เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ผ่างบฯ-เงินการเมือง ปี’70 6 องค์กรอิสระ 1.15 หมื่นล้าน
Politics ผ่างบฯ-เงินการเมือง ปี’70 6 องค์กรอิสระ 1.15 หมื่นล้าน
ค่าเงินบาทวันนี้ (9 ก.ย. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 32.89 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (9 ก.ย. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 32.89 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (9 ก.ย. 69) ปรับลง 0.79% อยู่ที่ 78,653 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (9 ก.ย. 69) ปรับลง 0.79% อยู่ที่ 78,653 เหรียญสหรัฐ
พยากรณ์อากาศ (9 ก.ย. 69) เตือนฝนหนัก-หนักมาก ภาคเหนือ-อีสาน ก่อนกระทบทั่วไทย
News พยากรณ์อากาศ (9 ก.ย. 69) เตือนฝนหนัก-หนักมาก ภาคเหนือ-อีสาน ก่อนกระทบทั่วไทย
ซีอีโอกลุ่ม ปตท.ถึงเวลาผลัดใบ บิ๊กการบินไทยครบวาระ ม.ค. 70
Business ซีอีโอกลุ่ม ปตท.ถึงเวลาผลัดใบ บิ๊กการบินไทยครบวาระ ม.ค. 70
กรมโยธา-กทม.ชงจัดโซนนิ่ง ดึงดาต้า เซ็นเตอร์ เข้าบัญชีรง.
Tech กรมโยธา-กทม.ชงจัดโซนนิ่ง ดึงดาต้า เซ็นเตอร์ เข้าบัญชีรง.
เศรษฐกิจจีน เครื่องจักรขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก
World เศรษฐกิจจีน เครื่องจักรขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก
อ.สุทธิศักดิ์ ผ่าจุดอ่อนน้ำท่วม ‘ปัว’ ชี้กับดักคิดว่าปลอดภัย เตือนอ่างเก็บน้ำเสี่ยงระเบิดเวลา
News อ.สุทธิศักดิ์ ผ่าจุดอ่อนน้ำท่วม ‘ปัว’ ชี้กับดักคิดว่าปลอดภัย เตือนอ่างเก็บน้ำเสี่ยงระเบิดเวลา
BYD ยันไทยฐานผลิตอาเซียน ลุยสร้างสถานีชาร์จเร็วครั้งแรกนอกจีน
Automotive BYD ยันไทยฐานผลิตอาเซียน ลุยสร้างสถานีชาร์จเร็วครั้งแรกนอกจีน
โตโยต้า ให้โควตา Corolla อเมริกาแค่ 2,500 คัน
Automotive โตโยต้า ให้โควตา Corolla อเมริกาแค่ 2,500 คัน
ดูทั้งหมด

บาทอ่อนค่า หลังทรัมป์ขู่เก็บภาษีนำเข้า 100% ต่อกลุ่มประเทศ BRICS

03 ธ.ค. 2567 | 17:48น.
Baht-ดอลลาร์-1

บาทอ่อนค่า หลังทรัมป์ขู่เรียกเก็บภาษีนำเข้าในอัตรา 100% ต่อกลุ่มประเทศ BRICS หากมีแนวคิดสร้างสกุลเงินใหม่หรือสนับสนุนสกุลเงินอื่นเพื่อมาทดแทนสกุลเงินดอลลาร์

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันอังคารที่ 3 ธันวาคม 2567 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ที่ระดับ 34.53/55 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าจากรดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (2/12) ที่ระดับ 34.48/49 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

โดยดอลลาร์แข็งค่าเทียบสกุลเงินหลัก หลังเมื่อวานนี้ (2/12) นายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐขู่เรียกเก็บภาษีนำเข้าในอัตรา 100% ต่อกลุ่มประเทศ BRICS หากมีแนวคิดสร้างสกุลเงินใหม่หรือสนับสนุนสกุลเงินอื่นเพื่อมาทดแทนสกุลเงินดอลลาร์

นอกจากนี้ สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของสหรัฐปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 48.4 ในเดือน พ.ย. จากระดับ 46.5 ในเดือน ต.ค. และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 47.5 โดยได้รับแรงหนุนจากการดีดตัวของคำสั่งซื้อใหม่ และการคาดการณ์เกี่ยวกับนโยบายที่เอื้อต่อภาคธุรกิจของนายโดนัลด์ ทรัมป์์

