เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เดอะมอลล์ กรุ๊ป ผนึก มูลนิธิชัยพัฒนา ต่อยอด ‘น้ำมันเมล็ดคามิเลีย’ สู่ ‘Sustainable Lifestyle’
Biz Movement เดอะมอลล์ กรุ๊ป ผนึก มูลนิธิชัยพัฒนา ต่อยอด ‘น้ำมันเมล็ดคามิเลีย’ สู่ ‘Sustainable Lifestyle’
เปิดตัว “เตนล์ – เอส” 2 ตัวแทนแคมเปญ “#มากกว่ามหกรรมกีฬา ALL IN ASIAN GAMES”
Biz Movement เปิดตัว “เตนล์ – เอส” 2 ตัวแทนแคมเปญ “#มากกว่ามหกรรมกีฬา ALL IN ASIAN GAMES”
Lenskart โตขึ้น 250% เผยแคมเปญ “วิ่งแลกแว่น” โดนใจไลฟ์สไตล์ผู้คน
Biz Movement Lenskart โตขึ้น 250% เผยแคมเปญ “วิ่งแลกแว่น” โดนใจไลฟ์สไตล์ผู้คน
ปลดล็อกโครงสร้างพื้นฐาน กฟผ. สร้างโอกาสไทยสู่ Regional Digital Hub: Green Digital Infrastructure สำหรับ Data Center ที่ยั่งยืนและเป็นธรรม
Tech ปลดล็อกโครงสร้างพื้นฐาน กฟผ. สร้างโอกาสไทยสู่ Regional Digital Hub: Green Digital Infrastructure สำหรับ Data Center ที่ยั่งยืนและเป็นธรรม
ห่วงสุญญากาศ กสทช. หวั่น 8 ล้านครัวเรือนจอดำ เร่งตั้งทีมเปลี่ยนผ่าน C-Band
Tech ห่วงสุญญากาศ กสทช. หวั่น 8 ล้านครัวเรือนจอดำ เร่งตั้งทีมเปลี่ยนผ่าน C-Band
โพล มช. ชี้ “คนละครึ่ง – ไทยช่วยไทย” สอบผ่านพยุงค่าครองชีพ แต่ไร้กระตุ้นใช้จ่ายใหม่
เศรษฐกิจภูมิภาค โพล มช. ชี้ “คนละครึ่ง – ไทยช่วยไทย” สอบผ่านพยุงค่าครองชีพ แต่ไร้กระตุ้นใช้จ่ายใหม่
แบงก์แห่ขายบ้านมือสองพุ่ง 122.9% บ้านหรูต่ำ 10 ล้านขายไม่ออก “โคราช” โอนคึก “ภูเก็ต” ตลาดชะลอตัว
Real Estate แบงก์แห่ขายบ้านมือสองพุ่ง 122.9% บ้านหรูต่ำ 10 ล้านขายไม่ออก “โคราช” โอนคึก “ภูเก็ต” ตลาดชะลอตัว
ย้ำชัดกลยุทธ์ “One Geely” มุ่งผสาน 2 โมเดลธุรกิจเพิ่มความแข็งแกร่งในไทย
Automotive ย้ำชัดกลยุทธ์ “One Geely” มุ่งผสาน 2 โมเดลธุรกิจเพิ่มความแข็งแกร่งในไทย
นักวิชาการ มธ. ถอดเคสต่างประเทศ ชี้เข้า OECD ต้องแก้ ‘คอร์รัปชัน-นิติธรรม’ ไม่ใช่แค่ยื่นเอกสาร
News นักวิชาการ มธ. ถอดเคสต่างประเทศ ชี้เข้า OECD ต้องแก้ ‘คอร์รัปชัน-นิติธรรม’ ไม่ใช่แค่ยื่นเอกสาร
ราคาทองวันนี้ (21 ก.ย. 69) ร่วงลง 450 บาท ทองรูปพรรณ 69,400 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (21 ก.ย. 69) ร่วงลง 450 บาท ทองรูปพรรณ 69,400 บาท
ดูทั้งหมด

เอกชนชะลอ Data Center กสทช. เข้มเกณฑ์เชื่อมสัญญาณ

01 ส.ค. 2569 | 07:03น.

