Skip to content

เจฟ ซาเตอร์ เจนซ่ารักษ์โลก รุ่นใหม่ตื่นตัว Global Warming

17 ต.ค. 2567 | 17:50น.
เจฟ ซาเตอร์ เจนซ่ารักษ์โลก รุ่นใหม่ตื่นตัว Global Warming

เจฟ ซาเตอร์ (Jeff Satur) หรือวรกมล ซาเตอร์ ดาวเด่นดวงใหม่ประสบการณ์ 10 ปีของวงการบันเทิงไทย ผู้เป็นกระแสมาจากเพลงและภาพยนตร์จอเงินอย่าง “วิมานหนาม” ที่เพิ่งคว้ารางวัลภาพยนตร์แห่งปี จาก FEED Y Awards 2024

นักร้องและนักแสดงหนุ่มท่านนี้ได้กล่าวถึง “จุดเริ่มต้นของไอดอลด้านความยั่งยืน” ว่า

“จริง ๆ แล้ว ผมโตมากับการที่ได้ยินบ่อย ๆ เมื่อตอนเด็ก เกี่ยวกับเรื่องของโลกร้อน Global Warming จนเรารู้สึกว่า เฮ้ย ! ที่คุณพ่อคุณแม่เราสอนมา ให้ปิดน้ำปิดไฟทุกครั้งนี่ จริงเลยนะ จนถึงวันนี้ผมก็ติดเป็นนิสัย แบบว่า ต้องปิดไฟตลอดอะไรแบบนี้ คือช่วยกันประหยัดพลังงาน”

เมื่อโตขึ้นมาเราก็ปิดไฟจนติดเป็นนิสัย แต่บางครั้งก็เหมือน เอ๊ะ ! ถ้าเราปิดคนเดียวอย่างงี้ ก็คงไม่มีค่าอะไรเท่าไหร่ ความจริงแล้วแค่การที่หนึ่งคนที่ช่วย ๆ กันปิดไฟ แล้วก้าวต่อไปหากมารวมตัวกันปิดไฟก็จะช่วยได้มาก หรือสุดท้ายแล้ว ไม่ว่าใครจะทำอะไรเกี่ยวกับการรียูส อัพไซคลิ่ง หรือว่าการรีไซเคิลต่าง ๆ เจฟ ซาเตอร์ บอกว่า ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน ล้วนมีส่วนช่วยโลกใบนี้ด้วยกันทั้งหมด

“เราอยู่ในโลกที่เราไม่ได้ใช้ร่วมกับเราเพียงอย่างเดียว เราใช้ร่วมกับสัตว์ต่าง ๆ อีกมากมาย ผมรู้สึกว่า เราอยู่ในเจน Z ที่อยู่ในโลกที่ผ่านอะไรมามากแล้ว เรามีข้อมูลเยอะแล้ว มันทำให้เรารู้ว่าควรจะทำยังไงบ้างที่จะส่งผลดีต่อสภาพแวดล้อม ดีต่อระบบนิเวศ”

การที่มาร่วมงานกับเอสโคล่า เนื่องจากมีเป้าหมายเรื่องความยั่งยืนที่ตรงกัน ไม่ว่าจะเรื่องแพสชั่นและเรื่องของตัวแบรนด์เอง ซึ่งตั้งแต่ครั้งแรกที่คุยกัน ผมได้คุยถึงเรื่องส่วนผสมที่มีจุดเปลี่ยนเล็ก ๆ และเรื่องแพสชั่นที่นอกเหนือจากตัวสินค้าแล้วยังมีเรื่องของความใหม่ เนื่องจากมีการพัฒนาในทุก ๆ ปี

และที่สำคัญยังมีการส่งเสริมในเรื่องเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์เป็นขวดจากพลาสติกรีไซเคิล rPET มีการใช้สินค้าที่ดีต่อสิ่งแวดล้อม ดีต่อระบบนิเวศมากขึ้น ผมรู้สึกว่ามันทัชใจมาก นอกเหนือจากการเป็นผู้บริโภคเฉย ๆ แล้วยังได้รู้สึกว่า เราได้ช่วยเหลืออะไรอย่างอื่นไปด้วย เลยรู้สึกว่าเจ๋งมาก ๆ

“เลือกที่จะ Awesome ได้ด้วยการรักษ์โลก ด้วยความที่มีแคมเปญ Born to be Awesome เกิดมาซ่า กล้าเป็นตัวเองแล้ว ก็ยังสามารถ Be Awesome ได้ด้วยการรักษ์โลก มันเลยเป็นอะไรที่น่าหลงใหลมาก ๆ เหมือนเป็นงานศิลป์ชิ้นหนึ่งที่นอกจากเราได้ดื่ม ได้ชิม ได้สัมผัสแล้ว ยังได้รักษาสิ่งแวดล้อมไปในตัวด้วย” เจฟกล่าวย้ำ

นอกเหนือจากนี้ เจฟยังได้ตอกย้ำบทบาทไอดอลด้านความยั่งยืนด้วยการออกแบบกระเป๋าด้วยตัวเอง ด้วยความต้องการใช้สัญลักษณ์ดาวเสาร์ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของนักร้องหนุ่ม ผสานกับการนำสิ่งต่าง ๆ กลับมาใช้ใหม่ ทั้งรีไซเคิลและอัพไซเคิลเป็นวงแหวนรอบดาวเสาร์

“ผมรู้สึกว่า เราอยู่ในโลกใบนี้ ซึ่งโลกนี้มันหมุนเวียนอยู่แบบนี้ ถ้าไม่ทำให้ดีขึ้นมันก็ใช้งานได้ไม่ดีเหมือนเดิม แสดงให้เห็นถึงการรีไซเคิล การนำกลับมาใช้ใหม่ได้อย่าง Awesome เลยทีเดียว”

เจฟเชิญชวนให้นำบรรจุภัณฑ์ไปทิ้งตามจุดดรอปพอยต์ต่าง ๆ เมื่อบริโภคเสร็จ ทั้งย้ำว่า คนรุ่นใหม่กลุ่มเจน Z ตื่นตัวเรื่องโลกร้อน และพร้อมจะสร้างการเปลี่ยนแปลงให้โลกนี้ดีขึ้น

ซึ่งนักร้องหนุ่มได้แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมว่า การนำขวดไปทิ้งที่จุดดรอปพอยต์เป็นเรื่องที่ง่ายดี เหมือนเวลานึกไม่ออกว่าทิ้งตรงไหนดี อันนี้จึงเป็นจุดที่ดีที่ทำให้ง่ายขึ้น แล้วดูเข้าถึงง่ายขึ้น เฟรนด์ลี่ขึ้น ไม่รู้จะเอาไปทิ้งตรงไหนก็เอามาทิ้งตรงนี้

เชื่อว่าทุกคนจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงแน่นอน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

SX 2024