เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ปลดล็อกข้อจำกัดไทย เน้นแข่งศักยภาพสูง-ไม่มุ่งขายของถูก
Politics ปลดล็อกข้อจำกัดไทย เน้นแข่งศักยภาพสูง-ไม่มุ่งขายของถูก
“บี.กริม”ร่วมมือ“สยามพิวรรธน์” พัฒนาโครงการซื้อขายไฟฟ้าพลังงานสะอาด และติดโซลาร์รูฟท็อปสยามพารากอน
SD “บี.กริม”ร่วมมือ“สยามพิวรรธน์” พัฒนาโครงการซื้อขายไฟฟ้าพลังงานสะอาด และติดโซลาร์รูฟท็อปสยามพารากอน
Anthropic จ่อเข้า IPO แต่เตือนนักลงทุน AI ตัวเองอาจคุกคามมนุษยชาติ
Tech Anthropic จ่อเข้า IPO แต่เตือนนักลงทุน AI ตัวเองอาจคุกคามมนุษยชาติ
บริหารจัดการน้ำ vs เปลี่ยนผ่านพลังงาน
Economic บริหารจัดการน้ำ vs เปลี่ยนผ่านพลังงาน
‘น้ำท่วม’ คนจนเจ็บสุด สฤณี อาชวานันทกุล  ความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อม
SD ‘น้ำท่วม’ คนจนเจ็บสุด สฤณี อาชวานันทกุล  ความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อม
ซูเปอร์เอลนีโญ 2 มหาสมุทรยักษ์สลับขั้วพายุ สะเทือนไทย เกษตรฯ เสี่ยงสูญ 6.2 หมื่นล้าน
Economic ซูเปอร์เอลนีโญ 2 มหาสมุทรยักษ์สลับขั้วพายุ สะเทือนไทย เกษตรฯ เสี่ยงสูญ 6.2 หมื่นล้าน
Lenovo เปิดตัวโซลูชั่นโครงสร้างพื้นฐานชุดใหม่ เสริมองค์กรรับอนาคตยุค AI
Tech Lenovo เปิดตัวโซลูชั่นโครงสร้างพื้นฐานชุดใหม่ เสริมองค์กรรับอนาคตยุค AI
‘ชัชชาติ’ ระดม ‘ท่อซิ่งไทยประดิษฐ์’ จากปราจีน-อยุธยา ลุยสูบน้ำลงแสนแสบช่วยเคหะคลองจั่น
News ‘ชัชชาติ’ ระดม ‘ท่อซิ่งไทยประดิษฐ์’ จากปราจีน-อยุธยา ลุยสูบน้ำลงแสนแสบช่วยเคหะคลองจั่น
เซฟ เดอะ ชิลเดรน เรียกร้องเตรียมพร้อมปกป้องเด็กจากภัยสภาพอากาศหลังน้ำท่วมกรุงเทพฯ
Biz Movement เซฟ เดอะ ชิลเดรน เรียกร้องเตรียมพร้อมปกป้องเด็กจากภัยสภาพอากาศหลังน้ำท่วมกรุงเทพฯ
ต่างชาติเทหุ้นไทยเกือบ 2 หมื่นล้านใน 6 วัน บอนด์ยีลด์สหรัฐพุ่งไม่หยุด-ดึงฟันด์โฟลว์ทะลักออก
Finance ต่างชาติเทหุ้นไทยเกือบ 2 หมื่นล้านใน 6 วัน บอนด์ยีลด์สหรัฐพุ่งไม่หยุด-ดึงฟันด์โฟลว์ทะลักออก
ดูทั้งหมด

4 บิ๊กธุรกิจกะเทาะโอกาส THAILAND 2025

24 พ.ย. 2567 | 08:02น.
สัมมนา THAILAND 2025

เกาะติดภาคเอกชน 4 ราย ที่ขึ้นเวทีงานสัมมนา THAILAND 2025 โอกาส ความหวัง ความจริง เริ่มจากนายยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า เศรษฐกิจดิจิทัล หรือภาพรวมของธุรกิจแพลตฟอร์มในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง

เศรษฐกิจดิจิทัลโตต่อเนื่อง

ทั้งนี้เมื่อเจาะรายละเอียดมาที่ไทยจะพบว่ามีการเติบโตแบบปีต่อปีที่ 20% ขณะที่การขยายตัวของ GDP ในประเทศอยู่ที่ประมาณ 2-3% เท่านั้น

