เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กฟผ. เริ่มตั้งไข่โรงไฟฟ้า SMR จ้างที่ปรึกษา-รัฐตั้ง NEPIO ขับเคลื่อน
Economic กฟผ. เริ่มตั้งไข่โรงไฟฟ้า SMR จ้างที่ปรึกษา-รัฐตั้ง NEPIO ขับเคลื่อน
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (29 ต.ค.) ขยับขึ้น 0.45% อยู่ที่ 81,164 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (29 ต.ค.) ขยับขึ้น 0.45% อยู่ที่ 81,164 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (29 ต.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (29 ต.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
เฟดคงดอกเบี้ย เควิน วอร์ชชี้ “เงินเฟ้อสูงเกินไป”
World เฟดคงดอกเบี้ย เควิน วอร์ชชี้ “เงินเฟ้อสูงเกินไป”
สภาผู้บริโภค จี้ ‘เอกนัฏ’ ฟัน ‘ค่าปรับปรุงเบนซิน’ 50 สต. รับ กบง. หั่นพรีเมียมทิพย์หมื่นล้าน
Economic สภาผู้บริโภค จี้ ‘เอกนัฏ’ ฟัน ‘ค่าปรับปรุงเบนซิน’ 50 สต. รับ กบง. หั่นพรีเมียมทิพย์หมื่นล้าน
เช็กรายชื่อเอกชนรับเหมา ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ กฟน.-กฟภ. พร้อมกางเงื่อนไขกู้หนุน 5 หมื่น
Economic เช็กรายชื่อเอกชนรับเหมา ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ กฟน.-กฟภ. พร้อมกางเงื่อนไขกู้หนุน 5 หมื่น
VGI แจงยิบ ก.ล.ต. ฟ้อง 3 ผู้ถือหุ้นใหญ่ คดีส่วนบุคคล ยันไม่กระทบธุรกิจ-หุ้นเทรดปกติ
Finance VGI แจงยิบ ก.ล.ต. ฟ้อง 3 ผู้ถือหุ้นใหญ่ คดีส่วนบุคคล ยันไม่กระทบธุรกิจ-หุ้นเทรดปกติ
กลุ่ม ปตท. ขยับเก้าอี้บริหาร! เปลี่ยนแม่ทัพการเงิน-CEO ด้าน OR รอคลังไฟเขียวซีอีโอใหม่
Finance กลุ่ม ปตท. ขยับเก้าอี้บริหาร! เปลี่ยนแม่ทัพการเงิน-CEO ด้าน OR รอคลังไฟเขียวซีอีโอใหม่
ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิด “อาคารชลพิพัฒน์”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิด “อาคารชลพิพัฒน์”
กนง. ยอมรับดอกเบี้ยต่ำนานเพิ่มความเสี่ยงต่อเสถียรภาพเกาะติดผลกระทบใกล้ชิด
Finance กนง. ยอมรับดอกเบี้ยต่ำนานเพิ่มความเสี่ยงต่อเสถียรภาพเกาะติดผลกระทบใกล้ชิด
ดูทั้งหมด

หลากเหตุผล สมาชิก EU เสียงแตก นโยบายกีดกันอีวีจีน

12 ต.ค. 2567 | 16:15น.
อาคารสำนักงานคณะกรรมาธิการยุโรป กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม

ในการลงมติของสมาชิกสหภาพยุโรป หรือ อียู (European Union : EU) ต่อข้อเสนอกำหนดใช้ภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศจีนต่อไปเป็นเวลา 5 ปี เมื่อวันที่ 4 ตุลาคมที่ผ่านมา มี 10 ประเทศ “เห็นชอบ” มี 5 ประเทศ “คัดค้าน” และมี 12 ประเทศ “งดออกเสียง” สะท้อนให้เห็นว่าประเทศต่าง ๆ ในอียูมีจุดยืนต่อประเด็น “รถยนต์ไฟฟ้าจีนและการค้ากับจีน” หลากหลายกว่าที่คาด และแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลของหลายประเทศไม่เต็มใจที่จะมีปัญหากับจีน

