Skip to content

บันทึก “ดิไอคอน”

26 ต.ค. 2567 | 12:41น.
บันทึก “ดิไอคอน”
คอลัมน์ : สามัญสำนึก
ผู้เขียน : สันติ จิรพรพนิต

ยังอยู่ในความสนใจของคนไทยจำนวนมาก กับการทลายบริษัท “ดิไอคอน”

“18 บอส” เข้าไปนอนในเรือนจำเป็นชุดแรก

จากท่าทีของตำรวจและข้อมูลต่าง ๆ ที่ออกมา น่าจะสาวถึงเหล่า “แม่ข่าย” เป็นลำดับถัดไป

ส่วนจะมีอีกมากน้อยขนาดไหน และขยายผลไปถึงชั้นไหนบ้าง ยังเป็นเรื่องที่ต้องติดตาม

โดยเฉพาะ “เทวดา” ที่คอยคุ้มครอง ปัดเป่าภยันตรายให้บริษัทนี้มายาวนาน

กล่าวหาไปถึงข้าราชการ และแวดวงการเมือง

จากข้อมูลพบว่า “ดิไอคอน” เคยถูกร้องเรียนมาก่อนหน้านี้หลายปีแล้ว

เพียงแต่เจรจาต้าอ่วยกัน ท้ายที่สุดเจ้าทุกข์ที่ได้รับเงินคืนก็ยุติเรื่องไป

“ดิไอคอน” จึงเฟื่องฟูขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมกับชักชวนคนเข้ามาร่วมอีกหลายแสนคน

กระทั่งพีระมิดถล่มลง

ในทางคดีนั้นยังไม่แน่ชัดว่าผลสรุปสุดท้ายจะออกมาอย่างไร

เพราะต้องใช้เวลาอีกหลายปี กว่าศาลจะมีคำตัดสินออกมา

แต่ที่น่าสนใจไม่พ้นการดำเนินคดีอย่างรวดเร็ว

เพราะหากดูไทม์ไลน์นับจากวันที่มีคนร้องทุกข์กล่าวโทษ จนถึงวันจับกุม “18 บอส” ผู้ต้องหาชุดแรก

ใช้เวลาไม่ถึง 2 สัปดาห์เท่านั้น

ส่วนหนึ่งมาจากเจ้าทุกข์ รวมถึงพยานหลักฐานที่มีจำนวนมาก โดยเฉพาะข้อมูลและคลิปบนโซเชียลของบอส ๆ ทั้งหลาย

อีกส่วนสำคัญไม่พ้นการออกมาเทกแอ็กชั่นของ “2 บิ๊ก”

ทั้ง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ “บิ๊กต่าย” พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.

การออกมาติดตามเรื่องนี้ของผู้นำสูงสุดฝ่ายบริหาร และนายใหญ่ทัพสีกากี

จึงส่งสัญญาณไปถึงทีมงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

ณ จุดจุดนี้ น.ส.แพทองธาร และ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ประกาศชัดใครมีเอี่ยวไม่ว่าจะข้าราชการ หรือนักการเมือง กวาดให้เรียบ

ประกาศส่วนประกาศ แต่จะทำได้มากน้อยขนาดไหน หลักฐานจะสาวไปถึงหรือไม่

เป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันต่อไป

แต่อย่างน้อยการแอ็กชั่นของบุคคลระดับผู้นำประเทศ และนายใหญ่วงการตำรวจ

ย่อมทำให้เจ้าทุกข์ และประชาชนที่ติดตามข่าวสารวางใจในระดับหนึ่ง

ที่สำคัญคดี “ดิไอคอน” ถือเป็นคดีทางการเงินครั้งใหญ่คดีแรกของทั้ง 2 ท่าน

ทั้งเป็นคดีที่เกิดในยุคโซเชียล หลักฐานและข้อมูลต่าง ๆ จะฝังอยู่ในระบบไปตลอด

และมั่นใจเถิดทุกครั้งที่เกิดคดีในทำนองนี้ขึ้นอีก ซึ่งจากประวัติศาสตร์เชื่อว่ามีแน่นอน เพียงแต่จะเร็วหรือช้าเท่านั้น

คดีนี้จะถูกอ้างอิงทุกคราไป

ไม่ต่างจากกรณี “แชร์แม่ชม้อย” คดีฉ้อโกงทางการเงินในลักษณะแชร์ลูกโซ่ ครั้งแรก ๆ ของไทย

แม้จะเกิดมาหลายสิบปี บุคคลที่มีบทบาทในคดีหลายคนเสียชีวิตไปแล้ว

แต่ทุกครั้งที่เกิดคดีทำนองเดียวกันมักจะถูกอ้างอิงถึง

ยิ่ง “ดิไอคอน” เป็นคดีที่มีดารา-พิธีกรดังระดับประเทศ ถูกกล่าวหาร่วมด้วย

ทั้งถึงขั้นฝากขังส่งตัวเข้าเรือนจำ

ในอนาคตทุกครั้งที่คดีนี้ขุดคุ้ยขึ้นมา ตัวละครที่เกี่ยวข้องจะถูกพูดถึง

โดยเฉพาะ “บอสพอล” กับดารา-พิธีกร อีก 3 คน

แน่นอนว่า น.ส.แพทองธาร และ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ถือเป็น 2 บุคคลสำคัญ ที่จะถูกอ้างอิงด้วยเช่นกัน

ส่วนจะถูกพูดถึงในแง่ใด ไม่เพียงอยู่ที่ผลสุดท้ายของคดีนี้เท่านั้น

แต่ยังอยู่ที่ท่าทีการแสดงออก รวมถึงการป้องกันมิให้เกิดข้อครหาระหว่างการสืบหาข้อเท็จจริง

ย้ำอีกครั้งคดีนี้จะบันทึกไว้ในประวัติชีวิตของ น.ส.แพทองธาร และ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ อีกนานแสนนาน

อยากให้รุ่นลูก รุ่นหลาน พูดถึงแบบไหน…ถามใจดู

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ดิไอคอนกรุ๊ป แชร์ลูกโซ่