Skip to content

“ขาดคน-ระบบล้าสมัย” ความท้าทาย Cybersecurity 2025

25 ต.ค. 2567 | 14:41น.
“ขาดคน-ระบบล้าสมัย” ความท้าทาย Cybersecurity 2025

ไซเบอร์จีนิคส์ เผย 7 ความท้าทายที่องค์กรต้องเผชิญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ พร้อมชูโซลูชั่น AI-Zero Trust หนุนองค์กรต้านภัยคุกคาม

วันที่ 25 ตุลาคม 2567 นายอัตพล พยัคฆ์ ประธานเจ้าหน้าที่ด้านเทคโนโลยี บริษัท ไซเบอร์จีนิคส์ จำกัด ผู้ให้บริการด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ ในเครือบริษัท จีเอเบิล จำกัด (มหาชน) กล่าวในงาน CyberGenics Summit 2024 ว่า ความท้าทายที่องค์กรต่าง ๆ ต้องเผชิญเกี่ยวกับการยกระดับความปลอดภัยทางไซเบอร์ในปี 2025 แบ่งได้เป็น 7 ประเด็น ดังนี้

  1. การขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะ : องค์กรหลายแห่งประสบปัญหาขาดแคลนบุคลากรที่มีความรู้และทักษะด้านไซเบอร์ จึงไม่สามารถจัดการกับภัยคุกคามได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้การฝึกอบรมและพัฒนาทักษะบุคลากรจึงเป็นเรื่องสำคัญ
  2. ระบบที่ล้าสมัย : การใช้ระบบเทคโนโลยีที่ไม่มีการอัพเดตจะทำให้เกิดช่องโหว่ในการรักษาความปลอดภัย จึงควรปรับปรุงระบบให้ทันสมัยเพื่อป้องกันการโจมตีอยู่เสมอ
  3. ความซับซ้อนของการโจมตี : ผู้โจมตีมีเทคนิคที่ซับซ้อนมากขึ้น เช่น การโจมตีแบบผสมผสานระหว่างออนไลน์และออฟไลน์ รวมถึงใช้ข้อมูลจากอุปกรณ์อัจฉริยะเพื่อปรับแต่งการโจมตี องค์กรจึงต้องสามารถวิเคราะห์สถานการณ์และตอบสนองต่อภัยคุกคามได้อย่างรวดเร็ว
  4. ความเสี่ยงจากห่วงโซ่อุปทาน :  การโจมตีผ่านห่วงโซ่อุปทานเป็นอีกหนึ่งความเสี่ยงที่องค์กรต้องเผชิญ โดยเฉพาะเมื่อมีการใช้บริการจากบุคคลที่สาม การตรวจสอบและควบคุมโดยผู้ให้บริการจึงเป็นสิ่งจำเป็น
  5. การตอบสนองที่ช้า :  ในกรณีที่เกิดการโจมตี องค์กรอาจไม่สามารถตอบสนองได้ทันที เนื่องจากขาดกระบวนการและระบบที่เหมาะสมในการจัดการกับเหตุการณ์ การเตรียมความพร้อมและวางแผนรับมือจึงมีความสำคัญ
  6. ความกังวลเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล : การเก็บข้อมูลส่วนบุคคลจำนวนมาก ทำให้องค์กรตกเป็นเป้าหมายของผู้โจมตี และความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัว องค์กรจึงต้องมีมาตรการในการปกป้องข้อมูลอย่างเข้มงวด
  7. การใช้ AI ในทางที่ผิด : อาชญากรไซเบอร์เริ่มใช้ AI และ Machine Learning เพื่อสร้างการโจมตีที่ซับซ้อนมากขึ้น ทำให้การป้องกันเป็นเรื่องท้าทาย องค์กรควรพัฒนาระบบรักษาความปลอดภัยที่สามารถปรับตัวตามสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว เพื่อพร้อมรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ ด้วยการลงทุนในเทคโนโลยีและพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างระบบรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่แข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพ

“ไซเบอร์จีนิคส์ได้วางโซลูชั่นที่ตอบโจทย์ความต้องการของภาคธุรกิจในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ได้ เช่น Zero-Trust Architecture (ZTA) และ Cybersecurity Mesh Architecture (CSMA) จากเทคโนโลยียุคใหม่เพื่อยกระดับการทำ SecOps สู่ Automation ด้วย AI ไม่ว่าจะเป็น Identity & Access Management (IAM) Extended Detection and Response (XDR) Security Service Edge (SSE) Cloud-Native Application Protection Platform (CNAPP) และ Web Application and API Protection (WAAP)”

นายอัตพล กล่าวด้วยว่า นอกจากการวางโซลูชั่นด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ ไซเบอร์จีนิคส์ยังเตรียมความพร้อมสำหรับยุคควอนตัม (Post–Quantum Readiness) พร้อมให้บริการ EIR (Emergency Incident Response) สำหรับ Cybersecurity Incident Response แห่งแรกในประเทศไทย

และการบริการ Managed Security Services (MSS) แบบครบวงจร ด้วย MXDR (Managed Extended Detection and Response) และ MSASE (Managed Secure Access Service Edge) มุ่งเจาะกลุ่มธุรกิจองค์กรที่เน้นการป้องกัน ดูแล เฝ้าระวัง วิเคราะห์และแจ้งเตือน ตรวจจับภัยคุกคามก่อนเกิดเหตุ โดยทีมผู้เชี่ยวชาญตลอด 24 ชั่วโมง

“ไซเบอร์จีนิคส์ เชื่อว่าการสร้างความปลอดภัยเชิงรุกผ่านเทคโนโลยี Zero Trust และ AI จะช่วยให้การตรวจจับและตอบสนองต่อภัยคุกคามเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ป้องกันไม่ให้ภัยคุกคามเล็ดลอดเข้ามาจากทั้งภายนอกและภายในองค์กร สอดคล้องกับข้อมูลของการ์ทเนอร์ (Gartner) ที่คาดการณ์ว่าภายในปี 2568 มากกว่า 60% ขององค์กรทั่วโลกจะนำแนวคิด Zero Trust มาใช้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ด้านความปลอดภัย”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Cybersecurity ขาดแคลนแรงงาน