เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
Finance มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
Finance ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
Uncategorized โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
Economic ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
‘นครินทร์ เมฆไตรรัตน์’ เปิดมุมมองกฎหมายกับนโยบายสาธารณะ ชงตั้งหน่วยงานออกแบบเฉพาะรับมิติโลกใหม่
Biz Movement ‘นครินทร์ เมฆไตรรัตน์’ เปิดมุมมองกฎหมายกับนโยบายสาธารณะ ชงตั้งหน่วยงานออกแบบเฉพาะรับมิติโลกใหม่
ราคาทองวันนี้ (7 ก.ย. 69) ร่วงลง 600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,350 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (7 ก.ย. 69) ร่วงลง 600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,350 บาท
มรดกที่มีค่าที่สุด อาจไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในพินัยกรรม
Finance มรดกที่มีค่าที่สุด อาจไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในพินัยกรรม
Nike จากรองเท้าท้ายรถ สู่แบรนด์กีฬาระดับโลก ก่อนหลุด S&P 100
Business Nike จากรองเท้าท้ายรถ สู่แบรนด์กีฬาระดับโลก ก่อนหลุด S&P 100
โฆษกรัชดา ลาออกแล้ว จับตา ครม.พรุ่งนี้ เคาะโฆษกรัฐบาลคนใหม่
Politics โฆษกรัชดา ลาออกแล้ว จับตา ครม.พรุ่งนี้ เคาะโฆษกรัฐบาลคนใหม่
ดอกเบี้ย 1% ยังเหมาะสม FETCO ชี้เศรษฐกิจ-SMEs ไม่พร้อมรับขาขึ้น
Finance ดอกเบี้ย 1% ยังเหมาะสม FETCO ชี้เศรษฐกิจ-SMEs ไม่พร้อมรับขาขึ้น
ดูทั้งหมด

ด้วยอำนาจแห่ง Trifecta จักบันดาลสิ่งใดให้ทรัมป์ได้บ้าง

14 พ.ย. 2567 | 16:27น.

“Trifecta” 3 ประสานแห่งการปกครองเกิดขึ้นแล้วเมื่อพรรครีพับลิกันของประธานาธิบดีสหรัฐคุมรัฐสภา ครองเสียงข้างมากทั้งวุฒิสภา (Senate) และสภาผู้แทนราษฎร (House of Representatives) อย่างเป็นทางการ

ครั้งหนึ่งการควบคุมอำนาจ 3 สาขาด้วยพรรคเดียวเป็นเรื่องปกติ แต่ในช่วง 2-3 ทศวรรษที่ผ่านมา พรรคเดียวควบคุมเบ็ดเสร็จกลายเป็นสิ่งที่เกิดยากขึ้นและแถมอายุก็สั้นลงเรื่อยๆ

ชัยชนะหนนี้ของโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐต่างจากชัยชนะเหนือความคาดหมายในปี 2016 กล่าวคือ บรรดาผู้นำพรรครีพับลิกันในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาได้เตรียมการมาหลายเดือนเพื่อเตรียมกวาดที่นั่งเสียงส่วนใหญ่ทั้งสองสภา โดยมีเป้าหมายคือการลงมือร่างวาระสำคัญของรัฐบาลทรัมป์โดยเร็ว โดยเริ่มจากแพ็คเกจเศรษฐกิจหลักที่เน้นเรื่องภาษี นโยบายพลังงาน ความปลอดภัยชายแดน และการยกเลิกกฎระเบียบในการทำธุรกิจ

ย้อนกลับไป ทรัมป์มีอำนาจสามสาขาในช่วงสองปีแรกของการขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีสมัยแรก แต่ไม่ได้เป็นเครื่องการันตีที่จะอนุญาตให้ประธานาธิบดีทำตามที่ต้องการได้

สิ่งที่ทรัมป์ทำได้ ทรัมป์ใช้กฎหมายภาษีปี 2018 หรือ Tax Cuts and Jobs Act โดยลงนามเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2017 และทรัมป์บังคับใช้ตั้งแต่ปี 2018 ซึ่งลดภาษีบริษัทจาก 35% เหลือ 21% และลดภาษีเงินได้บุคคล

