เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
หมายกำหนดการ พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง
ข่าวในพระราชสำนัก หมายกำหนดการ พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง
HAPPY26 เข้าเทรด LiVEx 23 ก.ย. ระดมทุน 31 ล้าน ขยายโกดัง-โรงงานสำเร็จรูป
Finance HAPPY26 เข้าเทรด LiVEx 23 ก.ย. ระดมทุน 31 ล้าน ขยายโกดัง-โรงงานสำเร็จรูป
ทิสโก้เปิดแผลเศรษฐกิจไทย ส่งออกโตแต่ผลิตไม่โต เสี่ยง “ซึมยาว” 10 ปี
Economic ทิสโก้เปิดแผลเศรษฐกิจไทย ส่งออกโตแต่ผลิตไม่โต เสี่ยง “ซึมยาว” 10 ปี
LINE MAN เตรียมอัดงบฯกระตุ้น ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ เพิ่ม หลังรัฐบาลไปต่อเฟส 2
Business LINE MAN เตรียมอัดงบฯกระตุ้น ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ เพิ่ม หลังรัฐบาลไปต่อเฟส 2
กรมส่งเสริมสหกรณ์ อัด 500 ล้าน ปั้น CDC เป็น “ฮับ” ภูมิภาค ดันยอดขายปี 69 แตะ 5,000 ล้าน
Economic กรมส่งเสริมสหกรณ์ อัด 500 ล้าน ปั้น CDC เป็น “ฮับ” ภูมิภาค ดันยอดขายปี 69 แตะ 5,000 ล้าน
เปิดประวัติ “สลักจิต พงษ์ศิริจันทร์” ว่าที่อธิบดีกรมสรรพากร คนใหม่
Finance เปิดประวัติ “สลักจิต พงษ์ศิริจันทร์” ว่าที่อธิบดีกรมสรรพากร คนใหม่
เกษตรฯ ยันร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช ไม่ตัดสิทธิเกษตรกร เก็บ-แลก-ขายได้
Economic เกษตรฯ ยันร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช ไม่ตัดสิทธิเกษตรกร เก็บ-แลก-ขายได้
ไทยปิดดีลเปิดตลาดลงทุนอาเซียน-ฮ่องกง ดันยานยนต์-แผงวงจรเชื่อมห่วงโซ่จีน
Economic ไทยปิดดีลเปิดตลาดลงทุนอาเซียน-ฮ่องกง ดันยานยนต์-แผงวงจรเชื่อมห่วงโซ่จีน
ราคาทองวันนี้ (22 ก.ย. 69) ร่วงลง 600 บาท ทองรูปพรรณ 68,800 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (22 ก.ย. 69) ร่วงลง 600 บาท ทองรูปพรรณ 68,800 บาท
สทนช.เตือน 22-26 ก.ย. เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันหลายภาค จับตาท้ายเจ้าพระยา 5 จังหวัด
Economic สทนช.เตือน 22-26 ก.ย. เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันหลายภาค จับตาท้ายเจ้าพระยา 5 จังหวัด
ดูทั้งหมด

หมอแอมป์ BDMS ไขความลับการมีสุขภาพดี จะช่วยให้โลกดีขึ้นได้อย่างไร

30 ก.ย. 2567 | 18:07น.
นายแพทย์ ตนุพล วิรุฬหการุญ ประธานคณะผู้บริหารบีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก และนายกสมาคมแพทย์ฟื้นฟูสุขภาพและส่งเสริมการศึกษาโรคอ้วน

“หมอแอมป์-นายแพทย์ ตนุพล วิรุฬหการุญ” ไขความลับ “SUSTAINABLE WELLNESS” การมีสุขภาพดี จะช่วยให้โลกใบนี้ดีขึ้นได้อย่างไร บนเวที “Sustainability Expo 2024” (SX2024) มหกรรมความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน

วันที่ 30 กันยายน 2567 เริ่มต้นขึ้นแล้วสำหรับงานมหกรรมความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน “Sustainability Expo 2024” (SX2024) ซึ่งปีนี้จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 กับแนวคิด “พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก” (Sufficiency for Sustainability) ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 6 ตุลาคม 2567 เวลา 10.00-20.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QNSCC)