มูลค่าเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยในปี 2567 คาดว่าอยู่ที่ 4.6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (1.59 ล้านล้านบาท) และมีโอกาสขยายตัวเป็น 1.3 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (4.5 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2573 โอกาสของธุรกิจแพลตฟอร์มในไทยมีอีกมาก เพราะยังมีช่องว่างให้เติบโต เห็นได้จากจำนวนการเข้าถึงบริการต่าง ๆ (Penetration Rate) ที่มีสัดส่วนไม่ค่อยเยอะ เช่น ฟู้ดดีลิเวอรี่ 14% บริการเรียกรถ 9% และ Digital Payment 41% เป็นต้น

สตาร์ตอัพไทยติดทางตัน

แม้ว่าการเติบโตของธุรกิจแพลตฟอร์มจะมีทิศทางที่สดใส แต่ในแง่ของการลงทุนที่เป็นฟันเฟืองสำคัญสำหรับการสร้างการเติบโตให้กับบริษัทเหล่านี้ยังไม่กลับมา ปี 2564 มูลค่าการระดมทุนในสตาร์ตอัพและบริษัทเทคโนโลยีอยู่ที่ 2.7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (9.37 แสนล้านบาท) ปี 2565 อยู่ที่ 2.2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (7.63 แสนล้านบาท) แต่ปี 2566 กลับเหลือเพียง 8 พันล้านเหรียญสหรัฐ (2.77 แสนล้านบาท) เพราะตลาดหุ้นเทคโนโลยีหดตัวอย่างหนักในช่วงโควิด-19

นายยอดกล่าวต่อว่า หากเปรียบเทียบความสามารถในการดึงดูดใจนักลงทุนสตาร์ตอัพระหว่างประเทศในอาเซียนด้วยกัน จะพบว่าไทยรั้งอยู่ในอันดับ 6 เป็นรองเวียดนาม สิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ สาหตุคือ ความไม่ชัดเจนเรื่อง “Exit Pathways” หรือวิธีการออกจากการลงทุน ซึ่งมีปัจจัยมาจากความสามารถในการเข้า IPO แนวทางการเกิดดีลควบรวมกิจการ (M&A) และข้อบังคับของผู้กำกับดูแล

3 ข้อเสนอหนุน ศก.ดิจิทัลไทย

นายยอดกล่าวด้วยว่า ปัจจัยที่จะช่วยให้เศรษฐกิจดิจิทัลไทยเติบโตยิ่งขึ้นมีทั้งหมด 3 ส่วน ได้แก่ 1.การทำให้ SMEs มีความเชี่ยวชาญในการใช้งานดิจิทัล 2.เพิ่มความชัดเจนเรื่อง Exit Pathways ผ่านการทำ M&A หรือการเข้า IPO และ 3.นโยบายของภาครัฐต้องส่งเสริมการทำธุรกิจ และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของกลุ่มแพลตฟอร์มดิจิทัล

“LINE MAN Wongnai มีแผนเข้า IPO ในตลาดหุ้นไทยปีหน้า เชื่อว่าสิ่งที่เราตั้งใจทำจะช่วยพิสูจน์ให้นักลงทุนเห็นว่าการลงทุนในธุรกิจแพลตฟอร์มไทยมี Exit Pathways ที่ชัดเจน ช่วยให้อีโคซิสเต็มของบริษัทเทคโนโลยีไทยแข็งแรงขึ้น และทำให้เม็ดเงินการลงทุนไหลเวียนอยู่ในประเทศ”

“มาม่า” พลิกวิกฤตเป็นโอกาส

นายพันธ์ พะเนียงเวทย์ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป “มาม่า” กล่าวว่า แม้ตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในไทยจะเติบโตต่อเนื่อง แต่กำลังซื้อของผู้บริโภคยังอยู่ในระดับจำกัด สะท้อนจากยอดบริโภคที่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย จาก 52 ซองต่อคนต่อปี เป็น 55 ซองต่อคนต่อปี ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา

“มาม่า” ยังคงครองส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือด โดยเฉพาะการเข้ามาตีตลาดของแบรนด์ต่างชาติในช่วง 5-10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้เกิดการ “ทลายกำแพงราคา” จากเดิมที่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในไทยมีราคาจำกัดอยู่ที่ 6-7 บาท

อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นวิกฤตที่ต้องรับมือ แต่เรากลับมองว่าเป็นโอกาสที่จะปรับตัวและพัฒนาสินค้าใหม่ โดยเราได้รีแบรนดิ้งใหม่จาก “มาม่าโอเรียนทัลคิทเช่น” ที่ขายราคา 13-14 บาท เป็น “มาม่าโอเค” ที่ขายราคา 15 บาท ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดี จนทำให้ปัจจุบัน “มาม่าโอเค” มีส่วนแบ่งการตลาดกว่า 10%

“หยั่น หว่อ หยุ่น” มุ่งสู่อนาคต

นายวสุพล ตั้งสมบัติวิสิทธิ์ กรรมการและผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายการตลาดและฝ่ายขายในประเทศ บริษัท หยั่น หว่อ หยุ่น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด ผู้ผลิตเครื่องปรุงแบรนด์ “เด็กสมบูรณ์” กล่าวว่า แม้ตลาดเครื่องปรุงรสมูลค่าประมาณ 2 หมื่นล้านบาท จะมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องตามการขยายตัวของธุรกิจร้านอาหาร แต่ภาคลูกค้าครัวเรือนกำลังเผชิญกับความท้าทายจากการที่คนรุ่นใหม่ทำอาหารเองน้อยลง ส่งผลให้การรับรู้แบรนด์ในกลุ่มผู้บริโภคทั่วไปลดลงต่อเนื่อง

เพื่อให้ธุรกิจของบริษัทสามารถเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไปได้อีก 100-200 ปี จึงต้องมุ่งเจาะกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ รวมถึงชิงโพซิชั่นการเป็นส่วนหนึ่งของซอฟต์พาวเวอร์ของไทย ด้วยการต่อยอดสินค้าในพอร์ตโฟลิโออย่างซีอิ๊วสูตรต่าง ๆ ให้เป็นสินค้ารูปแบบใหม่นอกเหนือจากซีอิ๊ว พร้อมทั้งตอบโจทย์ด้านฟังก์ชั่นความสะดวกสบายในการใช้ทำอาหาร

พัฒนา “ซีอิ๊วเม็ด” ส่งออก

ล่าสุดบริษัทส่ง “ซีอิ๊วเม็ด” ซีอิ๊วขาวสูตร 1 ในรูปแบบเม็ด ซึ่งบริษัทพัฒนาขึ้นเป็นรายแรกของโลก วางจำหน่ายในประเทศไทย ผ่านช่องทางกูร์เมต์มาร์เก็ต โดยมีหลากหลายจุดเด่น เช่น ปริมาณ 1 เม็ดเทียบเท่าซีอิ๊ว 2 ช้อนโต๊ะ (30 มิลลิลิตร) เหมาะสำหรับ 1 เสิร์ฟพอดี, ละลายเร็วใน 5 วินาทีเมื่อสัมผัสอาหาร จึงสามารถใช้ผัด-ต้มได้ทันที, การบรรจุแบบแยกเม็ดให้พกพาง่าย สามารถขนส่ง-กระจายสินค้าได้ง่ายและมีต้นทุนต่ำลง

บริษัทส่งซีอิ๊วเม็ดวางจำหน่ายในตลาดต่างประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา ยุโรป และจีนมาระยะหนึ่งแล้ว ได้รับผลตอบรับที่ดีมาก จึงเชื่อว่าซีอิ๊วเม็ด ซึ่งบริษัทพัฒนาขึ้นเป็นรายแรกของโลกนี้ จะเป็นซอฟต์พาวเวอร์ที่ผลักดันไทยสู่ระดับโลก และเป็นตัวเปลี่ยนแปลงวงการเครื่องปรุงทั่วโลก รวมถึงทำให้วงการเครื่องปรุงกลุ่มซีอิ๊ว-ซอสสนุกยิ่งขึ้นอีกด้วย