10 ประเทศที่ออกเสียงเห็นชอบ ได้แก่ บัลแกเรีย เดนมาร์ก เอสโทเนีย ฝรั่งเศส ไอร์แลนด์ อิตาลี ลิทัวเนีย ลัตเวีย เนเธอร์แลนด์ และโปแลนด์ ซึ่งเป็นตัวแทนประชากร 45.99% ของประชากรทั้งหมดในสหภาพยุโรป

5 ประเทศที่ออกเสียง “คัดค้าน” ได้แก่ เยอรมนี ฮังการี มอลตา สโลวีเนีย และสโลวะเกีย ซึ่งเป็นตัวแทนของประชากร 22.65% ของประชากรทั้งหมดในสหภาพยุโรป

12 ประเทศที่งดออกเสียง ได้แก่ เบลเยียม สาธารณรัฐเช็ก กรีซ สเปน โครเอเชีย ไซปรัส ลักเซมเบิร์ก ออสเตรีย โปรตุเกส โรมาเนีย สวีเดน และฟินแลนด์ ซึ่งเป็นตัวแทนประชากร 31.36% ของประชากรทั้งหมดในสหภาพยุโรป

เมื่อดูในรายละเอียดแล้ว น่าสนใจว่าในสหภาพยุโรปเองก็มีความเห็นและจุดยืนที่หลากหลายต่อเรื่องนี้ ในหมู่ประเทศที่ออกเสียงแบบเดียวกันก็ยังมีเหตุผลที่ต่างกันออกไป

กรณีของสเปนน่าสนใจที่สุด เพราะก่อนการลงมติ สเปนเป็นประเทศที่เปิดหน้าเรียกร้องชัดเจนว่าต้องการให้สหภาพยุโรปยกเลิกการขึ้นภาษีดังกล่าว แต่เมื่อถึงเวลาลงมติ สเปนกลับงดออกเสียงไปเฉย ๆ แล้วหลังได้ข้อสรุปแล้วก็กลับมากล่าวแย้งอีกว่า สหภาพยุโรปไม่ควรขึ้นภาษีอีวีจีน เพราะเกรงว่าจะเกิดการตอบโต้จากจีนมากยิ่งขึ้นจนเกิดเป็นสงครามการค้าที่ส่งผลกระทบหนักขึ้น

เหตุผลที่สเปน (แสดงออก) คัดค้านการขึ้นภาษีอีวีจีนนั้น เป็นเพราะสเปนจะเป็นหนึ่งในผู้เสียผลประโยชน์ก้อนใหญ่ เนื่องจากก่อนหน้านี้จีนประกาศสอบสวนว่าสหภาพยุโรปส่ง “เนื้อหมู” เข้าไปทุ่มตลาดเนื้อหมูในจีน ซึ่งสเปนเป็นประเทศที่ส่งออกเนื้อหมูเข้าจีนมากที่สุดในบรรดาประเทศสมาชิกอียู อีกทั้งสเปนยังเป็นที่ตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจีนของบริษัท เชอรี่ ออโต้โมบิล (Chery Automobile Co.) ซึ่งตามแผนเดิมจะเริ่มผลิตภายในปีนี้ แต่หลังจากที่ยุโรปมีมติขึ้นภาษีอีวีจากจีน เชอรี่ก็ได้เลื่อนเป้าการเริ่มผลิตที่โรงงานในสเปนออกไป 1 ปี เป็นเดือนตุลาคม 2025

ส่วนเยอรมนี ประเทศใหญ่สุดในสหภาพยุโรป ทั้งในแง่ประชากรและขนาดเศรษฐกิจ ก็ชัดเจนว่าไม่เห็นด้วยกับการเจาะจงขึ้นภาษีอีวีจีนสูงขนาดนี้ และได้เรียกร้องมาแล้วหลายครั้งให้สหภาพยุโรปทบทวนและหาทางออกร่วมกันกับจีนเพื่อเลี่ยงข้อพิพาททางการค้า