BOI เผยดาต้าเซ็นเตอร์ 9 แสนล้าน ปักธง กทม.-สมุทรปราการ เร่งทำ “แมป” ออกหลักเกณฑ์กำกับดูแล บริหารจัดการน้ำ-ไฟ รู้ผลภายใน ส.ค.นี้ ขณะที่อนุกรรมการชุด “เอกนัฏ” รับหน้าเสื่อคัดกรอง เอกชนชะลอลงทุน WHA ชี้เหตุรอความชัดเจนภาครัฐ กสทช.ลั่นเข้มเกณฑ์อนุมัติเชื่อมสัญญาณรับส่งข้อมูล ต้องมีใบอนุญาตใช้น้ำ-ไฟ แผนกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์ เดินสายเคเบิลเอง ป้องกันสัญญาณล่มกระทบประชาชน จับตาไทยถูกลากร่วมสงครามเทควอร์ “สหรัฐ-จีน”ด้วยข้อกล่าวหาเป็นฐานให้จีนฝึกเอไอผ่านดาต้าเซ็นเตอร์

นายอัครินทร์ ประเทืองสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP กล่าวว่า แม้ว่านักลงทุนโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ส่วนใหญ่จะพร้อมลงทุนแล้ว บางรายอยู่ระหว่างการก่อสร้างที่จะเปิดอีกไม่นาน บางรายชะลอเอาไว้ก่อนเพราะยังรอความชัดเจนของนโยบายรัฐในเรื่องของ Direct PPA ซึ่งรัฐควรเร่งกำหนดหลักเกณฑ์ให้ชัดเจนภายใน 1-2 เดือนนี้ และแน่นอนว่าหลักเกณฑ์ที่รัฐจะให้วางเงินหลักประกันค่าใช้ไฟที่อัตรา 4.5 ล้านบาทต่อเมกะวัตต์เป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กัน มันคือการวางกติกาที่ประเทศไทยป้องกันความเสี่ยงเอาไว้

หลายเจ้าภาพรุมจัดระเบียบ 

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ขณะนี้บีโอไอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างจัดทำแมปสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อเร่งออกกติกา ทั้งเรื่องหน่วยงานเจ้าภาพในการอนุญาตให้จัดตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ การจัดพื้นที่โซนนิ่งที่เหมาะสม อัตราค่าไฟฟ้า ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนภายในเดือนสิงหาคม 2569 นี้ โดยกติกาดังกล่าวนั้นหน่วยงานต่าง ๆ อาจจะทยอยออกมา ไม่ได้ออกพร้อมกัน แต่จะเป็นเป็นการตีกรอบสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ให้ชัดเจนมากขึ้น

“ในการประชุมบอร์ดบีโอไอเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา คณะอนุกรรมการจัดการพลังงานเพื่อรองรับการลงทุนและกลั่นกรองโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ ที่มีนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน และมีสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เป็นฝ่ายเลขานุการ ร่วมกับบีโอไอ จะทำหน้าที่กลั่นกรองโครงการลงทุนของดาต้าเซ็นเตอร์

โดยจะพิจารณาก่อนที่ผู้ลงทุนจะยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุน ทั้งเรื่องพลังงาน น้ำ สิ่งแวดล้อม การสร้างประโยชน์ให้ประเทศ และมันยังครอบคลุมไปถึงเรื่องการกำหนดประเภทผู้ใช้ไฟฟ้าใหม่สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อกำหนดอัตราค่าไฟ การกำหนดสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาด การซื้อขายไฟฟ้าสะอาดผ่าน Direct PPA การวางหลักประกันการใช้ไฟฟ้า การจำหน่ายไฟฟ้าแรงสูงโดยตรงให้ดาต้าเซ็นเตอร์รายใหญ่ การเร่งลงทุนโครงข่ายไฟฟ้า และการทำ Power & Water Map เพื่อประกอบการพิจารณากำหนดพื้นที่ที่เหมาะสม”

ทั้งนี้การจัดโซนนิ่งให้ดาต้าเซ็นเตอร์จะต้องเป็นพื้นที่ที่พร้อมและมีความมั่นคงของระบบไฟฟ้า สายส่ง แหล่งน้ำ โครงข่ายโทรคมนาคม และเคเบิลใต้น้ำ โดยในช่วงครึ่งปีแรก 2569 การลงทุนด้าน AI และดาต้าเซ็นเตอร์เป็นหนึ่งในคำขอในอุตสาหกรรมดิจิทัลกว่า 1.1 ล้านล้านบาท โดยส่วนใหญ่กว่า 80% หรือคิดเป็นวงเงินลงทุน 9 แสนล้านบาท ลงทุนในพื้นที่กรุงเทพฯ และสมุทรปราการ รองลงมาคือ ชลบุรี ระยอง 

โดยแหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงานกล่าวว่า อำนาจของคณะอนุฯ จะมีหน้าที่คัดกรองได้ 4 มิติคือ เกณฑ์ด้านไฟฟ้าที่เป็นพลังงานสะอาด ทรัพยากรน้ำ สิ่งแวดล้อมด้านเสียง และคืนคุณค่าต่อท้องถิ่น ส่วนกระทรวงพลังงานจะเป็นเจ้าภาพในการเป็นผู้อนุญาตว่ารายใดควรได้ลงทุน ที่ไหน อย่างไรนั้น ต้องรอการประชุมของคณะอนุกรรมการจัดการพลังงาน และการตัดสินใจของนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานอนุฯ ก่อนว่าสามารถทำได้หรือไม่ หรือควรเป็นหน่วยงานอื่น ซึ่งบางคนอาจมองว่าให้เป็นหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) หรือควรเป็นอำนาจของรัฐบาลหรือนายกรัฐมนตรีเป็นคนตัดสินใจ

เข้มเกณฑ์คุมสายส่งอินเทอร์เน็ต

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า อีกหนึ่งการกำกับดูแลที่สำคัญ เมื่อมีการก่อสร้างอาคารศูนย์ข้อมูลดาต้าเซ็นเตอร์ และพร้อมเปิดบริการ จำเป็นที่จะต้องขอใช้โครงข่ายโทรคมนาคมเพื่อรับ-ส่งสัญญาณ โดยต้อง “แจ้ง” แก่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

เดิมที กสทช.จัดให้ “ผู้บริการ Data Center” อยู่ในกลุ่ม ใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่ 1 หรือแบบไม่มีโครงข่ายเป็นของตนเอง ซึ่งเป็นกิจการที่มุ่งเน้นการขายต่อบริการ (Reseller) หรือให้บริการเสริมต่าง ๆ เช่น บัตรโทรศัพท์ต่างประเทศ, บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (ISP) โดยเช่าโครงข่ายผู้อื่น เป็นการอนุญาตแบบ “แจ้งให้ทราบ” เท่านั้น

ก่อนหน้านี้มีรายงานข่าวจาก สำนักงาน กสทช. ว่า สำนักงาน อาจยกระดับการขออนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมของ Data Center จากแบบที่ 1 เป็นแบบที่ 3 ซึ่งเป็นใบอนุญาตสำหรับผู้ประกอบการที่มีโครงข่ายเป็นของตนเอง ที่มีข้อกำหนดและข้อปฏิบัติที่เข้มงวด รัดกุม ระดับเดียวกับผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือผู้ให้บริการเคเบิลใต้น้ำ

ซึ่งจะช่วยในเรื่องของการ KYC ผู้ให้บริการ Data Center ทำให้สามารถตรวจสอบที่มาที่ไปของเจ้าของกิจการ เป้าหมายธุรกิจ และกิจกรรมการใช้งานผ่านโครงข่ายโทรคมนาคมได้ ความกังวลเรื่องทุนเทาที่อาจเข้ามาลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อใช้เป็นช่องทางส่งสายสื่อสารให้กับแก๊งมิจฉาชีพ 

กสทช.ยันไม่ปล่อยผ่านง่าย ๆ

นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการแทน เลขาธิการ กสทช. เปิดเผยว่าล่าสุดตอนนี้สำนักงานยังคงให้ใช้ใบอนุญาตประเภทที่ 1 อยู่ และกำลังแก้ไขหลักเกณฑ์การขออนุญาต หลังจากนี้การขออนุญาตให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์จะไม่ปล่อยผ่านง่าย ๆ เหมือนในอดีต เนื่องจากการบริโภคทรัพยากร และส่งผลทั้งในมิติทางเศรษฐกิจและความมั่นคงปลอดภัย จะมีการขอดูรายละเอียดที่ก่อผลกระทบ ด้วยหลักเกณฑ์ขออนุญาตประเภทที่ 1 นั้น

เดิมทีผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์แค่มา “แจ้งให้ทราบ” แต่ต่อไปนี้จะต้องนำใบอนุญาต และแผนการใช้ไฟฟ้า น้ำ ที่แสดงว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อประเทศ รวมถึงแผนการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่จะเกิดขึ้นมาแสดงเพื่อพิจารณา

