Skip to content
ดูทั้งหมด

ตลาดรับสร้างบ้าน สู่ยุค ‘เรดโอเชียน’ เปิดสงครามตัดราคาเดือด

10 มิ.ย. 2569 | 16:02น.
รับสร้างบ้าน

รับสร้างบ้าน

สมาคมไทยรับสร้างบ้าน กางสถิติผู้ประกอบการทั่วประเทศพุ่งทะลุ 493 ราย กรุงเทพฯ-ปริมณฑล ครองแชมป์แข่งเดือดสุด ด้านนายกสมาคมฯ ประเมินตลาดรับสร้างบ้านเข้าสู่ยุค ”เรดโอเชียน” จับตาสงครามราคาเริ่มเปิดฉากรุนแรง

นายนิรัญ โพธิ์ศรี นายกสมาคมไทยรับสร้างบ้าน (THBA) และกรรมการบริหาร บริษัท ปทุมดีไซน์ ดีเวลลอป (กรุงเทพ) จำกัด เปิดเผยว่า สมาคมไทยรับสร้างบ้านได้ทำการสำรวจและรวบรวมข้อมูลจำนวนผู้ประกอบการรับสร้างบ้าน ทั้งรายเล็กและรายใหญ่ที่แข่งขันอยู่ในตลาดแยกตามพื้นที่รายภูมิภาคทั่วประเทศไทยในปัจจุบัน

นิรัญ โพธิ์ศรี

พบว่ามีจำนวนผู้ประกอบการรวมทั้งสิ้นสูงถึง 493 ราย หรือเกือบ 500 ราย ซึ่งเป็นตัวเลขที่สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของจำนวนคู่แข่งในตลาด ทว่าในอีกด้านหนึ่งกลับเป็นสัญญาณเตือนภัย ถึงภาวะการแข่งขันที่รุนแรงจนเข้าขั้นวิกฤต

จากการสำรวจเชิงลึกพบว่าพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล เป็นทำเลทองที่มีการแข่งขันกระจุกตัวอยู่หนาแน่นที่สุด โดยมีผู้ประกอบการรวมกันสูงถึง 200 ราย เฉพาะในเขตกรุงเทพฯ มีจำนวน 87 ราย และจังหวัดปริมณฑล 113 ราย ในขณะที่ภาคตะวันออกเป็นพื้นที่ที่มีผู้ประกอบการแข่งขันอยู่น้อยที่สุดในประเทศ โดยมีจำนวนเพียง 37 ราย

ทั้งนี้สมาคมฯ ได้ทำการจัดลำดับความหนาแน่นของผู้ประกอบการ พร้อมสรุปข้อมูลอินไซด์ที่น่าสนใจในแต่ละภูมิภาค

