เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กทม. เปิด Traffy Fondue แจ้งสถานประกอบการไม่ปลอดภัย ผนึกตำรวจลุยตรวจ 1,000 ร้านทั่วกรุง
News กทม. เปิด Traffy Fondue แจ้งสถานประกอบการไม่ปลอดภัย ผนึกตำรวจลุยตรวจ 1,000 ร้านทั่วกรุง
อ้วยอันโอสถ จับมือ ZUS Coffee เปลี่ยนภาพจำยาดม สู่ไอเท็มคนรุ่นใหม่
Biz Movement อ้วยอันโอสถ จับมือ ZUS Coffee เปลี่ยนภาพจำยาดม สู่ไอเท็มคนรุ่นใหม่
บางจากส่งมอบ SAF ผลิตในไทยครั้งแรกให้การบินไทย เปิดเที่ยวกรุงเทพฯ–สิงคโปร์
Business บางจากส่งมอบ SAF ผลิตในไทยครั้งแรกให้การบินไทย เปิดเที่ยวกรุงเทพฯ–สิงคโปร์
มช. จับมือ อว.-MTEC เปิด 2 นวัตกรรมเด่น “ชุดตรวจไผ่โบรอน AI – เลี้ยงปลาระบบ RAS” หนุนเชิงพาณิชย์
SD มช. จับมือ อว.-MTEC เปิด 2 นวัตกรรมเด่น “ชุดตรวจไผ่โบรอน AI – เลี้ยงปลาระบบ RAS” หนุนเชิงพาณิชย์
กรุงไทย-แอกซ่า ปั้นแคมเปญรับสังคมสูงวัย สร้างการรับรู้ Age Inclusion
Biz Movement กรุงไทย-แอกซ่า ปั้นแคมเปญรับสังคมสูงวัย สร้างการรับรู้ Age Inclusion
TrueID เปิดตัว ‘ตาตั้ง’ มินิแอปละครแนวตั้ง ลูกค้าทรู-ดีแทคจ่ายแค่ 39 บาทต่อเดือน
Tech TrueID เปิดตัว ‘ตาตั้ง’ มินิแอปละครแนวตั้ง ลูกค้าทรู-ดีแทคจ่ายแค่ 39 บาทต่อเดือน
สหรัฐคว่ำ Data Center ระดับไฮเปอร์สเกล
World สหรัฐคว่ำ Data Center ระดับไฮเปอร์สเกล
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ชี้หุ้นไทยมีโอกาสไปต่อ ต้องสร้าง Action ดึงดูดฟันด์โฟลว์ต่างชาติต่อเนื่อง
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ ชี้หุ้นไทยมีโอกาสไปต่อ ต้องสร้าง Action ดึงดูดฟันด์โฟลว์ต่างชาติต่อเนื่อง
‘อนุทิน’ ยกคณะบินคุย ’ผู้นำจีน’ เปิดโต๊ะดีลตัวต่อตัว 6 บริษัทยักษ์ใหญ่แดนมังกร
Politics ‘อนุทิน’ ยกคณะบินคุย ’ผู้นำจีน’ เปิดโต๊ะดีลตัวต่อตัว 6 บริษัทยักษ์ใหญ่แดนมังกร
ลูกเจ้าสัวบูม 2 ฝั่งเจ้าพระยาปักหมุด MONA Bangkok พิพิธภัณฑ์ระดับโลก@เจริญนคร
Biz Movement ลูกเจ้าสัวบูม 2 ฝั่งเจ้าพระยาปักหมุด MONA Bangkok พิพิธภัณฑ์ระดับโลก@เจริญนคร
ดูทั้งหมด

“โตเกียวมารีนกรุ๊ป” กางแผน3ปี ขยายธุรกิจเอเชียดันกำไรโต 8% เล็งเจราจาดีล M&A บริษัทประกันวินาศภัย

01 มิ.ย. 2561 | 17:47น.

นายชินอิจิ ฮิโรเสะ กรรมการบริหารอาวุโส โตเกียวมารีนโฮลดิ้งส์ เปิดเผยว่า ปีนี้เป็นปีแรกที่บริษัทเริ่มใช้แผนการบริหารระยะกลางฉบับใหม่ครอบคลุมตั้งแต่ปี 2561-2563 เนื่องจากบริษัทตั้งเป้าหมายที่จะเป็นบริษัทที่เติบโตต่อเนื่อง โดยในปี 2560 ที่ผ่านมาบริษัทมีกำไรที่ปรับปรุงแล้วของกลุ่มอยู่ที่ 116,040 ล้านบาท มาจากธุรกิจประกันภัยในต่างประเทศจำนวน 43,230 ล้านบาท คิดเป็น 37% ของพอร์ตรวมทั้งกลุ่ม ส่งผลให้อัตราส่วนรายได้จาก 3 ธุรกิจหลัก ประกอบด้วย 1.ธุรกิจประกันวินาศภัยในประเทศญี่ปุ่น คิดเป็น 37% 2.ธุรกิจประกันชีวิตในประเทศญี่ปุ่น คิดเป็น 25% และ 3.ธุรกิจประกันภัยในต่างประเทศ คิดเป็น 37% ซึ่งใกล้เคียงกับความสมดุลของพอร์ตโฟลิโอของบริษัทที่ตั้งเป้าไว้