ภายในงานได้รวบรวมผู้เชี่ยวชาญหลากหลายด้าน โครงการ ไอเดีย เทคโนโลยี นวัตกรรม และแนวคิดที่น่าสนใจต่าง ๆ เพื่อโลก ตลอดจนช่วยให้องค์กรและประชาชนทั่วไปได้ร่วมกันสร้างความยั่งยืนและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม และเวิร์กช็อปที่ส่งเสริมการเรียนรู้เกี่ยวกับการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน การบรรยายและให้ความรู้โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญกว่า 600 รายทั่วโลก เครือข่ายธุรกิจยั่งยืนจากบริษัทและองค์กรชั้นนำของไทยและต่างประเทศกว่า 270 แห่ง ตอบโจทย์สำหรับคนทุกวัย

หนึ่งในไฮไลต์คือ เวที SX Talk Stage ร่วมปลดล็อกมิติสุขภาพกับเรื่องของความยั่งยืน “SUSTAINABLE WELLNESS : รักษ์โลก ไร้โรค” เพราะสุขภาพดีคือสมบัติที่สำคัญที่สุด โดย “หมอแอมป์-นายแพทย์ ตนุพล วิรุฬหการุญ” ประธานคณะผู้บริหารบีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก และนายกสมาคมแพทย์ฟื้นฟูสุขภาพและส่งเสริมการศึกษาโรคอ้วน ที่ได้มาแบ่งปันความรู้และประสบการณ์สร้างสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน

โลกป่วยหนัก อุณหภูมิเฉลี่ยสูงขึ้น

นายแพทย์ตนุพลกล่าวว่า ปีนี้เป็นปีที่ทุกคนได้สัมผัสถึงผลกระทบของโลกร้อนโดยตรงและดูเหมือนจะใกล้ตัวมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องน้ำทะเลสูง ภัยพิบัติน้ำท่วม พายุไต้ฝุ่น ซึ่งหลายอย่างมีทีท่าว่าจะเลวร้ายมากขึ้น

ภาวะนี้เกิดขึ้นทั้งจากธรรมชาติและกิจกรรมของมนุษย์ที่ส่งผลกระทบต่อโลก กระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศ เพราะฉะนั้น ยิ่งเราทำให้โลกร้อนมากขึ้นเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งเจอกับภัยต่าง ๆ มากขึ้นเท่านั้น

“ลองเปรียบโลกของเราเหมือนกับตัวเรา อุณหภูมิตัวเราเท่ากับ 37.5 องศา ถ้าเพิ่มขึ้น 1.5 องศา เป็นอุณหภูมิ 39 องศา เรียกว่าเริ่มไข้สูง และถ้าเพิ่มขึ้น 2 องศา เป็น 39.5 องศา เรียกว่ามีไข้สูงมากจนมีสิทธิเสียชีวิตได้เลย จะเห็นว่าถ้าเราเปรียบโลกเหมือนตัวเราแล้วก็เท่ากับว่าโลกกำลังป่วยหนัก”

นายแพทย์ ตนุพล วิรุฬหการุญ ประธานคณะผู้บริหารบีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก และนายกสมาคมแพทย์ฟื้นฟูสุขภาพและส่งเสริมการศึกษาโรคอ้วน

 

โลกร้อนขึ้น โรคมากขึ้น

นายแพทย์ตนุพลกล่าวอีกว่า ปัจจุบันเรากำลังเข้าสู่ยุคโลกเดือด (Global Boiling) มีการคาดการณ์ว่าปี 2030-2050 อุณหภูมิโลกที่ร้อนขึ้นจะทำให้ผู้คนเสียชีวิตเพิ่มขึ้น 250,000 คนต่อปี จากภาวะทุพโภชนาการ โรคมาลาเรีย ท้องร่วง รวมถึงภาวะเครียดจากผลกระทบด้านมลพิษ ความร้อน น้ำท่วม นอกจากนี้องค์การอนามัยโลก (WHO) ยังคาดการณ์ว่าจะมีคนเสียชีวิต 7 ล้านคนต่อปีจากการสัมผัสมลพิษทางอากาศ

ในแต่ละวันพฤติกรรมของเราก่อให้เกิดคาร์บอนฟุตพรินต์ สร้างก๊าซเรือนกระจกตัวการทำให้โลกร้อน แต่การปรับตัวเพื่อการมีสุขภาวะที่ดีช่วยโลกได้ จากข้อมูลทางสถิติในอาเซียน พบว่าในแต่ละวันคนไทยปล่อยคาร์บอนฟุตพรินต์ออกมาจากกิจกรรมต่าง ๆ เท่ากับ 3.8 คาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO2e) อยู่เป็นอันดับที่ 4 ในอาเซียน ในขณะที่สถิติของบรูไน เป็นอันดับ 1 อยู่ที่ 24 CO2e