เหตุผลการคัดค้านของเยอรมนีคือ เยอรมนีเป็นเจ้าแห่งรถยนต์ยุโรป และรถยนต์สัญชาติเยอรมันจะโดนกำแพงภาษีนี้ย้อนกลับมาทำร้ายเสียเอง ทั้งโดยการที่รถยนต์เยอรมันส่วนหนึ่งที่ผลิตในจีนเมื่อส่งกลับไปขายในยุโรปก็จะต้องโดนเก็บภาษีสูงตามแหล่งที่มา และในอีกทางหนึ่ง มีแนวโน้มว่าจีนจะตอบโต้โดยการตั้งกำแพงภาษีรถยนต์ยุโรปคืนได้เช่นกัน ซึ่งประเทศที่เดือดร้อนที่สุดก็จะเป็นเยอรมนี

ฮังการีเป็นอีกหนึ่งประเทศที่คัดค้าน เนื่องจากเกรงเสียผลประโยชน์และกระทบความสัมพันธ์กับจีน เพราะฮังการีได้รับคำมั่นสัญญาการลงทุนมหาศาลจากบริษัทจีน แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าบีวายดี (BYD) ของจีนได้เลือกฮังการีให้เป็นศูนย์กลางการผลิตในยุโรป อีกทั้งจีนได้ให้เงินกู้จำนวนมากแก่รัฐบาลฮังการี นอกจากนั้น ฮังการีก็ได้ชื่อว่าเป็นสมาชิก “นอกคอก” ของสหภาพยุโรปอยู่แล้วเป็นทุนเดิม การที่ฮังการีจะออกเสียงอย่างไรจึงเป็นเรื่องที่คาดการณ์ได้แน่เสียยิ่งกว่าแน่

สำหรับฝรั่งเศส ประเทศใหญ่ที่เป็นผู้ผลักดันการตั้งกำแพงภาษีรถยนต์ไฟฟ้าจีนมาตั้งแต่ต้น แม้ว่าทราบอยู่แล้วว่าตนเองเสี่ยงจะเสียผลประโยชน์มากที่สุดจากการที่จีนจะตอบโต้ผ่านสินค้า “บรั่นดี” และสินค้าหรูต่าง ๆ ยังไม่ชัดเจนว่าฝรั่งเศสมีเหตุผลเบื้องลึกเบื้องหลังมากไปกว่าความพยายามปกป้องแบรนด์รถยนต์สัญชาติฝรั่งเศสอย่างเช่น เรโนลต์ (Renault) และเปอโยต์ (Peugeot) หรือไม่

คำอธิบายจาก เอ็มมานูเอล มาครง (Emmenuel Macron) ประธานาธิบดีฝรั่งเศส คือ การอุดหนุนอุตสาหกรรมอีวีของรัฐบาลจีนทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมในตลาด หากสหภาพยุโรปไม่สามารถสร้างความเท่าเทียมเป็นธรรมในการแข่งขันได้ ก็ไม่อาจรักษาฐานการผลิตทางอุตสาหกรรมเอาไว้ในยุโรปได้

มีการวิเคราะห์ว่าฝรั่งเศสผลักดันการตั้งกำแพงภาษี เพราะต้องการเป็นผู้มีบทบาทในการปกป้องผลประโยชน์ของสหภาพยุโรป และที่ฝรั่งเศสทำเช่นนี้ได้เพราะไม่มีผลประโยชน์ที่จะเสียมากนัก เนื่องจากรถยนต์สัญชาติฝรั่งเศสไม่ได้มียอดขายในจีนมากอยู่แล้ว ฝรั่งเศสจึงไม่ต้องกังวลผลกระทบที่จะเกิดในตลาดจีน ในทางตรงข้าม แบรนด์รถยนต์ฝรั่งเศสต้องการการปกป้องในตลาดยุโรปมากกว่า และแม้ว่าฝรั่งเศสจะโดนจีนเล่นงานอุตสาหกรรมบรั่นดี แต่ก็ทำร้ายฝรั่งเศสได้ไม่มากเมื่อเทียบกับภาพรวมการส่งออกทั้งหมด และไม่มากพอที่จะเปลี่ยนใจฝรั่งเศสได้