ทองคำร้อนแรง ควรจัดสรรลงทุนอย่างไร ถึงจะป้องกันความเสี่ยงของพอร์ต
ราคาทองขาขึ้นร้อนแรง บล.กสิกรไทย แนะจัดสรรสัดส่วนลงทุนทองคำในฐานะป้องกันความเสี่ยงของพอร์ต
วันที่ 26 ตุลาคม 2567 บริษัท หลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เผยแพร่บทความ “ทองคำในฐานะป้องกันความเสี่ยงของพอร์ต (Portfolio hedge)” โดยชี้ว่า ทองคำถูกมองว่าเป็นเครื่องป้องกันความเสี่ยงทางการเงินที่เชื่อถือได้มาเป็นเวลาหลายศตวรรษ ลักษณะเฉพาะของทองคำ ทำให้ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่น่าสนใจสำหรับการเพิ่มเข้าไปในพอร์ตการลงทุนเพื่อการกระจายความเสี่ยง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ภาวะเงินเฟ้อ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และสงคราม
ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างทองคำและสินทรัพย์อื่น ๆทฤษฎีการลงทุนแนะนำว่าทองคำมักแสดงความสัมพันธ์ที่ต่ำถึงติดลบกับสินทรัพย์อื่น ๆ โดยเฉพาะหุ้น ข้อมูลในอดีตชี้ให้เห็นว่าทองคำมีความสัมพันธ์ต่ำกับตลาดหุ้น ขณะที่หุ้นมักมีความสัมพันธ์สูงต่อกันในช่วงที่ตลาดมีความตึงเครียดหรือภาวะเศรษฐกิจถดถอย เช่น วิกฤตการเงินในปี 2008 หรือการแพร่ระบาดของ COVID-19 ทองคำมักทำผลงานได้ดีในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ในขณะที่ตลาดหุ้นปรับตัวลดลงอย่างหนัก
โดยผลตอบแทนต่อความเสี่ยงดีขึ้น การเพิ่มสัดส่วนทองคำเพื่อกระจายความเสี่ยงของพอร์ตลงทุนสามารถช่วยเพิ่มอัตราผลตอบแทนต่อความเสี่ยง (Risk-Adjusted returns) การวิจัยชี้ให้เห็นว่าพอร์ตลงทุนที่มีการจัดสรรทองคำที่ 5-10% จะช่วยให้บริหารความเสี่ยงได้ดีขึ้นและเพิ่ม Sharpe ratio ซึ่งเป็นเกณฑ์ในการวัดผลตอบแทนต่อความเสี่ยง
จากการวิเคราะห์ของเราโดยใช้ข้อมูลตั้งแต่ปี 2543 ถึงผลตอบแทนรายปีพบว่าการจัดสรรสินทรัพย์ที่ 60% ในMSCI All Country World Index (MSCI ACWI), 30% ใน Bloomberg Global Aggregate Bond Index (Global bond), 5% ในทองคำและ 5% ใน S&P Global REIT (REITs) ส่งผลให้อัตราส่วนผลตอบแทน/ความเสี่ยงอยู่ที่ 0.3715 ซึ่งดีกว่าที่ 0.2168 หากลงทุนใน MSCI ACWI เพียงอย่างเดียว
ซึ่งเส้นโค้งกลุ่มหลักทรัพย์ที่มีประสิทธิภาพ (Efficient frontier) ในทฤษฎี Modern portfolio แสดงถึงพอร์ตการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดสำหรับระดับความเสี่ยงที่กำหนด การปรับพอร์ตการลงทุนมีเป้าหมายเพื่อให้ได้ผลตอบแทนสูงด้วยความเสี่ยงที่ต่ำที่สุด
โดยมักใช้ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (standard deviation) เป็นตัววัด ทองคำมีความพิเศษตรงที่มีความสัมพันธ์ต่ำกับสินทรัพย์อื่น ๆ เช่น หุ้นและพันธบัตร จากการศึกษาของเรา ด้วยข้อจำกัดของข้อมูล พอร์ตการลงทุนที่มีการจัดสรรสินทรัพย์ให้ผลตอบแทน 4.84% ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 13.03% และอัตราส่วนผลตอบแทนต่อความเสี่ยง 0.3715
ทั้งนี้ บล.กสิกรไทย แนะนำให้จัดสรรสินทรัพย์ทางเลือกในพอร์ตลงทุนที่ 5%-10%, โดยทองคำที่ 2.5%-5% และที่เหลือไปยังกอง REIT ทั่วโลกจากแนวโน้มเชิงบวกของวัฎจักรการลดอัตราดอกเบี้ยทั่วโลก กลยุทธ์การจัดสรรนี้เหมาะสมกับพอร์ตลงทุนที่มีความเสี่ยงน้อย ปานกลางและสูง ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงของนักลงทุน
โดยใช้ทองคำเป็นการป้องกันความเสี่ยงในช่วงที่เศรษฐกิจไม่แน่นอนและตลาดหุ้นผันผวน นักลงทุนที่มีความเชี่ยวชาญสามารถใช้ฟังก์ชัน Solver ใน Excel เพื่อสร้างผลตอบแทนสูงสุดต่อความเสี่ยง (Return/SD) สำหรับการซื้อขายเก็งกำไร ให้พิจารณาใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิคเป็นแนวทางในการตัดสินใจลงทุน