TrueID เปิดตัว ‘ตาตั้ง’ มินิแอปละครแนวตั้ง ลูกค้าทรู-ดีแทคจ่ายแค่ 39 บาทต่อเดือน
TrueID ทรานส์ฟอร์มครั้งใหญ่ พลิกบทบาทสู่ศูนย์กลางระบบนิเวศดิจิทัล ขับเคลื่อนผ่าน 3 แกนหลัก “CONTENT-COMMUNITY-COMMERCE” ประเดิมเปิดตัว “ตาตั้ง by TrueID” มินิแอปซีรีส์แนวตั้ง รับเทรนด์ Microdrama โตแรง ลูกค้าทรู-ดีแทคจ่ายแค่ 39 บาทต่อเดือน
นายวินท์รดิศ กลศาสตร์เสนี กรรมการผู้จัดการ ทรู ไอดี (TrueID) กล่าวว่า ปัจจุบันพฤติกรรมของผู้บริโภควันนี้ เชื่อมโยงระหว่างคอนเทนต์ การชำระเงิน สิทธิประโยชน์ และกิจกรรมในชีวิตประจำวัน ทรูไอดีจึงยกระดับจากแพลตฟอร์มรับชมคอนเทนต์ สู่ศูนย์กลางระบบนิเวศดิจิทัล (Digital Ecosystem Hub) ภายใต้แนวคิด “CO CREATE THE SERIES” ที่ขับเคลื่อนผ่าน 3 พลังสำคัญ ได้แก่
1.CONTENT การสร้างสรรค์และนำเสนอเรื่องราวคุณภาพที่ตอบรับความสนใจของผู้ชม
2.COMMUNITY การเชื่อมผู้ชม ครีเอเตอร์ เจ้าของคอนเทนต์ และพันธมิตรให้เข้ามามีส่วนร่วมกับเรื่องราวและเติบโตไปด้วยกัน
3.COMMERCE การต่อยอดคอนเทนต์และการมีส่วนร่วมไปสู่สินค้า บริการ สิทธิประโยชน์ และโอกาสทางธุรกิจ เพื่อให้ความบันเทิงไม่สิ้นสุดเมื่อการรับชมจบลง แต่สามารถสร้างความสัมพันธ์ คุณค่า และโอกาสใหม่ให้กับทุกฝ่ายในระบบนิเวศ
“หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนครั้งนี้ คือกลยุทธ์ Mini App ที่จะช่วยนำคอนเทนต์ บริการ และสิทธิประโยชน์เข้าไปอยู่ในแพลตฟอร์มที่ผู้บริโภคใช้งานอยู่แล้ว ทั้งในระบบนิเวศทรู เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) หรือพันธมิตรในอนาคต ทำให้ผู้ชมเข้าถึงบริการได้สะดวกยิ่งขึ้น รวมถึงยังช่วยสร้างโอกาสใหม่ให้ให้ครีเอเตอร์ เจ้าของคอนเทนต์ แบรนด์ และพันธมิตรเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้กว้างและหลากหลายยิ่งขึ้น”
นายวินท์รดิศกล่าวต่อว่า ในแกนของ CONTENT ได้เริ่ม “บทใหม่” ผ่านการเปิดตัว “ตาตั้ง by TrueID” มินิแอปซีรีส์แนวตั้งในรูปแบบ Mobile-First ที่พัฒนาขึ้นเพื่อพฤติกรรมการรับชมผ่านสมาร์ตโฟนโดยเฉพาะ พร้อมประกาศความร่วมมือกับ “DramaBox” แพลตฟอร์มซีรีส์แนวตั้งชั้นนำระดับโลก
ทั้งนี้ ตาตั้ง by TrueID นับเป็นแพลตฟอร์มรายแรกของไทย ที่จับมือนำคลังคอนเทนต์ซีรีส์แนวตั้งระดับสากลมาสู่ผู้ชมชาวไทย พร้อมพัฒนาเวอร์ชั่นแปล และพากย์ไทย ให้เข้าถึงอารมณ์ของเรื่องราวได้อย่างเต็มที่ รวมถึงโชว์ศักยภาพเครือข่ายของระบบนิเวศทรูและเครือ ซี.พี. โดยจะเพิ่มการเข้าถึงคอนเทนต์ได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น ผ่านเว็บไซต์ tatang.trueid.net แอป TrueID, TrueMoney และ True App และเตรียมขยายสู่แพลตฟอร์มพันธมิตรอื่น ๆ ในอนาคต
