Skip to content

“ดีพร้อม” มุ่งประยุกต์ใช้โมเดลเศรษฐกิจ BCG ยกระดับภาคอุตสาหกรรม

15 ต.ค. 2567 | 17:57น.
“ดีพร้อม” มุ่งประยุกต์ใช้โมเดลเศรษฐกิจ BCG ยกระดับภาคอุตสาหกรรม

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) ขานรับนโยบายปฏิรูปอุตสาหกรรมของ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เน้นให้ความสำคัญกับการพัฒนา และยกระดับภาคอุตสาหกรรมให้เติบโตอย่างยั่งยืนควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อม ภายใต้โครงการ “ยกระดับธุรกิจ SMES ด้วยการ ประยุกต์ใช้โมเดลเศรษฐกิจ BCG” ด้วยการอัพสกิลบุคลากร ปรับปรุงกระบวนการผลิตให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และพัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงจากความหลากหลากหลายทางชีวภาพ รวมถึง  อัพไซเคิลของเสียให้เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่เชิงสร้างสรรค์ ทำให้สถานประกอบการมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นจากต้นทุนที่ลดลง และสามารถต่อยอดสู่ตลาดสากลคิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 1,390 ล้านบาท/ปี และสามารถลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า 61,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ หรือเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ 5 ล้านต้นคิดเป็นพื้นที่ ประมาณ 1 แสนไร่ 

นายภาสกร ชัยรัตน์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ตามนโยบายของรัฐบาล ในการสร้างความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ประเทศไทยเป็นผู้นำของอาเซียนในการลดการปล่อยก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์ ตลอดจนส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์กลางด้านการซื้อขายคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม ดังนั้น กระทรวงอุตสาหกรรม นำโดย นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้มึนโยบายในการปฏิรูปอุตสาหกรรมที่มุ่งขับเคลื่อน 3 ด้านหลัก ได้แก่ การจัดการกากอุตสาหกรรมที่เป็นพิษ การส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทย และการสร้างอุตสาหกรรมเศรษฐกิจใหม่โดยมียุทธศาสตร์ ในการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจอุตสาหกรรม พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ส่งเสริมเศรษฐกิจสีเขียว เพื่อบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2050 โดยมุ่งมั่นสนับสนุนผู้ประกอบการให้บรรลุเป้าหมายของอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเติบโตไปพร้อมกับชุมชน จึงได้มอบหมายให้ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมหรือ ดีพร้อม (DIPROM)) ให้ความสำคัญกับการพัฒนา และยกระดับภาคอุตสาหกรรมให้เติบโตอย่างยั่งยืนควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อม

นายภาสกร กล่าวว่า กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) ได้ดำเนินโครงการ “ยกระดับธุรกิจ SMEs ด้วยการประยุกต์ใช้โมเดลเศรษฐกิจ BCG” โดยการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการดำเนินธุรกิจตามแนวคิด BCG ส่งเสริมการใช้นวัตกรรมในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียนและสังคมคาร์บอนต่ำ พร้อมเชื่อมโยงสู่การขอมาตรฐานหรือฉลากสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงบูรณาการเครือช่ายความร่วมมือให้เป็นกลไกสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งได้อัพสกิลบุคลากรภาคอุตสาหกรรมกว่า 2,500 คน พัฒนาและปรับปรุงกระบวนการผลิตให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 565 กิจการ เกิดผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงจากความหลากหลายทางชีวภาพ 130 ผลิตภัณฑ์ และส่งเสริมการผลิต ผลิตภัณฑ์เชิงสร้างสรรค์จากกระบวนการอัพไซเคิล กว่า 70 ผลิตภัณฑ์ ผ่านการดำเนินงานตามแนวคิด BCG คือ

1) Bio Economy เศรษฐกิจชีวภาพ มุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่มีศักยภาพเชิงพื้นที่มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและเครื่องสำอาง อาทิ ขิง ขมิ้นชัน ไพล การผลิตภัณฑ์ใหม่จากซูเปอร์ฟู้ด อาทิ โกโก้ ผ้า ตั๊กแตน และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่หรือต่อยอดผลิตภัณฑ์เดิมจากเส้นใยชีวภาพ อาทิ กัญชง สับปะรด ไผ่ ผักตบขวา 2) Circular Economy เศรษฐกิจหมุนเวียน มุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ด้านอาหาร แฟชั่นและไลฟ์สไตล์ หรืออิเล็กทรอนิกส์ จากวัสดุเหลือใช้ ของเสียหรือผลพลอยได้จากกระบวนการผลิต อาทิ เศษไม้ ป้ายไวนิล เศษผ้า 3) Green Economy เศรษรกิจสีเขียว โดยการส่งเสริมให้สถานประกอบการมีการกำหนดแนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ดำเนินการยกระดับและปรับปรุงกระบวนการผลิตให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และเตรียมความพร้อมเพื่อจัดทำรายงานการประเมินก๊าซเรือนกระจกเพื่อขอรับการรับรองจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก อาทิ CFO, CFP, CFR และ CE-CFP

ทั้งนี้ ดีพร้อม เชื่อมั่นว่า โครงการยกระดับธุรกิจ SME ด้วยการประยุกต์ใช้โมเดลเศรษฐกิจ BCG จะเป็นหนึ่งในฟันเฟืองที่สำคัญของภาครัฐในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ BCG ไปสู่เป้าหมาย Net Zero Emission โดยในปี 2567 ดีพร้อมตั้งเป้ายกระดับผู้ประกอบการไทยจำนวนกว่า 1,800 ราย และเตรียมเปิดตัวโครงการในเดือนมิถุนายนนี้ เพื่อนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป นายภาสกร กล่าวทิ้งท้าย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ดีพร้อม