อย่างไรก็ดี ดัชนียังคงปรับตัวต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ภาวะหดตัวของภาคการผลิตสหรัฐ โดยเป็นการหดตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 8

นอกจากนี้ เอสแอนด์พี โกลบอลเปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของสหรัฐปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 49.7 ในเดือน พ.ย. จากระดับ 48.5 ในเดือน ต.ค. โดยได้แรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของการจ้างงาน และการที่คำสั่งซื้อใหม่ได้ลดลงในอัตราที่ชะลอลง

ขณะที่ความเชื่อมั่นในภาคธุรกิจดีดตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 ปีครึ่งจากคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจที่ดีขึ้น หลังนายโดนัลด์ ทรัมป์ คว้าชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ อย่างไรก็ดี ดัชนี PMI ยังคงปรับตัวต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ภาวะหดตัวของภาคการผลิตสหรัฐ โดยเป็นการหดตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 5

ทั้งนี้ เมื่อวานนี้ (2/12) เจ้าหน้าที่ระดับสูง 3 คนของธนาคารกลางสหรัฐ แสดงความชัดเจนถึงความเป็นไปได้ที่เฟดจะเดินหน้าปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีหน้า แต่ไม่ชี้ชัดว่าจะสนับสนุนเฟดลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้หรือไม่

Advertisement

โดยคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ กล่าวว่า เขามีแนวโน้มที่จะโหวตสนับสนุนการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้ แต่กล่าวเสริมว่า ข้อมูลที่จะมีการเปิดเผยก่อนหน้านั้นอาจทำให้เฟดตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันดังกล่าว

ทางด้านจอห์น วิลเลียมส์ และราฟาเอล บอสติก แสดงความเห็นทำนองเดียวกันว่า เศรษฐกิจสหรัฐยังคงแข็งแกร่งและเงินเฟ้อน่าจะยังคงชะลอตัวลงสู่เป้าหมายของเฟด ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก อย่างไรก็ดี ไม่ได้บอกชัดว่า พวกเขาสนับสนุนการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค. หรือไม่ โดยจะรอดูข้อมูลเพิ่มเติมก่อนที่จะตัดสินใจเกี่ยวกับการประชุมครั้งต่อไป

ด้านปัจจัยภายในประเทศ เมื่อวานนี้ (2/12) ธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจเดือน พ.ย. 67 อยู่ที่ 49.3 ปรับเพิ่มขึ้นจากระดับ 47.0 ในเดือน ต.ค. 67 จากการเพิ่มขึ้นในเกือบทุกองค์ประกอบ สำหรับความเชื่อมั่นในภาคการผลิตปรับเพิ่มขึ้นในเกือบทุกหมวดธุรกิจ นำโดยกลุ่มผลิตพลาสติก และยางพารา ที่ความเชื่อมั่นด้านคำสั่งซื้อและการผลิตปรับเพิ่มขึ้นมาก ตามอุปสงค์บรรจุภัณฑ์อาหารที่ขยายตัวดี เช่นเดียวกับกลุ่มผลิตอาหาร ที่ความเชื่อมั่นด้านผลประกอบการ และการผลิตปรับเพิ่มขึ้น

ขณะที่ความเชื่อมั่นในภาคที่มิใช่การผลิต ปรับเพิ่มขึ้นมากเเฉพาะกลุ่มโรงแรม และร้านอาหาร ที่ความเชื่อมั่นดีขึ้นในทุกด้าน จากการเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวตามกลุ่มตลาดระยะไกล (Long haul) โดยเฉพาะตลาดภูมิภาคยุโรป และสหรัฐ

โดยในวันนี้ การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทอยู่ในกรอบระหว่าง 34.30-34.57 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 34.34/36 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ส่วนค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวเปิดตลาดเช้านี้ (3/12) ที่ระดับ 1.0491/93 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (2/12) ที่ระดับ 1.0511/13 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร หลังจากเมื่อวานนี้ (2/12) ผลสำรวจระบุว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายของยูโรโซนจาก HCOB ซึ่งจัดทำโดย S&P Global ร่วงแตะระดับ 45.2 ในเดือน พ.ย. ตรงตามตัวเลขประเมินเบื้องต้น