“องค์การสหประชาชาติ (UN) ให้ความหมายของ Sustainability ว่าเป็นการตอบสนองความต้องการของคนในปัจจุบัน โดยไม่ลดทอนความสามารถในการตอบสนองความต้องการของคนรุ่นถัดไป ดังนั้น การสร้างพฤติกรรมสุขภาพอย่างยั่งยืน (Sustainable Health Behaviours) ไปพร้อมกับการสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องความยั่งยืน (Sustainability Literacy) จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ส่งผลต่อการมีสุขภาวะที่ดี ไม่เพียงแค่คนในรุ่นปัจจุบัน แต่รวมถึงของคนรุ่นถัดไปอีกด้วย” นายแพทย์ตนุพลกล่าวบนเวที SX TALK STAGE ในงาน SX2024

5 หลักการปรับพฤติกรรม เพื่อสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

1.อาหารจากพืช คืออาหารที่ยั่งยืน

การบริโภคในยุคนี้มนุษย์เราเน้นโปรตีนจากเนื้อสัตว์ ขณะที่จำนวนประชากรกำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เรื่องนี้ไม่เพียงแต่ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพเท่านั้น แต่ยังก่อให้เกิดปัญหาทางด้านสิ่งแวดล้อมควบคู่กัน เพราะระบบอุตสาหกรรมอาหารปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงถึงประมาณ 1 ใน 4 ของโลก

จากรายงานจาก McKinsey Sustainability เดือนกันยายน ปี 2021 พบว่าสัตว์เคี้ยวเอื้องอย่างวัวและแกะ ปล่อยก๊าซมีเทนในระหว่างการย่อยอาหาร พร้อมกับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และก๊าซอื่น ๆ คิดเป็นสัดส่วนเกือบร้อยละ 70 ของการปล่อยมลพิษทางการเกษตร

“การได้มาซึ่งเนื้อวัว 1 กิโลกรัม ทำให้เกิดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าสู่ชั้นบรรยากาศสูงถึง 60 กิโลกรัม ขณะที่ถั่วเหลืองก่อให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 0.9 กิโลกรัมเท่านั้น ซึ่งปริมาณต่างกันถึง 60 เท่า”

โดยเฉลี่ยแล้วหากทุกคนรับประทานอาหารที่มีพืชเป็นส่วนประกอบ (Plant-based Diet) มากขึ้น และหยุดการปล่อยมลพิษจากภาคส่วนอื่น ๆ มีโอกาสสูงถึง 50% ที่จะหยุดยั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลกได้ 1.5 องศาเซลเซียส ตามข้อตกลงในการประชุม COP26 ที่นานาชาติรวม 200 ประเทศได้ประกาศที่ได้ทำร่วมกันไว้

สำหรับแนวทางการรับประทานอาหารที่ยั่งยืนที่หมอแอมป์แนะนำ มีทั้งมังสวิรัติ วีแกน และแบบที่มีแนวโน้มการกินเพิ่มมากขึ้นทั่วโลกเทียบสัดส่วนจาก 10% เป็น 13% และหมอแอมป์เองก็เลือกทำคือ แบบยืดหยุ่น หรือที่เรียกว่า Flexitarian เน้นการกินอาหารที่มาจากพืช สลับกับเนื้อหรือปลาเล็กน้อยเป็นบางครั้ง ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ทั้งยังดีต่อสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน

นายแพทย์ ตนุพล วิรุฬหการุญ ประธานคณะผู้บริหารบีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก และนายกสมาคมแพทย์ฟื้นฟูสุขภาพและส่งเสริมการศึกษาโรคอ้วน

2.ออกกำลังกาย

การมีการมีสุขภาพดีแบบยั่งยืนไม่ได้จำกัดเพียงแค่รูปแบบการกินอาหารเท่านั้น แต่รวมถึงกิจกรรมทางกายที่เกิดผลดีต่อสุขภาพ ซึ่งนอกจากการออกกำลังกายในยิมแล้ว การปรับเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางในชีวิตประจำวัน อย่างการเดินเท้า วิ่ง ปั่นจักรยาน หรือการเดินทางแบบใช้แรงกายตัวเองเป็นหลัก (Active Transportation) เป็นรูปแบบการเดินทางที่ไม่ก่อให้เกิดคาร์บอน (Carbon-Free) และเพิ่มโอกาสในการออกกำลังกาย ช่วยสร้างเสริมสุขภาพในทุกช่วงอายุ

