เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘การบินไทย’ ทุ่มหมื่นล้านลงทุนศูนย์ MRO อู่ตะเภาตั้งเป้าเสร็จปี’73 รับแผนซ่อมฝูงบินลอตใหญ่
Business ‘การบินไทย’ ทุ่มหมื่นล้านลงทุนศูนย์ MRO อู่ตะเภาตั้งเป้าเสร็จปี’73 รับแผนซ่อมฝูงบินลอตใหญ่
เอกชนชะลอ Data Center กสทช. เข้มเกณฑ์เชื่อมสัญญาณ
Tech เอกชนชะลอ Data Center กสทช. เข้มเกณฑ์เชื่อมสัญญาณ
Honda UC3 Society Meet ครั้งที่ 2
Automotive Honda UC3 Society Meet ครั้งที่ 2
ยอดปิดโรงงานพุ่ง-ฉุดเชื่อมั่น หวั่นซ้ำปี’68 เลิกจ้าง 5 แสนคน
Finance ยอดปิดโรงงานพุ่ง-ฉุดเชื่อมั่น หวั่นซ้ำปี’68 เลิกจ้าง 5 แสนคน
พยากรณ์อากาศ (1 ส.ค.) ประเทศไทยยังมีฝน ภาคเหนือ อีสาน กลาง ตะวันออก และ กทม. ตก 60 – 70% 
Economic พยากรณ์อากาศ (1 ส.ค.) ประเทศไทยยังมีฝน ภาคเหนือ อีสาน กลาง ตะวันออก และ กทม. ตก 60 – 70% 
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (1 ส.ค.) ปรับลง 2.92% อยู่ที่ 62,925 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (1 ส.ค.) ปรับลง 2.92% อยู่ที่ 62,925 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (1 ส.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (1 ส.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ฯ ทรงเปิดงาน “สืบสานใจ หัตถศิลป์ไทย สู่สากล” EM DISTRICT SENSE OF THAI 2026
Biz Movement เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ฯ ทรงเปิดงาน “สืบสานใจ หัตถศิลป์ไทย สู่สากล” EM DISTRICT SENSE OF THAI 2026
นายกฯ ลุยปฏิรูปราชการ-สร้างคน วางกรอบ 4P รับเทรนด์ AI ดันเศรษฐกิจกระจายตัว
Politics นายกฯ ลุยปฏิรูปราชการ-สร้างคน วางกรอบ 4P รับเทรนด์ AI ดันเศรษฐกิจกระจายตัว
พล.ต.ท.ผ่อน ปลัดรักษา บิดา ‘พญ.พักตร์พิไล ทวีสิน’ เสียชีวิต อายุ 103 ปี
News พล.ต.ท.ผ่อน ปลัดรักษา บิดา ‘พญ.พักตร์พิไล ทวีสิน’ เสียชีวิต อายุ 103 ปี
ดูทั้งหมด

สภาคองเกรสรับรองชัยชนะของทรัมป์ อย่างเป็นทางการ ปูทางพิธีสาบานตน

07 ม.ค. 2568 | 09:48น.

สภาคองเกรสรับรองผลชนะเลือกตั้งอย่างเป็นทางการของโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ โดยมีแฮร์ริส รองประธานาธิบดีทำหน้าที่เป็นประธานในพิธีที่จัดขึ้นทุก ๆ 4 ปีเพื่อปูทางสำหรับพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีในวันที่ 20 ม.ค.นี้

รอยเตอร์ (Reuters) รายงานว่า สภาคองเกรส หรือรัฐสภาของสหรัฐรับรองผลการชนะเลือกตั้งของโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐอย่างเป็นทางการในสมัยการประชุมเพื่อรับรองผลการเลือกตั้งปี 2024 โดยมีคามาลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งพ่ายแพ้ในการเลือกตั้ง เป็นประธานยันการรับรองผล ตามรัฐธรรมนูญสหรัฐ เมื่อ 6 มกราคม ตามเวลาท้องถิ่น

รัฐสภาสหรัฐหรือสภาคองเกรสมาประชุมร่วมกันเพื่อรับรองผลการเลือกตั้ง เมื่อ 6 มกราคม 2025 (รอยเตอร์)