“ธุรกิจประกันในต่างประเทศถูกจัดอยู่ในธุรกิจที่มีบทบาทในการกระจายความเสี่ยง และยังเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนของผลกำไรของกลุ่ม เมื่อตลาดในประเทศญี่ปุ่นอยู่ในสภาวะอิ่มตัว บทบาทของธุรกิจประกันในต่างประเทศจะยิ่งมีความสำคัญมากกว่าที่เคย ทำให้การมีพอร์ตฟอริโอที่มีการกระจายความเสี่ยงที่ดี มีการเติบโตสูงทั้งด้านรายรับและผลกำไรจะสามารถให้ความอุ่นใจกับลูกค้าทั่วโลกได้ในทุกเวลา” นายฮิโรเสะกล่าว

ทั้งนี้ในส่วนของธุรกิจประกันภัยต่างประเทศ บริษัทตั้งเป้าหมายที่จะขยายผลกำไรให้กลุ่มบริษัทโดยมีกลยุทธ์ คือ 1.ส่งเสริมการเติบโตภายในอย่างยั่งยืนผ่านการแสวงหาความร่วมมือกลุ่มบริษัทในเอเชีย (Organic Growth) อาทิ สิงคโปร์ มาเลเซีย อินเดีย อินโดนีเซีย และไทย พร้อมกับการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาประยุกต์ใช้ 2.ส่งเสริมกลยุทธ์การควบรวมและการซื้อกิจการ (Mergers and Acquisitions) ซึ่งปัจจุบันบริษัทกำลังศึกษาและพิจารณาการทำ M&A โดยลิสต์ส่วนใหญ่อยู่ในธุรกิจประกันวินาศภัยเป็นหลัก ทั้งนี้การพิจารณาจะใช้หลักการชี้วัดจากภาระความรับผิดชอบหรือความเสี่ยง (Risk) ที่จะเข้าไปเทคโอเวอร์ และกำไรจากผลการดำเนินงานที่คาดหวังจะได้รับกลับมาเป็นอย่างไร เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับเงินลงทุนซื้อกิจการ และยังรวมไปถึงวิสัยทัศน์ของผู้บริหารบริษัทนั้นด้วย

“ก่อนหน้านี้บริษัทได้ทำ M&A เข้าซื้อกิจการ HCC Insurance Holdings, Inc. ซึ่งเป็นบริษัทสัญชาติอเมริกันที่มีมูลค่าสูงกว่า 9,000 ร้อยล้านเยน หรือประมาณ 270,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบค่อนข้างมหาศาลพอสมควร โดยปัจจุบันพอร์ตของ HCC คิดเป็น 1 ใน 4 ของพอร์ตโตเกียวมารีนกรุ๊ป ถือว่าเป็นดีลครั้งใหญ่ของบริษัท แต่สำหรับบริษัทในเอเชียไซต์อาจจะไม่ได้ใหญ่เทียบเท่า ซึ่งบริษัทไม่ได้กำหนดจำนวนเงินที่ชัดเจนว่าการทำ M&A มีมูลค่าเท่าไร หากโอกาสดีๆเข้ามาและ Value ที่ทำร่วมกันสามารถเติบโตไปด้วยกันได้ บริษัทก็มีงบประมาณที่จะใช้ดำเนินการได้ทันที” นายฮิโรเสะกล่าว

นายฮิโรเสะ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ในช่วง 6-7 ปีก่อนช่วงที่ธุรกิจของอเมริกาและยุโรปเติบโตไม่ดีนัก เวลาทำ M&A ก็จะได้บริษัทมาในราคาสมเหตุสมผล ในจังหวะเดียวกันเมื่อ 5-6 ปีที่แล้วในเอเชียราคาค่อนข้างแพงจึงไม่ได้สนใจทำ M&A ในเอเชียเลย แต่ปัจจุบันนี้อาจจะต้องดูจังหวะเล็กน้อยเพราะว่าสภาพเศรษฐกิจยังค่อนข้าง Sensitive เม็ดเงินฟันด์โฟลว์ไหลออกจากตลาดเอเชียค่อนข้างมาก จึงอาจจะต้องพิจารณาราคาที่จะทำ M&A ว่ามีโอกาสมากขึ้นขนาดไหน

