ถูกแทนที่ด้วยภาพแห่งความร่วมมือและน้ำใจจากทั่วทุกสารทิศกำลังไหลมาแทนที่ เพื่อส่งต่อกำลังใจให้พี่น้องผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดเชียงรายและพื้นที่อื่น ๆ ทางทีมงานก็ขอเป็นกำลังใจให้กับคนในพื้นที่ฟื้นคืนกลับมาได้โดยเร็ว