อีกส่วนคือการเพิ่มเงื่อนไขให้ผู้ตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ต้องเดินสายเคเบิล เพื่อส่งต่อข้อมูลอินเทอร์เน็ตเอง โดยให้แยกจากสายเคเบิลหลักที่ให้บริการประชาชนในภาพรวม ก็เพื่อป้องกันไม่ให้ระบบอินเทอร์เน็ตของประชาชนได้รับการรบกวนหรือติดขัด หากสัญญาณล่มก็ให้ล่มเฉพาะดาต้าเซ็นเตอร์รายนั้น ๆ”

สถานะล่าสุดของหลักเกณฑ์ใหม่ยังอยู่ในขั้นตอนเตรียมร่างประกาศ เพื่อเสนอเข้าที่ประชุมบอร์ด กสทช. เพื่อพิจารณาเห็นชอบ ก่อนที่จะนำไปเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ จากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตามกระบวนการกฎหมายต่อไป 

เมื่อถามว่า เนื่องจากบอร์ด กสทช.ตอนนี้เผชิญบปัญหาเรื่องสถานะทางกฎหมายของประธาน กสทช. จึงส่งผลต่อการประชุมพิจารณาร่างประกาศและกฎหมายสำคัญต่าง ๆ อย่างเช่นหลักเกณฑ์ Data Center นี้หรือไม่ นายไตรรัตน์ระบุว่า “เดี๋ยวเขาก็ประชุมกัน” 

“บิ๊กเทค” ชี้ ช่วยลดค่าบริการ

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า หลังผู้ให้บริการคลาวด์ระดับสูง-บริการประมวลผลปัญญาประดิษฐ์ เริ่มลงทุน Data Center ระดับ Cloud Region ในประเทศไทย ทำให้ลูกค้าองค์กรจำนวนหนึ่งทยอยย้ายเข้ามาอยู่ประเทศไทยแล้ว ผู้ให้บริการอย่าง Amazon Web Services (AWS) ซึ่งได้ประกาศการลงทุน 1.9 แสนล้านบาทในระยะเวลา 15 ปี ปัจจุบันได้ทยอยเปิดใช้งาน Data Center ระดับ Cloud Region ในไทยแล้ว 

นายวัตสัน ถิรภัทรพงศ์ Country Manager, AWS ประเทศไทย เปิดเผยว่า ตั้งแต่ ม.ค. 2568 เป็นต้นมาได้เปิดให้บริการและทยอยนำโซลูชั่นของ AWS เข้ามา จนปัจจุบันมีให้บริการแล้วมากกว่า 120 โซลูชั่น ถือเป็นการขยายระบบอย่างรวดเร็วภายในเวลาเพียง 1 ปี ถ้าเทียบกับ Data Center Region ในสิงคโปร์ แม้ในไทยมีบริการโซลูชั่นน้อยกว่า เพราะที่นั่นมีมากกว่า 200 บริการ แต่โซลูชั่นที่ทยอยเปิดในไทยตอบโจทย์การใช้งานของกลุ่มลูกค้าไทยได้แล้ว 70-80%

ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบริการในกลุ่มประมวลผล (Compute) และจัดเก็บข้อมูล (Storage) กลุ่มลูกค้าระดับเล็กถึงกลาง และองค์กรใหญ่ระดับ Top 10 ของประเทศยืนยันแผนที่จะทยอยย้ายระบบมาที่ไทยแล้ว เนื่องจากได้ประโยชน์จากความหน่วงที่ต่ำลง และค่าบริการของอินสแตนซ์ยอดนิยมและบริการหลัก เช่น EC2, S3, RDS และ EKS มีราคาเปิดตัวที่ถูกกว่าการไปเช่าเซิร์ฟเวอร์ที่ภูมิภาคสิงคโปร์ราว 10-15% 

สอดคล้องกับทิศทางของการแข่งขันด้านปัญญาประดิษฐ์ที่ต้องการลดราคาค่าบริการผ่าน Token ให้ต่ำลง เพื่อเอื้อให้เกิดการใช้บริการและพัฒนานวัตกรรม ซึ่งผู้ให้บริการคลาวด์-เอไอ ระดับโลกที่มีบริการด้านเอไอ อย่าง Microsoft Azure, Google Cloud ได้ทยอยลงทุนเริ่มเปิดใช้งานดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศไทยแล้ว 

ขณะที่ หัวเว่ย คลาวด์ ได้ประกาศล่าสุดว่า ได้ตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อให้บริการโครงสร้างพื้นฐานเอเจนติก เอไอ ในไทยครบ 3 โซนแล้ว (3AZ Infrastructure) เพื่อรองรับความต้องการด้านการประมวลผลที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งจะพร้อมเปิดบริการแบบ MaaS Token Service เพื่อแก้ปัญหาคอขวดของ “ราคา Token” ที่ใช้ในการเข้าถึงโมเดลเอไอ Open-Source ระดับแนวหน้า