ในฐานะรองประธานาธิบดีตามพิธี แฮร์ริสทำหน้าที่ในบทบาทประธานวุฒิสภาควบคุมดูแลการเรียกชื่อรัฐต่าง ๆ และแฮร์ริสมอบใบรับรองคะแนนเสียงเลือกตั้งของแต่ละรัฐสำหรับทรัมป์และตัวเธอเอง

แฮร์ริสกล่าวยืนยันการถ่ายโอนอำนาจอย่างสันติตามระบอบประชาธิปไตยของอเมริกา “วันนี้เป็นวันที่สำคัญมากอย่างเห็นได้ชัด และถือเป็นบรรทัดฐานที่ชาวอเมริกันควรถือเป็นเรื่องปกติ ซึ่งก็คือหนึ่งในเสาหลักที่สำคัญที่สุดของประชาธิปไตยของเราคือการถ่ายโอนอำนาจอย่างสันติ” แฮร์ริสกล่าวกับนักข่าวที่อาคารรัฐสภา

ด้านทรัมป์เขียนในทรูธ โซเชียลว่า “สภาคองเกรสได้รับรองชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ของพวกเราในวันนี้ ช่วงเวลาที่สำคัญในประวัติศาสตร์ ยิ่งใหญ่ !”

การรับรองขั้นสุดท้ายนี้สนับสนุนผลข้อเท็จจริงเบื้องต้นที่ระบุว่าทรัมป์ชนะคะแนนคณะผู้เลือกตั้ง 312 คะแนน ส่วนแฮร์ริสได้ 226 คะแนน

พรรครีพับลิกันยังครองเสียงข้างมากในวุฒิสภาและมีคะแนนนำเพียงเล็กน้อยในสภาผู้แทนราษฎรในการเลือกตั้งเดือนพฤศจิกายน ซึ่งจะทำให้มีโอกาสมากขึ้นที่ทรัมป์จะได้รับการสนับสนุนจากพรรคในการนำแผนงานของเขาตามที่ได้หาเสียงไว้รวมถึงการลดหย่อนภาษีและปราบปรามผู้อพยพที่อาศัยอยู่ในประเทศอย่างผิดกฎหมายไปปฏิบัติ

พิธีรับรองชัยชนะ ซึ่งเกิดขึ้นทุก ๆ 4 ปี เป็นการปูทางสำหรับพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งของทรัมป์ที่จะเกิดขึ้นในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า โดยพิธีนี้เหมือนเครื่องจักรและช่างสวนทางอย่างมากกับเมื่อ 4 ปีก่อนเมื่อกลุ่มผู้สนับสนุนทรัมป์บุกเข้าอาคารรัฐสภาในความพยายามที่ล้มเหลวที่จะขัดขวางการรับรองผลการเลือกตั้งที่พ่ายแพ้ของทรัมป์เมื่อปี 2020

ทรัมป์ยังคงอ้างเท็จต่อไปว่าความพ่ายแพ้ของเขาในปี 2020 เป็นผลจากการฉ้อโกงอย่างแพร่หลาย และได้เตือนตลอดแคมเปญหาเสียงในปี 2024 ว่าเขามีความกังวลในลักษณะเดียวกันจนกระทั่งแฮร์ริสพ่ายแพ้เขาในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายนในปีที่แล้ว

เมื่อ 4 ปีก่อน ไมก์ เพนซ์ รองประธานาธิบดีในขณะนั้นทำหน้าที่รับรองชัยชนะคะแนนของโจ ไบเดน และในปี 2001 อัล กอร์ รองประธานาธิบดีในขณะนั้น ก็สงสัยในผลการเลือกตั้งเช่นเดียวกัน หลังจากการต่อสู้ที่ดุเดือดระหว่างเขากับจอร์จ ดับเบิลยู บุช ซึ่งจบลงอย่างสูสีจนกระทั่งศาลสูงสุดของสหรัฐต้องเข้ามาทำหน้าที่ยุติการฟ้องร้องทางกฎหมายในที่สุด ส่งผลให้บุชได้รับการประกาศให้เป็นผู้ชนะ