คอลัมน์ : สามัญสำนึก ผู้เขียน : สันติ จิรพรพนิต
ยังอยู่ในความสนใจของคนไทยจำนวนมาก กับการทลายบริษัท “ดิไอคอน”
“18 บอส” เข้าไปนอนในเรือนจำเป็นชุดแรก
จากท่าทีของตำรวจและข้อมูลต่าง ๆ ที่ออกมา น่าจะสาวถึงเหล่า “แม่ข่าย” เป็นลำดับถัดไป
ส่วนจะมีอีกมากน้อยขนาดไหน และขยายผลไปถึงชั้นไหนบ้าง ยังเป็นเรื่องที่ต้องติดตาม
โดยเฉพาะ “เทวดา” ที่คอยคุ้มครอง ปัดเป่าภยันตรายให้บริษัทนี้มายาวนาน
กล่าวหาไปถึงข้าราชการ และแวดวงการเมือง
จากข้อมูลพบว่า “ดิไอคอน” เคยถูกร้องเรียนมาก่อนหน้านี้หลายปีแล้ว
เพียงแต่เจรจาต้าอ่วยกัน ท้ายที่สุดเจ้าทุกข์ที่ได้รับเงินคืนก็ยุติเรื่องไป
“ดิไอคอน” จึงเฟื่องฟูขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมกับชักชวนคนเข้ามาร่วมอีกหลายแสนคน
กระทั่งพีระมิดถล่มลง
ในทางคดีนั้นยังไม่แน่ชัดว่าผลสรุปสุดท้ายจะออกมาอย่างไร
เพราะต้องใช้เวลาอีกหลายปี กว่าศาลจะมีคำตัดสินออกมา
แต่ที่น่าสนใจไม่พ้นการดำเนินคดีอย่างรวดเร็ว
เพราะหากดูไทม์ไลน์นับจากวันที่มีคนร้องทุกข์กล่าวโทษ จนถึงวันจับกุม “18 บอส” ผู้ต้องหาชุดแรก
ใช้เวลาไม่ถึง 2 สัปดาห์เท่านั้น
ส่วนหนึ่งมาจากเจ้าทุกข์ รวมถึงพยานหลักฐานที่มีจำนวนมาก โดยเฉพาะข้อมูลและคลิปบนโซเชียลของบอส ๆ ทั้งหลาย
อีกส่วนสำคัญไม่พ้นการออกมาเทกแอ็กชั่นของ “2 บิ๊ก”
ทั้ง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ “บิ๊กต่าย” พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.
การออกมาติดตามเรื่องนี้ของผู้นำสูงสุดฝ่ายบริหาร และนายใหญ่ทัพสีกากี
จึงส่งสัญญาณไปถึงทีมงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
ณ จุดจุดนี้ น.ส.แพทองธาร และ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ประกาศชัดใครมีเอี่ยวไม่ว่าจะข้าราชการ หรือนักการเมือง กวาดให้เรียบ
ประกาศส่วนประกาศ แต่จะทำได้มากน้อยขนาดไหน หลักฐานจะสาวไปถึงหรือไม่
เป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันต่อไป
แต่อย่างน้อยการแอ็กชั่นของบุคคลระดับผู้นำประเทศ และนายใหญ่วงการตำรวจ
ย่อมทำให้เจ้าทุกข์ และประชาชนที่ติดตามข่าวสารวางใจในระดับหนึ่ง
ที่สำคัญคดี “ดิไอคอน” ถือเป็นคดีทางการเงินครั้งใหญ่คดีแรกของทั้ง 2 ท่าน
ทั้งเป็นคดีที่เกิดในยุคโซเชียล หลักฐานและข้อมูลต่าง ๆ จะฝังอยู่ในระบบไปตลอด
และมั่นใจเถิดทุกครั้งที่เกิดคดีในทำนองนี้ขึ้นอีก ซึ่งจากประวัติศาสตร์เชื่อว่ามีแน่นอน เพียงแต่จะเร็วหรือช้าเท่านั้น
คดีนี้จะถูกอ้างอิงทุกคราไป
ไม่ต่างจากกรณี “แชร์แม่ชม้อย” คดีฉ้อโกงทางการเงินในลักษณะแชร์ลูกโซ่ ครั้งแรก ๆ ของไทย
แม้จะเกิดมาหลายสิบปี บุคคลที่มีบทบาทในคดีหลายคนเสียชีวิตไปแล้ว
แต่ทุกครั้งที่เกิดคดีทำนองเดียวกันมักจะถูกอ้างอิงถึง
ยิ่ง “ดิไอคอน” เป็นคดีที่มีดารา-พิธีกรดังระดับประเทศ ถูกกล่าวหาร่วมด้วย
ทั้งถึงขั้นฝากขังส่งตัวเข้าเรือนจำ
ในอนาคตทุกครั้งที่คดีนี้ขุดคุ้ยขึ้นมา ตัวละครที่เกี่ยวข้องจะถูกพูดถึง
โดยเฉพาะ “บอสพอล” กับดารา-พิธีกร อีก 3 คน
แน่นอนว่า น.ส.แพทองธาร และ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ถือเป็น 2 บุคคลสำคัญ ที่จะถูกอ้างอิงด้วยเช่นกัน
ส่วนจะถูกพูดถึงในแง่ใด ไม่เพียงอยู่ที่ผลสุดท้ายของคดีนี้เท่านั้น
แต่ยังอยู่ที่ท่าทีการแสดงออก รวมถึงการป้องกันมิให้เกิดข้อครหาระหว่างการสืบหาข้อเท็จจริง
ย้ำอีกครั้งคดีนี้จะบันทึกไว้ในประวัติชีวิตของ น.ส.แพทองธาร และ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ อีกนานแสนนาน
อยากให้รุ่นลูก รุ่นหลาน พูดถึงแบบไหน…ถามใจดู