Skip to content

สภาคองเกรสรับรองชัยชนะของทรัมป์ อย่างเป็นทางการ ปูทางพิธีสาบานตน

07 ม.ค. 2568 | 09:48น.
สภาคองเกรสรับรองชัยชนะของทรัมป์ อย่างเป็นทางการ ปูทางพิธีสาบานตน

สภาคองเกรสรับรองผลชนะเลือกตั้งอย่างเป็นทางการของโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ โดยมีแฮร์ริส รองประธานาธิบดีทำหน้าที่เป็นประธานในพิธีที่จัดขึ้นทุก ๆ 4 ปีเพื่อปูทางสำหรับพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีในวันที่ 20 ม.ค.นี้

รอยเตอร์ (Reuters) รายงานว่า สภาคองเกรส หรือรัฐสภาของสหรัฐรับรองผลการชนะเลือกตั้งของโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐอย่างเป็นทางการในสมัยการประชุมเพื่อรับรองผลการเลือกตั้งปี 2024 โดยมีคามาลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งพ่ายแพ้ในการเลือกตั้ง เป็นประธานยันการรับรองผล ตามรัฐธรรมนูญสหรัฐ เมื่อ 6 มกราคม ตามเวลาท้องถิ่น

รัฐสภาสหรัฐหรือสภาคองเกรสมาประชุมร่วมกันเพื่อรับรองผลการเลือกตั้ง เมื่อ 6 มกราคม 2025 (รอยเตอร์)

ในฐานะรองประธานาธิบดีตามพิธี แฮร์ริสทำหน้าที่ในบทบาทประธานวุฒิสภาควบคุมดูแลการเรียกชื่อรัฐต่าง ๆ และแฮร์ริสมอบใบรับรองคะแนนเสียงเลือกตั้งของแต่ละรัฐสำหรับทรัมป์และตัวเธอเอง

แฮร์ริสกล่าวยืนยันการถ่ายโอนอำนาจอย่างสันติตามระบอบประชาธิปไตยของอเมริกา “วันนี้เป็นวันที่สำคัญมากอย่างเห็นได้ชัด และถือเป็นบรรทัดฐานที่ชาวอเมริกันควรถือเป็นเรื่องปกติ ซึ่งก็คือหนึ่งในเสาหลักที่สำคัญที่สุดของประชาธิปไตยของเราคือการถ่ายโอนอำนาจอย่างสันติ” แฮร์ริสกล่าวกับนักข่าวที่อาคารรัฐสภา

ด้านทรัมป์เขียนในทรูธ โซเชียลว่า “สภาคองเกรสได้รับรองชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ของพวกเราในวันนี้ ช่วงเวลาที่สำคัญในประวัติศาสตร์ ยิ่งใหญ่ !”

การรับรองขั้นสุดท้ายนี้สนับสนุนผลข้อเท็จจริงเบื้องต้นที่ระบุว่าทรัมป์ชนะคะแนนคณะผู้เลือกตั้ง 312 คะแนน ส่วนแฮร์ริสได้ 226 คะแนน

พรรครีพับลิกันยังครองเสียงข้างมากในวุฒิสภาและมีคะแนนนำเพียงเล็กน้อยในสภาผู้แทนราษฎรในการเลือกตั้งเดือนพฤศจิกายน ซึ่งจะทำให้มีโอกาสมากขึ้นที่ทรัมป์จะได้รับการสนับสนุนจากพรรคในการนำแผนงานของเขาตามที่ได้หาเสียงไว้รวมถึงการลดหย่อนภาษีและปราบปรามผู้อพยพที่อาศัยอยู่ในประเทศอย่างผิดกฎหมายไปปฏิบัติ

พิธีรับรองชัยชนะ ซึ่งเกิดขึ้นทุก ๆ 4 ปี เป็นการปูทางสำหรับพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งของทรัมป์ที่จะเกิดขึ้นในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า โดยพิธีนี้เหมือนเครื่องจักรและช่างสวนทางอย่างมากกับเมื่อ 4 ปีก่อนเมื่อกลุ่มผู้สนับสนุนทรัมป์บุกเข้าอาคารรัฐสภาในความพยายามที่ล้มเหลวที่จะขัดขวางการรับรองผลการเลือกตั้งที่พ่ายแพ้ของทรัมป์เมื่อปี 2020

ทรัมป์ยังคงอ้างเท็จต่อไปว่าความพ่ายแพ้ของเขาในปี 2020 เป็นผลจากการฉ้อโกงอย่างแพร่หลาย และได้เตือนตลอดแคมเปญหาเสียงในปี 2024 ว่าเขามีความกังวลในลักษณะเดียวกันจนกระทั่งแฮร์ริสพ่ายแพ้เขาในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายนในปีที่แล้ว

เมื่อ 4 ปีก่อน ไมก์ เพนซ์ รองประธานาธิบดีในขณะนั้นทำหน้าที่รับรองชัยชนะคะแนนของโจ ไบเดน และในปี 2001 อัล กอร์ รองประธานาธิบดีในขณะนั้น ก็สงสัยในผลการเลือกตั้งเช่นเดียวกัน หลังจากการต่อสู้ที่ดุเดือดระหว่างเขากับจอร์จ ดับเบิลยู บุช ซึ่งจบลงอย่างสูสีจนกระทั่งศาลสูงสุดของสหรัฐต้องเข้ามาทำหน้าที่ยุติการฟ้องร้องทางกฎหมายในที่สุด ส่งผลให้บุชได้รับการประกาศให้เป็นผู้ชนะ