กรุงศรีฯ คาดเงินบาทซื้อขาย 33.30-34.10 บาท เกาะติดเลือกตั้งสหรัฐ
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา คาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 33.30-34.10 บาท/ดอลลาร์ หลังเงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 6 สัปดาห์ เผยตลาดจับตาข้อมูลจ้างงาน-โค้งสุดท้ายเลือกตั้งสหรัฐ ด้านในประเทศนักลงทุนจะให้ความสนใจตัวเลขดุลบัญชีเดินสะพัดเดือน ก.ย.-กรอบเป้าหมายเงินเฟ้อปี’68
วันที่ 28 ตุลาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 33.30-34.10 บาทต่อดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดอ่อนค่าที่ 33.79 บาทต่อดอลลาร์ หลังซื้อขายในช่วง 33.10-33.83 บาทต่อดอลลาร์ ในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 6 สัปดาห์ ขณะที่เงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับทุกสกุลเงินสำคัญในสัปดาห์ที่ผ่านมา
โดยดัชนีดอลลาร์ปรับตัวขึ้นเป็นสัปดาห์ที่สี่ติดต่อกันจากการคาดการณ์ของตลาดที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะลดอัตราดอกเบี้ยในจังหวะที่ช้ากว่าธนาคารกลางสำคัญแห่งอื่น ๆ นอกจากนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ประเภทอายุ 10 ปี แตะจุดสูงสุดในรอบ 3 เดือน ท่ามกลางการปรับสถานะของนักลงทุนก่อนการเลือกตั้งผู้นำสหรัฐในวันที่ 5 พ.ย. โดยผู้ร่วมตลาดคาดว่ามีโอกาสมากขึ้นที่อดีตประธานาธิบดีทรัมป์จะคว้าชัยชนะ ทั้งนี้ นโยบายด้านภาษีเงินได้ ภาษีศุลกากร และการกีดกันคนเข้าเมืองผิดกฎหมายของทรัมป์มีแนวโน้มที่จะส่งผลให้เงินเฟ้อสูงขึ้นในระยะกลาง
ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นและพันธบัตรไทยสุทธิ 2,781 ล้านบาท และ 4,101 ล้านบาท ตามลำดับ
สำหรับภาพรวมในสัปดาห์นี้ กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ กรุงศรี มองว่าตลาดจะติดตามข้อมูลจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือน ต.ค.ของสหรัฐ และโค้งสุดท้ายสู่การเลือกตั้งสหรัฐ ซึ่งนักลงทุนมองว่ามีโอกาสสูงขึ้นที่พรรครีพับลิกันจะสามารถคุมทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา โดยกระแส Red Sweep ดังกล่าวจะทำให้ทรัมป์ผลักดันนโยบายการคลังได้ง่ายขึ้น
นอกจากนี้ คาดว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) จะคงดอกเบี้ยที่ 0.25% ในวันที่ 31 ต.ค. ส่วนการเคลื่อนไหวอ่อนค่าทางเดียวของเงินเยนได้เพิ่มความเสี่ยงของการแทรกแซงอีกครั้ง แต่เราประเมินว่าทางการญี่ปุ่นอาจรอหลังการเลือกตั้งสหรัฐ
อย่างไรก็ดี การอ่อนค่าของเงินเยนจากระดับปัจจุบันสนับสนุนมุมมองของเราที่ว่าบีโอเจจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค. แม้พรรคแกนนำและพรรคร่วมรัฐบาลของญี่ปุ่นจะได้คะแนนเสียงน้อยลงในการเลือกตั้งล่าสุด
สำหรับปัจจัยในประเทศ นักลงทุนจะให้ความสนใจกับตัวเลขดุลบัญชีเดินสะพัดเดือน ก.ย. ทางด้านผู้ว่าการธปท.จะหารือกับ รมว.คลังเพื่อตกลงเรื่องเป้าหมายเงินเฟ้อปี’68 โดย ธปท.ส่งสัญญาณว่าจะไม่เร่งลดดอกเบี้ยนโยบายลงอีก หลังจากได้ปรับลดในการประชุมรอบล่าสุด อีกทั้งระบุว่าการเติบโตของสินเชื่อที่ชะลอตัวเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ตัดสินใจลดดอกเบี้ยลงสู่ระดับ 2.25%