ทั้งนี้ ต่ำกว่าระดับของเดือน ต.ค. ที่ 46.0 และอยู่ต่ำกว่าระดับ 50 มาตั้งแต่กลางปี 2565 ซึ่งบ่งชี้ว่ากิจกรรมทางธุรกิจอยู่ในภาวะหดตัว อีกทั้ง รัฐบาลฝรั่งเศสก็ส่อแววล้มในสัปดาห์นี้ หลังพรรคการเมืองฝ่ายขวาจัดและฝ่ายซ้ายยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีมิเชล บาร์นิเยร์ หลังบาร์นิเยร์ ประกาศเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (2/12) ว่าจะผลักดันร่างกฎหมายประกันสังคมผ่านสภาโดยไม่มีการลงมติ เนื่องจากข้อเสนอประนีประนอมในนาทีสุดท้ายไม่สามารถดึงเสียงสนับสนุนจาก RN ได้

โดยสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นักลงทุนตอบโต้ด้วยการเทขายสินทรัพย์ฝรั่งเศสทันที โดยวิกฤตทางการเมืองดังกล่าว ทำให้เกิดข้อกังขาว่างบประมาณประจำปีของฝรั่งเศสจะผ่านสภาหรือไม่ และหากไม่มีอะไรพลิกโผในนาทีสุดท้าย รัฐบาลผสมของนายกฯ บาร์นิเยร์ จะเป็นรัฐบาลฝรั่งเศสชุดแรกที่ถูกโค่นด้วยการอภิปรายไม่ไว้วางใจนับตั้งแต่ปี 2505

โดยในวันนี้การเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0479-1.0527 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0523-1.0534 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวเปิดตลาดเช้านี้ (3/12) ที่ระดับ 149.81/86 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (2/12) ที่ระดับ 150.36/40 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้เมื่อวานนี้ (2/12) ผลสำรวจภาคเอกชนเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายของญี่ปุ่นจาก au Jibun Bank ปรับตัวลงจากระดับ 49.2 ในเดือน ต.ค. สู่ระดับ 49.0 ในเดือน พ.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน มี.ค. และยังคงต่ำกว่าระดับ 50.0 ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 5

ส่วนดัชนีย่อยด้านคำสั่งซื้อใหม่ยังคงหดตัวต่อเนื่องในเดือน พ.ย. แม้ว่าหดตัวในอัตราที่ชะลอลงจากเดือน ต.ค. โดยมีสาเหตุหลักมาจากอุปสงค์ที่อ่อนแอทั้งในและต่างประเทศ ขณะที่คำสั่งซื้อใหม่จากต่างประเทศหดตัวต่อเนื่อง ส่งผลให้บริษัทต่าง ๆ ยังต้องปรับลดการผลิตเนื่องจากอุสงค์ที่ซบเซา ซึ่งส่งผลให้ผลผลิตดิ่งลงแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือน เม.ย. ส่วนการจ้างงานก็หดตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 9 เดือน

ถึงกระนั้น แรงกดดันด้านต้นทุนยังคงรุนแรง อันเป็นผลมาจากค่าแรง ค่าขนส่ง และค่าวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะวัตถุดิบนำเข้า ส่วนอัตราเงินเฟ้อด้านราคาผลผลิตก็แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ก.ค. โดยผลสำรวจระบุว่า แม้อุปสงค์ซบเซา แต่ผู้ผลิตยังคงมองแนวโน้มธุรกิจในแง่บวก โดยระดับความเชื่อมั่นพุ่งแตะจุดสูงสุดในรอบ 3 เดือน ด้วยความหวังจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในภาพรวม

ในวันนี้การเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนอยู่ในกรอบระหว่าง 149.48-150.23 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 149.88/90 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ตำแหน่งงานว่างเปิดใหม่จาก JOLTS เดือน ต.ค. (3/12), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการบริการเดือน พ.ย. (4/12), ดัชนี PMI ภาคการบริการจากสถาบันไอเอสเอ็ม (ISM) เดือน พ.ย. (4/12), จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก (5/12), ตัวเลขนำเข้าและส่งออกเดือน ต.ค. (5/12), การจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือน พ.ย. (6/12), และอัตราการว่างงานเดือน พ.ย. (6/12)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -7.7/-7.5 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -6.3/-5.4 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