เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘iPhone Duo’ เข้ามากี่เครื่องก็ไม่พอขาย ปลุกตลาด ‘รีเซล’ คึกคัก บวกเพิ่มจากราคาจริงหลายหมื่น
Tech ‘iPhone Duo’ เข้ามากี่เครื่องก็ไม่พอขาย ปลุกตลาด ‘รีเซล’ คึกคัก บวกเพิ่มจากราคาจริงหลายหมื่น
“ศุภจี” หารือผู้อำนวยการใหญ่ WTO ดันปฏิรูปกติกาโลก หนุน SMEs เข้าถึงทุน-ตลาดดิจิทัล
Economic “ศุภจี” หารือผู้อำนวยการใหญ่ WTO ดันปฏิรูปกติกาโลก หนุน SMEs เข้าถึงทุน-ตลาดดิจิทัล
เกษตรฯ ผุด “Sandbox ข้าวไทย” 100 ไร่ ดันผลผลิต 1.5 ตัน/ไร่ ลดต้นทุนเหลือ 6,000 บาท/ตัน
Economic เกษตรฯ ผุด “Sandbox ข้าวไทย” 100 ไร่ ดันผลผลิต 1.5 ตัน/ไร่ ลดต้นทุนเหลือ 6,000 บาท/ตัน
สปอร์ตอีเวนต์ดันโอกาสทางธุรกิจ รับเทรนด์แอคทีฟไลฟ์สไตล์โต
Biz Movement สปอร์ตอีเวนต์ดันโอกาสทางธุรกิจ รับเทรนด์แอคทีฟไลฟ์สไตล์โต
“ศุภจี” ดันกติกา Credit Term มีผล 2 พ.ย. เพิ่มสภาพคล่อง SMEs สูงสุด 7.5 แสนล้าน
Economic “ศุภจี” ดันกติกา Credit Term มีผล 2 พ.ย. เพิ่มสภาพคล่อง SMEs สูงสุด 7.5 แสนล้าน
ราคาทองวันนี้ (23 ต.ค. 69) ร่วงลง 950 บาท รูปพรรณขายออก 65,200 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (23 ต.ค. 69) ร่วงลง 950 บาท รูปพรรณขายออก 65,200 บาท
ซุปเปอร์ไต้ฝุ่น “จำปี” ไม่กระทบไทยโดยตรง จับตาใต้เสี่ยงน้ำท่วม 23-26 ต.ค.
News ซุปเปอร์ไต้ฝุ่น “จำปี” ไม่กระทบไทยโดยตรง จับตาใต้เสี่ยงน้ำท่วม 23-26 ต.ค.
3 กสทช. โต้ เลขาฯ ไม่มีการลบเทปเสียงประชุม ย้ำประชุมพิเศษไม่มี นพ.สรณ ถูกต้องตามกฎหมาย
Tech 3 กสทช. โต้ เลขาฯ ไม่มีการลบเทปเสียงประชุม ย้ำประชุมพิเศษไม่มี นพ.สรณ ถูกต้องตามกฎหมาย
Meta ขานรับ ดีอี เพิ่มตรวจสอบ สแกนหน้า ก่อนซื้อโฆษณา
Tech Meta ขานรับ ดีอี เพิ่มตรวจสอบ สแกนหน้า ก่อนซื้อโฆษณา
เปิดอินไซต์ผู้บริโภค เมื่อเวชสำอางและวิตามินดันตลาดบิวตี้โต 1.6 แสนล้าน
Business เปิดอินไซต์ผู้บริโภค เมื่อเวชสำอางและวิตามินดันตลาดบิวตี้โต 1.6 แสนล้าน
ดูทั้งหมด

วิเคราะห์เหตุผลที่ คามาลา แฮร์ริส พ่ายแพ้

06 พ.ย. 2567 | 23:54น.
คามาลา แฮร์ริส

หลังทราบผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐว่า โดนัลด์ ทรัมป์ จากพรรครีพับลิกันเป็นฝ่ายชนะ ส่วนคามาลา แฮร์ริส จากเดโมแครต พ่ายแพ้ รอยเตอร์ (Reuters) ได้เผยแพร่บทวิเคราะห์เหตุผลที่ คามาลา แฮร์ริส ทำคะแนนได้แย่กว่าที่คาด 

