Prachachat BITE SIZE โดย พฤฒินันท์ สุดประเสริฐ
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) เป็นหนึ่งในประเด็นสิ่งแวดล้อมที่พูดคุยกันมายาวนานหลายปี เพราะเรื่องนี้สร้างผลกระทบต่อหลาย ๆ ด้าน ตั้งแต่การเกษตร สิ่งแวดล้อม สภาพอากาศ จนถึงการใช้ชีวิตของผู้คน และส่งผลต่อเนื่องถึงเศรษฐกิจ ทั้งในต่างประเทศ และในไทย อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
แล้ว Climate Change สร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างไร
Prachachat BITE SIZE ชวนหาคำตอบพร้อมกัน
โลกเดือด-โลกรวน ทำเมืองไทยร้อนขึ้น-ร้อนนาน
สถาบันวิจัยเศรษฐกิจ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ เผยแพร่บทความ เรื่อง การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กับ เศรษฐกิจ (Climate Change and the Economy) ตอนที่ 1 สถานการณ์และผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เมื่อพฤษภาคม 2567
บทความดังกล่าวระบุว่า สภาพภูมิอากาศของโลกตั้งแต่ในอดีตมีความแปรปรวนอยู่แล้ว แต่กิจกรรมของมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้พลังงานเชื้อเพลิงฟอสซิลที่มากขึ้นและการเพิ่มขึ้นของประชากรที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมและรองรับการขยายตัวของเมือง เป็นสาเหตุสำคัญของการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิพื้นผิวโลกในช่วงหลังยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมเป็นต้นมา
นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลกยังเห็นได้จากปรากฏการณ์เช่น ธารน้ำแข็งที่ลดลง ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น ตลอดจนการเกิดสภาพอากาศสุดขั้วที่รุนแรงและถี่ขึ้น
สำหรับสภาพภูมิอากาศของไทยในอดีตจนถึงปัจจุบัน พบว่า มีสภาพอากาศที่ร้อนขึ้นและร้อนยาวนานขึ้น อีกทั้งสภาพอากาศสุดขั้วของไทยมีความรุนแรงขึ้นและเกิดบ่อยครั้งขึ้น
ข้อมูลจากหลายแบบจำลองภูมิอากาศพบว่า อุณหภูมิเฉลี่ยของไทยในอนาคตมีแนวโน้มสูงขึ้นในทุกภาพจำลอง โดยมีแนวโน้มที่จะเผชิญอากาศร้อนมากขึ้นและมีช่วงเวลาที่อากาศร้อนยาวนานขึ้น อีกทั้งยังคาดการณ์ว่าไทยจะเผชิญกับทั้งปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมฉับพลันจากเหตุการณ์ฝนตกหนักมากยิ่งขึ้น
มีข้อมูลน่าสนใจ พบว่า อุณหภูมิของประเทศไทย โดยเฉลี่ยตลอด 70 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2494 จนถึงปี 2564 เพิ่มขึ้นประมาณ 1 องศาเซลเซียส และค่าเฉลี่ยของอุณหภูมิ ทั้งสูงสุดและต่ำสุด มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน โดยการเพิ่มขึ้นของค่าเฉลี่ยของอุณหภูมิสูงสุดและค่าเฉลี่ยของอุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ประมาณ 1 องศาเซลเซียส ซึ่งภาคตะวันออกและภาคกลางเผชิญการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยมากกว่าภาคอื่น ๆ
และในช่วง 40 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยเผชิญกับอากาศที่ร้อนขึ้น อุณหภูมิสูงขึ้น ดังนี้
- คืน/วันที่อากาศหนาว ลดลงอย่างชัดเจน : คืนที่อากาศหนาวลดลง 12 วัน และวันที่อากาศหนาวลดลง 8 วัน
- คืน/วันที่อากาศอบอุ่น เพิ่มขึ้น : คืนที่อากาศอบอุ่นเพิ่มขึ้น 14.4 วัน และวันที่อากาศอบอุ่นเพิ่มขึ้น 13.6 วัน
- ระยะเวลาที่อากาศหนาว ลดลง 6.8 วัน
- ระยะเวลาที่อากาศอบอุ่น เพิ่มขึ้น 19.6 วัน
- จำนวนวันที่อุณหภูมิสูงเกิน 35ºC เพิ่มขึ้น 21.6 วัน
- คืนที่อุณหภูมิสูงกว่า 25ºC เพิ่มขึ้น 45.6 วัน
สถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ วิเคราะห์ผลกระทบต่อเศรษฐกิจว่า Climate Change ส่งผลกระทบต่อสินทรัพย์และรายได้ ตลอดจนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของทั้งธุรกิจ ครัวเรือน สถาบันการเงิน และภาครัฐ ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานที่ทำให้ระบบเศรษฐกิจมหภาคเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย ทั้ง GDP เงินเฟ้อ และความเหลื่อมล้ำในระบบเศรษฐกิจ
ขณะที่ผลกระทบต่อเศรษฐกิจมหภาคนั้น ระบุว่า Climate Change ส่งผลกระทบต่อ GDP ทั้งฝั่งอุปสงค์รวมและฝั่งอุปทานรวม กระทบต่อระดับราคาและภาวะเงินเฟ้อ และมีแนวโน้มที่จะทำให้ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจรุนแรงขึ้น เนื่องจากธุรกิจและครัวเรือนต่าง ๆ มีความเปราะบางและมีความสามารถในการรับมือต่อ climate change ที่แตกต่างกัน