ไอทีความสำคัญโลกธุรกิจ

นายศิริวัฒน์ วงศ์จารุกร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.เอ็ม เอฟ อี ซี (MFEC) กล่าวว่า หากพูดถึงโอกาสของภาคธุรกิจในประเทศ จากภาพจำของรายได้ต่ำ ฟื้นตัวช้า โตช้า และไม่มีความสามารถในการแข่งขัน ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้มีทางรอดเดียว คือต้องมีไอทีลงไปอยู่ในจุดต่าง ๆ เพื่อเกิดการกระตุ้น ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ “เซเว่นอีเลฟเว่น” เปิดมา 35 ปี ปัจจุบันมีกว่า 1.4 หมื่นร้านค้า แต่รวมยอดขายทุกร้านไม่เท่า “TikTok” ซึ่งเปิดมาประมาณ 3 ปี

มีเพียง 8-9 พันบริษัทในประเทศที่มีความสามารถในการเข้าถึงทรัพยากรทางไอที หรือคิดเป็นเพียง 2% ขณะที่ SMEs อีกราว 3 ล้านรายแทบไม่มีศักยภาพในการเข้าถึงการบริการทางด้านไอทีเลย สะท้อนให้เห็นว่าไอทียังมีโอกาสอีกมากที่จะเข้าถึงบริษัทเหล่านี้

มอง “เอไอ” ทรงพลังที่สุด

ปัจจุบันเวียดนามผลิตนักพัฒนาซอฟต์แวร์มากกว่าประเทศไทยเป็นเท่าตัว เอาแค่เฉพาะการบริการด้านไอทีที่ส่งออกอย่างเดียวก็เกินแสนล้านบาท ไทยต้องปลูกข้าว ปลูกทุเรียนขนาดไหนถึงจะได้แสนล้าน ปัจจุบันราคาข้าวตันละ 1.6 หมื่นบาท ซึ่งในภาคบริการด้านไอทีอาจจะใช้เวลาแค่ 2 วันเท่านั้น ถ้ามูฟจากภาคเกษตรมาที่ไอทีเซอร์วิสเหมือนที่เวียดนามทำ จะเติบโตเป็น 10 เท่า โอกาสที่เห็นยังมีเยอะที่เราสามารถทำได้

ส่วนเรื่องเอไอ หลังจากที่ได้เรียนและศึกษาก็กลับมาบอกที่ออฟฟิศเลยว่า นับแต่นี้ไปจะไม่รับพนักงานที่ไม่รู้เอไอ เพราะเอไอนั้นทรงพลังมากจริง ๆ การทรานส์ฟอร์มโดยใช้เอไอจะสามารถพลิกได้ทั้งบริษัท สังคม และประเทศ เพราะฉะนั้นโอกาสขณะนี้มีเยอะ นายศิริวัฒน์กล่าว

ไทยต้องพัฒนามากขึ้น

นายศิริวัฒน์กล่าวอีกว่า เปรียบเทียบให้เห็นภาพ รถไฟไทยมีตั้งแต่สมัย ร.5 เริ่มก่อนญี่ปุ่นด้วย แต่ผ่านมา 100 กว่าปีไทยยังต้องซื้ออยู่เลย ไอทีก็เช่นกัน มีการใช้เยอะแต่ไม่เคยลงทุน ไม่เคยคิดจะสร้าง ไม่มีซอฟต์แวร์หรือบริการด้านไอทีในประเทศไทยที่สามารถส่งออกได้ อุตสาหกรรมไอทีจึงขาดดุล 100%

เป็นเรื่องที่หนักหนาพอสมควร ความน่ากลัวในสภาพตอนนี้คือไทยอ่อนแอ และไม่มีความสามารถในการแข่งขันหรือการชนะเหนือตลาดไอที ผลคือใน 2-3 ปีที่ผ่านมา ต้นทุนของไอทีพุ่งขึ้นเร็วเมื่อเทียบกับกำไรสุทธิ ในประเทศไทยที่จีดีพีโตแค่ 2% แต่ไอทีโต 8-15% จะไหวหรือไม่ และปีที่แล้วธุรกิจไอทีหุ้นขึ้นทุกตัวซึ่งทำง่ายมาก นั่นคือการเพิ่มราคาขาย

“ไทยเป็นประเทศที่มีอัตราการเลิกใช้ไอทีต่ำสุดในภูมิภาค เราใช้ไอทีจนเป็นพิษ ถูกพันธนาการโดยไม่มีทางเลือก ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วง ถึงเวลาหรือยังที่เราต้องคิดวิธีการลดต้นทุน โฟกัสเรื่องโอเพ่นซอร์ซ หรือพัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับตลาด SMEs ของเรา”