อย่างไรก็ตาม บริษัทต้องการเพิ่มสัดส่วนกำไรของธุรกิจประกันในเอเชียให้สูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด ซึ่งปัจจุบันกำไรธุรกิจในเอเชียคิดเป็น 5-6% ของกำไรทั้งกลุ่ม ซึ่งคาดหวังอย่างมากต่อผลงานของ บมจ.โตเกียวมารีนประกันชีวิต (ประเทศไทย) ที่เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มเอเชีย โดยแผนการบริหารระยะกลางฉบับใหม่นี้จะให้ความสำคัญกับการเติบโตของธุรกิจประกันในเอเชียอย่างมาก ซึ่งอาจจะเติบโตเพิ่มขึ้นอีกราว 2% หรือแตะระดับ 8% อาจจะเบียดเติบโตในระดับแตะ 10% ค่อนข้างยาก เนื่องจากธุรกิจในอเมริกาเฉพาะบริษัท HCC สัดส่วนกำไรคิดเป็น 25% และบริษัทฟิลาเดลเฟีย คอนโซลิเดท และบริษัทฟินในสหรัฐฯ ทั้งสองแห่งรวมกันกำไรเกือบ 30%

นายฮิโรเสะ กล่าวว่า ส่วนธุรกิจประกันชีวิตในประเทศไทย คาดหวังว่าภายใน 3 ปี ตามแผนระยะกลางจะส่งผลให้เบี้ยประกันชีวิตรับรวมเติบโตเฉลี่ย 10% หรือคิดเป็นเบี้ยรับรวมแตะ 8,000 กว่าล้านบาท โดยช่องทางตัวแทนของไทยถือว่ามีคุณภาพสูงภายใต้การบริหารงานของ “นายสมโพชน์ เกียรติไกรวัล” รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ซึ่งบริษัทมีความคาดหวังอย่างสูงกับช่องทางตัวแทนของไทย เนื่องจากการเติบโตของช่องทางตัวแทนถือว่ามีความโดดเด่น อัตราการเติบโตเฉลี่ย 3 ปี ของเบี้ยประกันภัยรับปีแรก (FYP) เท่ากับ 13% ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดที่ 2% เป็นอย่างมาก แม้จะอยู่ท่ามกลางสภาวะที่ขายประกันอย่างยากลำบาก เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำตลอด 3 ปีที่ผ่านมา แต่ช่องทางตัวแทนที่มีคุณภาพสูงก็ยังสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

“ผมมีความไว้วางใจกับช่องทางตัวแทนของไทยเป็นอย่างมาก และเชื่อว่าจะสามารถเติบโตไปพร้อมกับคุณภาพสูงได้ในอนาคต” นายฮิโรเสะกล่าว

นายสมโพชน์ เกียรติไกรวัล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.โตเกียวมารีนประกันชีวิต (ประเทศไทย) กล่าวว่า ในปีนี้บริษัทตั้งเป้าเบี้ยประกันชีวิตรับรวมอยู่ที่ 6,924 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน มาจากเบี้ยประกันรับปีแรกจำนวน 1,816 ล้านบาท โดยช่องทางตัวแทนยังคงเป็นช่องทางหลัก คาดว่าปีนี้จะขยายตัวด้วยเบี้ยรับรวมประมาณ 5,064 ล้านบาท เติบโต 15% และมีจำนวนตัวแทนใหม่เพิ่มขึ้นให้ได้ 4,500 คน เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของช่องทางตัวแทนในอนาคตต่อไป

“ทั้งนี้ช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.-เม.ย.61) ช่องทางตัวแทนของบริษัทมีเบี้ยรับรวมแล้วจำนวน 1,082 ล้านบาท มาจากการที่บริษัทมุ่งเน้นขายโปรดักต์วางแผนเกษียณอายุ (Pension) และขยายเจาะกลุ่มคนทำงานเพิ่มมากขึ้น โดยเลือกชำระเบี้ยแบบรายเดือน ซึ่งทำให้สัดส่วนลูกค้าจ่ายเบี้ยแบบรายเดือนขยับขึ้นมาเป็น 15% แล้ว ในขณะที่การชำระเบี้ยแบบรายปีจากเดิมอยู่ที่ 95%” นายสมโพชน์กล่าว

นายสมโพชน์ กล่าวว่า ในช่วงเดือน ก.ค.61 นี้ บริษัทเตรียมออกโปรดักต์เกษียณอายุแบบใหม่ รวมถึงแบบประกันสุขภาพ ซึ่งสามารถที่จะออกมาแข่งขันกับคู่แข่งได้อย่างแน่นอน เนื่องจากประกันสุขภาพจะเป็นแบบประกันที่จะเข้าไปตอบโจทย์ในส่วนที่ลูกค้าขาดหรือซื้อเพิ่มเป็นรายชิ้น เช่น ซื้อประกันสุขภาพในส่วนค่าห้องเพิ่มเติม ซึ่งปัจจุบันสัดส่วนสัญญาเพิ่มเติมคิดเป็น 20% ของพอร์ตรวม

“แนวโน้มธุรกิจประกันชีวิตในปีนี้มีโอกาสเติบโตดีต่อเนื่อง จากการที่ประชาชนให้ความสำคัญกับการออมเพื่อรับมือกับชีวิตวัยเกษียณและตระหนักถึงค่ารักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น บริษัทจึงให้ความสำคัญในเรื่องนี้ตั้งแต่เริ่มต้น” นายสมโพชน์กล่าว