นอกจากนี้ ยังมีการอ้างอิงงานศึกษาจาก ชัยธัช จิโรภาส ดร.พิม มโนพิโมกษ์ และสุพริศร์ สุวรรณิก เมื่อปี 2565 โดยงานศึกษาดังกล่าวพบว่า สภาพภูมิอากาศที่ผิดปกติส่งผลทางลบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจมหภาคของไทย แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อเงินเฟ้อมากนัก โดยจังหวัดที่มีรายได้ต่อหัวต่ำจะได้รับผลกระทบเชิงลบจากสภาพอากาศที่ผิดปกติสูงกว่าจังหวัดอื่น ๆ
Climate Change เขย่าอุตสาหกรรม-การท่องเที่ยว
การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ไม่ได้กระทบแค่เรื่องการใช้ชีวิต และเศรษฐกิจในภาพปัจจุบัน ภาพของอนาคตเอง เราอาจจะเจอความเสียหายที่อาจมากเกินแก้
ข้อมูลจาก สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ระบุว่า ไทยจะมีความเสี่ยงเป็นอันดับ 9 ของโลก เรื่องปัญหาโลกรวนในอีก 20 ปีข้างหน้า และจะทำให้เกิดความเสียหายที่เกิดจากภัยธรรมชาติ เป็นมูลค่า 7.7 พันล้านเหรียญสหรัฐต่อปี หรือ 2.8 แสนล้านบาท
และเมื่อเปรียบเทียบและคาดการณ์ผลกระทบต่อจีดีพี หากอุณหภูมิโลกสูงเฉลี่ย 2 องศาในปี 2050 จีดีพีของไทยจะติดลบ 19.5% ในขณะที่เอเชียติดลบ 14.9% ยุโรปติดลบ 7.7% ตะวันออกกลางและแอฟริกาติดลบ 14% อเมริกาเหนือติดลบ 6.9% ส่วนอเมริกาใต้ติดลบ 10.8%
การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศช่วงที่ผ่านมา หนึ่งในภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก คือ ภาคอุตสาหกรรม และภาคการท่องเที่ยว โดยภาคอุตสาหกรรม เผชิญทั้งความเสี่ยงน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลาง และความเสี่ยงขาดแคลนน้ำในพื้นที่ EEC
ส่วนภาคการท่องเที่ยว ต้องเผชิญกับความเสี่ยงในหลายด้าน ทั้งจากภัยแล้ง ภัยน้ำท่วมที่มีแนวโน้มจะเกิดเพิ่มขึ้น และจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศในระยะยาว โดยเฉพาะอุณหภูมิที่สูงขึ้น และการเสื่อมสภาพของทรัพยากรทางทะเล จะผลต่อรายได้ของผู้ประกอบการท่องเที่ยวในระดับประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
นพรุจ จินดาสมบัติเจริญ นักวิชาการ ทีดีอาร์ไอ ระบุว่า ภาคอุตสาหกรรมมีความเสี่ยงทั้งภัยน้ำท่วมและภัยแล้ง ซึ่งมีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งนิคมอุตสาหกรรมในภาคกลางอย่างในอยุธยาและปทุมธานีจะเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วม
ดังนั้นจึงควรลดความเสี่ยงด้วยการกระจายพื้นที่อุตสาหกรรม โดยกำหนดโซนนิ่งอุตสาหกรรม ห้ามตั้งโรงงานใหม่ในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม และส่งเสริมการย้ายฐานการผลิตออกจากพื้นที่เสี่ยง สนับสนุนกระจายการลงทุนและการพัฒนาไปยังพื้นที่นอกเขตภาคกลาง และเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
ส่วนพื้นที่ EEC จำเป็นต้องเพิ่มการใช้น้ำรีไซเคิล เพื่อลดความเสี่ยงจากภัยแล้ง ลดปัญหาการขาดแคลนน้ำสำหรับการผลิต และทยอยปรับขึ้นราคาค่าน้ำดิบให้เหมาะสม โดยคิดราคาที่สะท้อนต้นทุน เพื่อให้เกิดการประหยัดน้ำ
ขณะที่ภาคท่องเที่ยว นักวิชาการ ทีดีอาร์ไอ บอกว่า ไทยเสี่ยงที่จะสูญเสียรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นอันดับ 1 จาก 48 ประเทศทั่วโลก เนื่องจากจะมีอุณหภูมิที่สูงขึ้นและเกิดคลื่นความร้อน นอกจากนี้ยังมีการเสื่อมสภาพของทรัพยากรทางทะเล ซึ่งพื้นที่ชายหาดและแนวปะการังของไทยจะลดลงอย่างมากในอนาคต
ภาคการท่องเที่ยวจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงนี้ใน 2 รูปแบบ โดยปรับเวลาท่องเที่ยว ขยายกิจกรรมสู่ช่วงเวลากลางคืนเพื่อหลีกเลี่ยงอากาศที่ร้อนจัด และปรับกิจกรรมท่องเที่ยว พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ให้ขึ้นอยู่กับฤดูกาลลดลง เพื่อลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หันมาใช้ศักยภาพของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของพื้นที่ และมุ่งสร้างตลาดดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มธุรกิจไมซ์ (MICE) ซึ่งสามารถสร้างรายได้ตลอดปี
สุดท้ายแล้ว โจทย์ของการแก้โลกรวน โลกเดือด ในวันนี้ ไม่ใช่แค่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่งแล้ว ต้องร่วมกันหาทางออก หาทางจัดการ เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ สร้างผลกระทบต่อทุกภาคส่วนและทุกคนน้อยลง
ติดตาม Prachachat BITE SIZE EP.80 ได้ที่ https://youtu.be/d6nKQVhUO8k?si=vtbJx_lRW0Z_pu_v
เข้าใจง่าย ได้ความรู้ ทุกสถานการณ์ข่าว กับ “Prachachat BITE SIZE” ทุกวันเสาร์ 11.00 น. ทุกช่องทางออนไลน์ของประชาชาติธุรกิจ