รอยเตอร์วิเคราะห์ว่า การที่แฮร์ริสไม่ได้รับการสนับสนุนจากสหภาพแรงงานทรงอิทธิพลแห่งหนึ่งซึ่งเคยเป็นพันธมิตรของพรรคเดโมแครตมาอย่างยาวนาน เป็นหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้เธอพ่ายแพ้ 

ในบทวิเคราะห์ดังกล่าว รอยเตอร์กล่าวถึงการประชุมของแฮร์ริสกับสหภาพแรงงานทีมสเตอร์ส (International Brotherhood of Teamsters) ซึ่งเป็นสหภาพแรงงานที่ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งหนึ่งของสหรัฐเมื่อวันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา แฮร์ริสกล่าวว่าเธอเองจะปกป้องงานของสหภาพแรงงานและความเป็นอยู่ของคนงานได้ดีกว่า โดนัลด์ ทรัมป์ 

แต่ผู้นำของสหภาพแรงงานทีมสเตอร์ดูเหมือนจะไม่เชื่อมั่นคำพูดของเธอ เมื่อแฮร์ริสโต้แย้งว่าทรัมป์ไม่ใช่ผู้สนับสนุนชนชั้นแรงงาน ผู้นำสหภาพแรงงานจึงถามเธอว่า ตัวเธอเองและประธานาธิบดี โจ ไบเดน ได้ช่วยเหลือคนงานเพียงพอแล้วหรือยัง และไม่กี่วันหลังจากนั้น สหภาพแรงงานก็ทำให้แฮร์ริสต้องอับอาย โดยการปฏิเสธที่จะรับรองผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรคเดโมแครตเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1996 หรือครั้งแรกในรอบ 28 ปี 

นอกจากนั้น รอยเตอร์วิเคราะห์ว่าแคมเปญหาเสียงของแฮร์ริสล้มเหลวในการเอาชนะความกังวลที่ฝังรากลึกของผู้มีสิทธิเลือกตั้งเกี่ยวกับปัญหาเงินเฟ้อและการย้ายถิ่นฐาน ซึ่งเป็นประเด็นคู่ขนานที่การสำรวจความคิดเห็นแสดงให้เห็นว่าทรัมป์ได้คะแนนจากเรื่องเหล่านี้ 

“การพ่ายแพ้ของเธอเน้นย้ำถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวงการการเมืองของอเมริกาในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เนื่องจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่เป็นคนใช้แรงงาน (Blue-collar voter) หันมาสนับสนุนพรรครีพับลิกันมากขึ้น ซึ่งดูเหมือนว่าทรัมป์เป็นผู้เร่งให้แนวโน้มนี้เกิดขึ้นเร็วขึ้น” รอยเตอร์ระบุ 

เมลิสสา เด็กแมน (Melissa Deckman) นักรัฐศาสตร์และประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทวิจัย พับลิก รีลิเจียน รีเสิร์ช อินสทิทิวต์ (Public Religion Research Institute : PRRI) แสดงความเห็นว่า แม้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐในยุคหลังโควิด-19 จะเติบโตค่อนข้างแข็งแกร่ง แต่ชาวอเมริกันส่วนใหญ่กลับรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้เจริญก้าวหน้าขึ้นในทางเศรษฐกิจ และในจังหวะเช่นนี้ ทีมหาเสียงของแฮร์ริสไม่สามารถอธิบายได้ดีพอว่านโยบายของเธอจะช่วยเหลือชนชั้นกลางได้อย่างไร ข้อความที่สื่อออกมาในการหาเสียงของเธอไม่ได้สร้างความประทับใจให้กับผู้มีสิทธิเลือกตั้งมากนัก

นอกจากนั้น รอยเตอร์วิเคราะห์ว่า แฮร์ริสต้องดิ้นรนเพื่อสู้กับกระแสข่าวปลอมในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในการเลือกตั้งของสหรัฐยุคปัจจุบัน