“เราต้องการใช้ศักยภาพของระบบนิเวศสนับสนุนให้เรื่องราวและความสามารถของคนไทยเติบโตจากตลาดในประเทศสู่ระดับภูมิภาคและเวทีโลกในอนาคต”

ด้านนางสาวพรรษกร เลาห์เรณู หัวหน้าสายงานพัฒนาธุรกิจคอนเทนต์และมีเดีย เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า ซีรีส์แนวตั้งกำลังเป็นรูปแบบความบันเทิงที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตของผู้ชมยุคดิจิทัล สะท้อนผ่านข้อมูลจาก Omdia ที่คาดการณ์ว่าตลาด Microdrama ทั่วโลกจะมีมูลค่าแตะ 14,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในสิ้นปี 2026
ขณะที่ประเทศไทยติด Top 3 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และ Top 10 ของโลกด้านการดาวน์โหลดแอปซีรีส์แนวตั้ง แสดงให้เห็นว่าผู้ชมไทยพร้อมเปิดรับความบันเทิงรูปแบบใหม่ การเติบโตนี้ไม่ใช่เพียงการรับชมวิดีโอที่สั้นลง แต่คือพฤติกรรมการรับชมที่เปลี่ยนไป ผู้ชมต้องการคอนเทนต์ที่เข้าถึงได้ทันที เหมาะกับช่วงเวลาว่าง และยังสามารถสร้างอารมณ์ร่วมกับเรื่องราวได้ในเวลาจำกัด
“ตาตั้ง by TrueID จึงพัฒนาขึ้นจากความเข้าใจพฤติกรรมและความสนใจของผู้ชมชาวไทย โดยรวบรวมซีรีส์แนวตั้งกว่า 40,000 ตอนจากทั่วโลกมาไว้บนแพลตฟอร์มที่ใช้งานง่าย พร้อมเสียงพากย์ภาษาไทย เพื่อให้ผู้ชมสามารถเข้าถึงความบันเทิงคุณภาพได้อย่างสะดวกและใกล้ชิดยิ่งขึ้น”
นางสาวพรรษกรกล่าวถึงความร่วมมือกับ DramaBox ว่า DramaBox เป็นผู้นำด้านแพลตฟอร์มซีรีส์แนวตั้งอันดับ 1 ที่มียอดผู้ใช้งานสูงที่สุดในโลก ในฐานะพันธมิตรคอนเทนต์เชิงกลยุทธ์ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการนำคอนเทนต์ระดับสากลมาให้รับชม แต่ยังมุ่งต่อยอดสู่การพัฒนา Thai Original การนำเรื่องราวที่ประสบความสำเร็จในระดับโลกมาสร้างสรรค์ใหม่ให้เข้ากับบริบทและวัฒนธรรมไทย รวมถึงโอกาสด้าน Co-Production ที่จะเปิดพื้นที่ให้นักเขียน ผู้กำกับ นักแสดง สตูดิโอ และครีเอเตอร์ไทยได้เข้ามามีส่วนร่วมอย่างเป็นรูปธรรม
“ศักยภาพของระบบนิเวศทรูและเครือ ซี.พี. นอกจากจะทำให้ความบันเทิงเข้าถึงง่าย ยังคุ้มค่า และเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้ชมอย่างเป็นธรรมชาติ ภายใต้แนวคิด Watch-Act-Repeat สร้างพื้นที่ที่ผู้ชมได้รับความสุข ครีเอเตอร์ไทยได้เติบโต และพันธมิตรทุกฝ่ายสามารถร่วมกันสร้างคุณค่าใหม่ให้แก่อุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทย”
สำหรับค่าบริการในการรับชมคอนเทนต์บน “ตาตั้ง by TrueID” เฉพาะลูกค้าทรู-ดีแทคอยู่ที่ 39 บาทต่อเดือน หรือใช้ 9 True Point/29 dtac coins แลกสิทธิรับชมฟรี 7 วัน (จำกัด 20,000 คนแรก) ส่วนรายสัปดาห์จะอยู่ที่ 69 บาท และรายเดือน 159 บาท