ในรายงานปี 2011 ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Environment International พบว่าการเดินทางแบบใช้แรงกาย มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดประมาณ 11% รวมถึงลดความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และโรคมะเร็งบางชนิด

3.อากาศดี

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ส่งผลให้คุณภาพอากาศแย่ลง อากาศที่ไม่ดีนำไปสู่ปัญหาสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นการระคายเคืองที่ตา จมูกและคอ อาการไอ อาการภูมิแพ้ แย่ไปกว่านั้นคือส่งผลกระทบต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งในระยะยาวมลพิษทางอากาศเพิ่มความเสี่ยงของโรคมะเร็งบางชนิด และยังส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง

การมีพฤติกรรมสุขภาพที่ดี ไม่ว่าจะเป็นการไม่สูบบุหรี่ การลดการบริโภคอาหารแปรรูป หรือหลีกเลี่ยงการใช้รถยนต์ส่วนตัว มีส่วนช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สาเหตุของภาวะโลกร้อน และลดการสร้างฝุ่น PM 2.5 ลดความเสี่ยงต่อโรคระบบทางเดินหายใจ ช่วยให้สุขภาพแข็งแรงขึ้น ไม่เฉพาะแค่ตัวเรา แต่รวมไปถึงครอบครัวและผู้คนอื่น ๆ บนโลก

4.การนอนหลับที่ดีและยั่งยืน

นอกจากการนอนจะเป็นพฤติกรรมที่ดีในมิติสุขภาพแล้ว การนอนหลับยังเกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม เพราะในขณะตื่นนอน มนุษย์จำเป็นต้องอาศัยทรัพยากรต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร พลังงานไฟฟ้า และเชื้อเพลิง หมายความว่ายิ่งเรานอนหลับน้อยลงเท่าใด ก็ยิ่งเผาผลาญทรัพยากรธรรมชาติมากขึ้นเท่านั้น

นอกเหนือจากการใช้ทรัพยากรในยามตื่น การนอนหลับที่ไม่มีคุณภาพและระยะเวลาไม่เพียงพอ ยังส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อโรคภัย ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น เสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด ระบบภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอลง และเกิดปัญหาสุขภาพจิต และเมื่อมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นก็เพิ่มของเสียทางการแพทย์ เพิ่มขยะกำจัดยากเป็นภาระของโลกมากขึ้น

5.กิจกรรมอาสา สร้างอารมณ์แห่งความสุข

สิ่งแวดล้อมรอบตัวส่งผลต่อสุขภาพจิตและอารมณ์ของผู้คนเป็นอย่างมาก หากสิ่งแวดล้อมดี มลพิษน้อย จิตใจจะแจ่มใส ความเครียดลดน้อยลง สำหรับกิจกรรมจิตอาสา เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยดูแลสิ่งแวดล้อมและยังสร้างความตระหนักรู้ นอกจากจะช่วยโลกแล้ว ยังสร้างความสัมพันธ์กับผู้คนและส่งผลด้านบวกต่ออารมณ์ของเรา

“ทั้ง 5 พฤติกรรมนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยให้สุขภาพของเราดีขึ้นเท่านั้น แต่ยังส่งผลดีต่อโลกของเราอีกด้วย ดังนั้น การดูแลสุขภาพ ไม่ใช่แค่เพื่อตัวเราเอง แต่เพื่อคนที่เรารักและโลกใบนี้ มาร่วมสร้างสังคมสุขภาพดีอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน สุดท้ายนี้ขออวยพรให้ทุกคนมีสุขภาพดี ‘อโรคยา ปรมา ลาภา ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ” นายแพทย์ตนุพลกล่าว

“เพราะความยั่งยืนเป็นเรื่องของทุกคน” ที่จะมาร่วมกันเปลี่ยนโลกใบนี้ให้น่าอยู่อย่างยั่งยืนผ่านกิจกรรมมากมาย พร้อมแลกเปลี่ยนแนวคิด และไอเดียด้านความยั่งยืนกับวิทยากรชื่อดัง ศิลปิน และเหล่าไอดอลจากทุกแวดวง ตื่นเต้นไปกับสุดยอดนวัตกรรมกอบกู้โลกให้คุณได้เรียนรู้ และพร้อมปรับตัว เพื่อความอยู่รอดในวิถีชีวิตประจำวันยุคโลกเดือดได้อย่างมีความสมดุล ในงาน Sustainability Expo (SX2024) ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง วันที่ 6 ตุลาคม 2567 เวลา 10.00-20.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC)