เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
Business ‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
SD ‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
Real Estate ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
Politics มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
เศรษฐกิจภูมิภาค เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
Business ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
News แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
Politics อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
Politics ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
News ‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
ดูทั้งหมด

ดอลลาร์แข็งค่า หลังตลาดคาดทรัมป์ชนะเลือกตั้ง

01 พ.ย. 2567 | 18:16น.

ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่า หลังตลาดคาดทรัมป์ชนะเลือกตั้ง

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวของตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันที่ 28 ตุลาคม-1 พฤศจิกายน 2567 ค่าเงินบาทเปิดตลาดวันจันทร์ (28/10) ที่ระดับ 33.77/78 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (25/10) ที่ระดับ 33.78/79 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยในช่วงต้นสัปดาห์ดอลลาร์สหรัฐปรับตัวแข็งค่าเทียบเงินสกุลหลัก โดยได้รับปัจจัยหนุนจากคาดการณ์ที่ว่านายทรัมป์จะชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ

นักวิเคราะห์ระบุว่า ชัยชนะของนายทรัมป์จะเป็นปัจจัยบวกต่อค่าเงินดอลลาร์ เนื่องจากแผนการปรับลดอัตราภาษี, การผ่อนคลายกฎระเบียบในภาคการเงิน รวมทั้งการตั้งกำแพงภาษีต่อการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากจีน นอกจากนี้มีการคาดการณ์ว่า มาตรการต่าง ๆ ของนายทรัมป์จะเป็นปัจจัยกระตุ้นเงินเฟ้อ ซึ่งจะส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ชะลอการปรับลดอัตราดอกเบี้ย และจะหนุนให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้น

นอกจากนี้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐยังได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของเงินเยนที่ถูกกดดันจากความไม่แน่นอนทางการเมืองในญี่ปุ่น หลังจากที่พรรครัฐบาลญี่ปุ่นสูญเสียเสียงข้างมากในการเลือกตั้งทั่วไป ก่อนที่ดอลลาร์จะลดแรงบวกลงมาในระดับใกล้เคียงเดิม หลังราคทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ในประวัติการณ์ ทำให้ดอลลาร์ถูกลดความน่าสนใจลง

อย่างไรก็ตาม ในคืนวันพุธ (30/10) ดอลลาร์สหรัฐได้รับแรงหนุนหลังบริษัท ADP รายงานว่า การจ้างงานภาคเอกชนของสหรัฐพุ่งขึ้น 233,000 ตำแหน่งในเดือน ม.ค. หลังจากปรับขึ้น 159,000 ตำแหน่งในเดือน ก.ย. โดยตัวเลขของเดือน ต.ค.อยู่สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ในโพลล์รอยเตอร์ที่ 114,000 ตำแหน่ง

พร้อมทั้งเปิดเผยว่า ตัวเลขค่าจ้างเพิ่มขึ้น 4.6% ในเดือน ต.ค. เมื่อเทียบรายปี หลังจากเพิ่มขึ้น 4.7% ในเดือน ก.ย. อย่างไรก็ตาม ดอลลาร์สหรัฐได้รับแรงกดดันหลังสำนักงานวิเคราะห์เศรษฐกิจ (BEA) ในกระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของสหรัฐปรับขึ้น 2.8% ในไตรมาสสามเมื่อเทียบเป็นตัวเลขเต็มปี (Annualized) ซึ่งต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ในโพลล์รอยเตอร์ที่ระดับ 3.0% และชะลอตัวลงจากอัตราการเติบโตที่ 3.0% ในไตรมาสสอง

นอกจากนี้ค่าเงินดอลลาร์ยังได้รับแรงกดดันเพิ่มเติมหลังจากในวันพฤหัสบดี (31/10) กระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานในวันพฤหัสบดีว่า ปริมาณการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคสหรัฐ ซึ่งครองสัดส่วนสูงกว่า 2 ใน 3 ของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในสหรัฐ ปรับขึ้น 0.5% ในเดือน ก.ย. หลังจากปรับขึ้น 0.3% ในเดือน ส.ค. และอยู่สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ที่ +0.4% สำหรับเดือน ก.ย.