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ต้องเผชิญแรงต้านจากภายในพรรคตัวเองที่มีจุดมุ่งหมายต่างออกไป ตัวอย่างเช่น ทรัมป์ล้มเหลวในการยกเลิกกฎหมายประกันสุขภาพที่เอื้อมถึงได้ (Affordable Care Act) หรือโอบามาแคร์ เมื่อสว.จากพรรคเดียวกัน ซึ่งคือจอห์น แม็กเคนไม่โหวตให้ และยังไม่สามารถผ่านร่างกฎหมายโครงสร้างพื้นฐานตามที่หาเสียงไว้ได้อีกด้วย

อุปสรรคหลักต่ออำนาจเบ็ดเสร็จไม่ว่าของพรรคไหน คือ สว.  โดยร่างกฎหมายที่ต้องการเสียงสว. สัดส่วน 3 ใน 5 หรือ 60 เสียงจาก 100 เสียง ซึ่งให้อำนาจสว.สามารถที่จะยืดการออกกฎหมายออกไปโดยการเปิดอภิปรายที่ไม่จำกัดเวลา นั่นหมายความว่าเมื่อพรรคการเมืองใดพรรคหนึ่งมีเสียงข้างมากธรรมดา (ไม่ใช่เสียงข้างมากเบ็ดเสร็จ) ในวุฒิสภา พรรคนั้นจะต้องหาเสียงโหวตจากพรรคฝั่งตรงข้ามเพื่อให้ร่างกฎหมายผ่าน

แม้ครั้งนี้ทรัมป์ได้เสียงในวุฒิสภาอย่างท่วมท้น แต่ทรัมป์ก็ไม่ได้มีถึง 60 เสียงที่จะเอาชนะฝั่งตรงข้ามได้ (ผลเลือกตั้งวุฒิสภา 47 ต่อ 53 เสียง )

Advertisement

และเมื่อวาน (13 พฤศจิกายน) สว.รีพับลิกันเลือกจอห์น ธูนเป็นผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภาไม่ใช่ริก สก็อตต์จากฟลอริดา ซึ่งสก็อตต์เป็นตัวเต็งของทรัมป์อย่างชัดเจน ก็นับเป็นสัญญาณแล้วว่า สมาชิกรัฐสภาบางคนของรีพับลิกันอาจยืนยันความเป็นอิสระอีกครั้ง โหวตอย่างเป็นอิสระ ไม่ได้โหวตตามทรัมป์

จึงต้องจัดการอำนาจอย่างชาญฉลาด การมีสามปัจจัยนี้ก็จะช่วยเปิดทางให้เกิดการริเริ่มกฎหมายที่สำคัญๆได้

ความได้เปรียบทางอำนาจของทรัมป์จึงอาจเป็นกุญแจสำคัญในการผลักดันนโยบายตามสัญญา อาทิ เช่น การเนรเทศผู้อพยพครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐ การขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ

การใช้กลไกของอำนาจนิติบัญญัติผลักดันนโยบายจนสำเร็จทำให้ศาลใช้อำนาจตุลาการคว่ำได้ยากขึ้น ซึ่งอย่างหลังเป็นอุปสรรคต่อทรัมป์เมื่อใช้คำสั่งฝ่ายบริหาร (อำนาจประธานาธิบดี) ผ่านนโยบายในสมัยแรก ซึ่งบ่อยครั้งกลับถูกศาลคว่ำในภายหลัง

ความสำเร็จครั้งพิเศษที่ต้องจดจำของทรัมป์คือการแต่งตั้งผู้พิพากษาอนุรักษนิยม 3 คนนั่งในศาลสูงสุด (Supreme Court) ช่วยให้มีเสียงข้างมากถึง 2 ใน 3 ในอีกหลายทศวรรษข้างหน้า

อีกข้อดีของการครองเสียงส่วนใหญ่ในวุฒิสภา ทรัมป์จะสามารถทำให้ผู้ที่ตนเสนอชื่อดำรงตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีผ่านได้ง่ายขึ้น ซึ่งย้อนไปปี 2017 ทรัมป์เผชิญแรงต้านภายในพรรคในกรณีนี้

อำนาจนี้มันจะไม่คงอยู่ไปตลอด 4 ปีที่ทรัมป์ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี เมื่อมีการเลือกตั้งกลางเทอม แต่ทั้งหมดนี้ อาจเป็นลางบอกเหตุถึง 2 ปีข้างหน้าได้

อ้างอิง :

• BBC

• CNN

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ทรัมป์ เลือกตั้งสหรัฐ 2024