เช่น GLM และ DeepSeek อย่างไรก็ตาม Data Center ระดับ Hyperscale เหล่านี้ยังเป็นแค่ส่วนหนึ่งของยอดการขอส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ซึ่งจะประกอบด้วยดาต้าเซ็นเตอร์ประเภท “เช่าใช้” หรือ Co-location อีกจำนวนมาก ซึ่งยังไม่มีรายละเอียดว่ามีการเช่าใช้เพื่อให้บริการด้านใดบ้าง

จับตาไทยถูกลากเข้า Tech War

นอกจากนี้ประเด็นเรื่อง Data Center ของประเทศไทยกำลังกลายเป็นจุดสนใจของโลก เนื่องจากจำนวนการเปิดตัวของโมเดล AI จากจีนคือ Kimi k3 ถูกสหรัฐกล่าวหาว่าบริษัทได้ลักลอบใช้เทคโนโลยีของสหรัฐ และฝึกฝนโมเดลผ่านดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศไทย โดยเฉพาะการเข้าถึงชิป NVIDIA GB300 ในศูนย์ข้อมูล ซึ่งเป็นชิปที่ทางสหรัฐแบนไม่ให้บริษัทจีนเข้าถึงอย่างเด็ดขาด

อย่างไรก็ตาม รายงานล่าสุดยังไม่มีการยืนยันว่า มีบริษัท Data Center ใดในประเทศไทยที่ใช้งาน ชิป GB300 แต่มีการประกาศลงทุนของหลายบริษัท เช่น Gorilla Technology Group ที่ได้ประกาศแผนลงทุนสร้าง AI Data Center ขนาด 200 เมกะวัตต์ (MW) ในจังหวัดนครราชสีมา โดยระบุชัดเจนว่าโครงสร้างระบบคำนวณถูกออกแบบภายใต้โมเดล “All-GB300 Configuration” คาดว่าจะใช้ชิป GB300 สามารถรองรับ GPU ได้สูงสุดถึง 76,000 ตัวเมื่อเสร็จสมบูรณ์เต็มเฟส แต่โครงการนี้มีกำหนดเริ่มสร้างและทยอยส่งมอบเฟสแรกในช่วงต้นปี 2570 

ข้อกล่าวหาดังกล่าวเกิดจาก นายไมเคิล คราทซิโอส ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งทำเนียบขาว (Office of Science and Technology Policy) โพสต์บนโซเชียลมีเดียว่า บริษัท Moonshot AI ของจีนซื้อและเข้าถึงเครื่องเซิร์ฟเวอร์ไทยที่ติดตั้งชิป GB300 (Blackwell Ultra) ของเอ็นวิเดีย เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มภายในองค์กรที่มีความซับซ้อนขั้นสูง เพื่อกลั่นกรององค์ความรู้ (Distillation) ขนาดใหญ่จากโมเดลของสหรัฐ 

รายงานระบุด้วยว่า ประเด็นที่จีนใช้ประเทศที่สามในการเข้าถึงชิปสหรัฐกำลังถูกจับตาว่าอาจนำไปสู่มาตรการทางการค้าอื่น ๆ เนื่องจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐออกคำแนะนำ (Guidance) เมื่อวันที่ 31 พ.ค. 2569 เพิ่มเติม เพื่อปิดช่องโหว่การส่งออกชิปปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ขั้นสูง โดยกำหนดให้ข้อกำหนดด้านใบอนุญาตส่งออกครอบคลุมถึงนิติบุคคลทั้งหมดที่มีสำนักงานใหญ่ในประเทศจีน แม้ว่าตัวบริษัทลูกหรือดาต้าเซ็นเตอร์นั้นจะตั้งอยู่นอกประเทศจีนก็ตาม เพื่อป้องกันการใช้ประเทศที่สามเป็นสะพานส่งต่อเทคโนโลยี

แม้ว่าในเดือน ม.ค. 2569 สหรัฐจะผ่อนปรนอนุมัติให้ขายชิปที่ทรงพลังเป็นอันดับสองของเอ็นวิเดีย (Nvidia) คือชิป H200 ไปยังบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของจีนบางแห่งได้เป็นรายกรณี แต่ในชิปสถาปัตยกรรมใหม่อย่าง GB Blackwell ยังคงถูกแบนห้ามส่งออกไปจีนอย่างเด็ดขาด

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Data Center กสทช.