ส่วนดัชนีราคาค่าใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ซึ่งถือเป็นมาตรวัดอัตราเงินเฟ้อที่เฟดนิยมใช้ ปรับขึ้น 0.2% ในเดือน ก.ย.เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากปรับขึ้น 0.1% ในเดือน ส.ค. ทั้งนี้ การอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐยังมีอยู่จำกัด หลังได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ อาจจะชนะการเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ ในวันที่ 5 พ.ย.นี้

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์ (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ รายงานภาวะการค้าระหว่างประเทศของไทย ในช่วง 9 เดือนแรกปีนี้ (ม.ค.-ก.ย.) มีมูลค่ารวม 223,176 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 3.9% ส่วนการนำเข้า มีมูลค่ารวม 229,132 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 5.5% โดยภาพรวมไทยยังคงขาดดุลการค้าที่ 5,956 ล้านดอลลาร์ ผู้อำนวยการ สนค.มั่นใจว่า การส่งออกของไทยในปีนี้ มีโอกาสจะโตเกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 2%

ขณะที่มูลค่าการส่งออกทั้งปีก็มีแนวโน้มจะทำ New High แตะที่ 290,000 ล้านดอลลาร์ จากในปี 65 ที่เคยทำ New High ไว้แล้วที่ 287,000 ล้านดอลลาร์ จากการขยายตัวได้อย่างต่อเนื่องในทุกกลุ่มสินค้า นอกจากนี้ นายพิชัย ชุณหวชิร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เข้าหารือกับ นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ในประเด็นเป้าหมายนโยบายการเงิน ปี 2568 (กรอบเงินเฟ้อ)

โดยหลังการพูดคุย นายพิชัยกล่าวกับสื่อว่า “คลังไม่ติดหากกรอบเงินเฟ้อจะอยู่ที่ 1-3% แต่ให้มีมาตรการอื่น ๆ เพื่อสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจ และมีผลทำให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นไปได้ มาอยู่ในจุดที่เหมาะสม ใกล้เคียงกับกรอบคาดการณ์ เช่น 2% ปัจจัยที่จะให้เกิดการลงทุนเพิ่ม เรื่องแรกคืออัตราดอกเบี้ย ที่ต้องมาดู

ขณะที่นายปิติ ดิษยทัต รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า เรื่องค่าเงินไม่ได้เป็นเป้าหมายขั้นสูงสุด แต่เป็นเพียงตัวแปรหรือองค์ประกอบที่สำคัญตัวหนึ่งของภาวะการเงิน ที่จะนำไปสู่เป้าหมายสูงสุดในเรื่องการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในกรอบเป้าหมาย

ซึ่ง ธปท.ดูแล Monitor เรื่องค่าเงินอยู่แล้ว โดยเฉพาะเรื่องความผันผวนที่หากเกินเลยไปจากปัจจัยพื้นฐาน ทั้งนี้ค่าเงินบาทมีการเคลื่อนไหวระหว่างสัปดาห์อยู่ในกรอบระหว่าง 33.59-33.91 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (1/11) ที่ระดับ 33.88/89 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดวันจันทร์ (28/10) ที่ระดับ 1.0795/96 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโ อ่อนค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (25/10) ที่ระดับ 1.0826/27 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร จากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจของเยอรมนีจะไม่มีการเติบโตในปีนี้ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจของยูโรโซน โดยรวมส่งผลให้นักลงทุนคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะปรับอัตราดอกเบี้ยลงประมาณ 1.30% ภายในสิ้นปี 2568

ขณะที่คริสติน ลาการ์ด ประธาน ECB กล่าวว่า อัตราเงินเฟ้อในสหภาพยุโรปอาจลดลงสู่ 2% เร็วกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้ โดยในวันพุธ (30/10) สำนักงานสถิติแห่งชาติฝรั่งเศส (INSEE) เปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 3/2567 ขยายตัว 0.4% จากไตรมาสก่อนหน้าที่ขยายตัว 0.2%