  1. กรุงเทพฯ และปริมณฑล มี 200 ราย แบ่งเป็นกรุงเทพ 87 ราย และปริมณฑล 113 ราย เป็นพื้นที่ที่เดือดที่สุด มีผู้ประกอบการระดับชั้นนำแข่งขันอยู่มากที่สุดถึง 20 ราย
  2. ภาคกลาง ประกอบด้วย อยุธยา, อ่างทอง, สิงห์บุรี, ชัยนาท, สุพรรณบุรี, สระบุรี, ลพบุรี, นครนายก มี 80 ราย แบรนด์ใหญ่จากกรุงเทพฯ ขยายสาขามาชิงแชร์มากที่สุด เช่น พีดีเฮ้าส์, แลนดี้โฮม, รอแยลเฮ้าส์, ซีคอน ผู้ประกอบการในพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นมือใหม่และมือสมัครเล่นสูงถึง 60%
  3. ภาคเหนือ เชียงใหม่, เชียงราย, ลำพูน, ลำปาง, ตาก, พะเยา, แพร่, อุตรดิตถ์, พิษณุโลก, พิจิตร, เพชรบูรณ์, นครสวรรค์ มี 67 ราย โดยจังหวัดพิษณุโลกเป็นพื้นที่ที่มีการแข่งขันหนาแน่นที่สุดในภาคเหนือ โดยมีผู้ประกอบการจำนวนถึง 24 ราย
  4. ภาคอีสาน ประกอบด้วย โคราช, ขอนแก่น, อุดรธานี, ชัยภูมิ, บุรีรัมย์, สุรินทร์, ศรีสะเกษ, อุบลราชธานี, มหาสารคาม, ร้อยเอ็ด, กาฬสินธุ์, เลย, หนองคาย, สกลนคร, มุกดาหาร, ยโสธร, อำนาจเจริญ มี 60 ราย โดยจังหวัดอุดรธานีเชื่อมโยงกับกำลังซื้อของชาวต่างชาติมากที่สุด ผู้บริโภคนิยมเลือกใช้วัสดุ-อุปกรณ์ก่อสร้างที่มีมาตรฐานสากล
  5. ภาคใต้และภาคตะวันตก ประกอบด้วย กาญจนบุรี, ราชบุรี, เพชรบุรี, ประจวบฯ, ชุมพร, สุราษฎร์ฯ, นครศรีฯ, สงขลา-หาดใหญ่, ภูเก็ต, กระบี่, พังงา, ตรัง มี 49 ราย แยกเป็นภาคใต้ 35 ราย ตะวันตก 14 ราย พบว่าภาคตะวันตก บ้านระดับราคาไม่เกิน 5 ล้านบาทโตสุด แต่พบปัญหาผู้ประกอบการไร้หน้าร้านแห่โฆษณาผ่านโซเชียล เตือนผู้บริโภคตรวจสอบตัวตน ขณะที่ภาคใต้ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา แข่งขันหนาแน่นที่สุด
  6. ภาคตะวันออก ประกอบด้วย ชลบุรี, ระยอง, ฉะเชิงเทรา, ปราจีนบุรี, จันทบุรี, ตราด, สระแก้ว มี 37 ราย ทุนท้องถิ่นส่วนใหญ่จดทะเบียน นิติบุคคลแบบ “รับเหมาทั่วไป” ทุนและการบริหารจัดการ เป็นระบบปิด มีข้อจำกัดด้านเทคโนโลยี ใช้ระบบเดิม ทำให้เผชิญปัญหาขาดแคลนแรงงานมาโดยตลอด

“จากตัวเลขสถิติล่าสุดชี้ให้เห็นชัดเจนว่า แม้ภาพรวมของตลาดรับสร้างบ้านจะขยายตัว จากกระแสความนิยมและพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ ที่หันมาเชื่อมั่นและเลือกใช้บริการกับบริษัทรับสร้างบ้านแทนการจ้างผู้รับเหมาทั่วไป แต่ในขณะเดียวกันปริมาณผู้ประกอบการรายใหม่ ๆ ทั้งทุนท้องถิ่นและทุนส่วนกลางต่างหลั่งไหลเข้ามาแข่งขันในธุรกิจนี้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และเชื่อแน่ว่าจะยังคงมีรายใหม่ตบเท้าเข้ามาอีกอย่างต่อเนื่อง”

นายนิรัญกล่าวว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าวทำให้สถานะของตลาดรับสร้างบ้านในปัจจุบันไม่ได้อยู่ในน่านน้ำสีคราม (Blue Ocean) อีกต่อไป แต่ได้กลายเป็น “เรดโอเชียน” (Red Ocean) หรือน่านน้ำสีเลือดอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ สิ่งที่น่ากังวลที่สุดต่อจากนี้คือ “สงครามราคา” (Price War) กำลังจะเริ่มต้นเปิดฉากอย่างรุนแรงและดุเดือดขึ้นเรื่อย ๆ

ผู้ประกอบการหลายรายเริ่มใช้กลยุทธ์หั่นราคาเพื่อดึงดูดลูกค้า ในมุมของผู้บริโภคอาจมองว่าเป็นประโยชน์ แต่ในระยะยาวอาจส่งผลกระทบต่อมาตรฐานการก่อสร้างและเสถียรภาพของธุรกิจ ดังนั้น ผู้ประกอบการจำเป็นต้องเร่งปรับตัว สร้างความแตกต่างด้วยคุณภาพและนวัตกรรม สะท้อนภาพลักษณ์ความเป็นมืออาชีพ มากกว่าการลงไปเล่นเกมราคาเพียงอย่างเดียว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตลาดรับสร้างบ้าน