โดยได้รับแรงหนุนจากการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่ปารีส เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลเข้ามาชมกีฬาโอลิมปิกช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายของผู้บริโภค ซึ่งเพิ่มขึ้น 0.5% ในไตรมาส 3/2567 หลังจากทรงตัวในไตรมาส 2/2567 ทั้งนี้ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0768-1.0888 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (1/11) ที่ระดับ 1.0863/64 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน เปิดตลาดวันจันทร์ (28/10) ที่ระดับ 153.52/53 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (25/9) ที่ระดับ 151.98/99 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) พร้อมด้วยพรรคร่วมรัฐบาลญี่ปุ่นสูญเสียเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรจากการเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา นับเป็นความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ของนายกรัฐมนตรีชิเงรุ อิชิบะ ซึ่งตอนนี้ต้องหาเสียงสนับสนุนจากพรรคอื่นนอกเหนือจากพรรคร่วมรัฐบาลเดิม เพื่อให้สามารถบริหารประเทศได้อย่างมั่นคง ฝ่ายรัฐบาลได้ที่นั่งในสภาเพียง 215 จากทั้งหมด 465 ที่นั่ง ลดลงอย่างมากจากเดิมที่เคยมี 288 ที่นั่ง ทำให้ไม่สามารถรักษาเสียงข้างมากในสภาไว้ได้ตามเป้าหมาย

ผลการเลือกตั้งที่ย่ำแย่นี้สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนไม่ไว้วางใจพรรค LDP มากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากคดีอื้อฉาวเรื่องเงินทุนสำหรับให้สินบน (Slush fund) ถือเป็นสัญญาณการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของฐานเสียงที่เคยช่วยให้พรรคกลับมามีอำนาจในปี 2555 หลังจากที่ต้องเป็นฝ่ายค้านมาระยะหนึ่ง นอกจากนี้ในวันพฤหัสบดี (31/10) ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ได้ตัดสินใจที่จะคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นไว้ที่ 0.25% ท่ามกลางความไม่สงบทางการเมืองและความผันผวนของตลาด

โดยธนาคารกลางได้ส่งสัญญาณถึงจุดยืนที่จะระมัดระวังต่อการเปลี่ยนแปลงในโครงการกระตุ้นทางการเงิน เนื่องจากการสูญเสียเสียงข้างมากในรัฐสภา หลังการเลือกตั้งได้จุดประกายความกังวลเกี่ยวกับความขัดแย้งทางนโยบายที่อาจเกิดขึ้น

ซึ่งทำให้โอกาสในการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอนาคตซับซ้อนขึ้น โดยนักวิเคราะห์แนะนำว่า BOJ มีแนวโน้มที่จะหลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหวเชิงรุกในการเพิ่มเงินกู้ยืมของญี่ปุ่น เนื่องจากไม่มีแรงกดดันด้านเงินเฟ้ออย่างมีนัยสำคัญและการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ละเอียดอ่อนของญี่ปุ่น โดยการคงอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ และ BOJ ได้คงคาดการณ์ว่า อัตราเงินเฟ้อจะทรงตัวใกล้เป้าหมาย 2% ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณความพร้อมที่จะถอนมาตรการกระตุ้นทางการเงินขนาดใหญ่ต่อไป

อย่างไรก็ตาม ค่าเงินเยนได้กลับมาแข็งค่าในระหว่างวันหลังนาย คาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ได้จัดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมนโยบายการเงินในวันนี้ (31/10) และส่งสัญญาณถึงความจำเป็นในการประเมินพัฒนาการทางเศรษฐกิจทั่วโลกอย่างรอบคอบ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า BOJ มุ่งเน้นไปที่การจับตาความเสี่ยงที่จะมีต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศ ก่อนที่จะตัดสินใจดำเนินนโยบายคุมเข้มด้านการเงินครั้งต่อไป พร้อมส่งสัญญาณว่า BOJ จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก หากเศรษฐกิจและเงินเฟ้อเคลื่อนไหวในทิศทางที่สอดคล้องกับการคาดการณ์

ทั้งนี้ค่าเงินเยนมีการเคลื่อนไหวระหว่างสัปดาห์อยู่ในกรอบ 51.77-153.86 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (1/11) ที่ระดับ 152.65/67 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