Skip to content

เกาหลีเปิดศูนย์สตาร์ตอัพท่องเที่ยว KTSC ในไทยเป็นฐานขยายตลาดสู่เซาท์อีสเอเชีย

09 ธ.ค. 2567 | 15:02น.
เกาหลีเปิดศูนย์สตาร์ตอัพท่องเที่ยว KTSC ในไทยเป็นฐานขยายตลาดสู่เซาท์อีสเอเชีย

รัฐบาลเกาหลีผนึก KTO เปิดศูนย์ส่งเสริมผู้ประกอบการสตาร์ตอัพด้านการท่องเที่ยว KTSC แห่งที่ 3 อาคารอินเตอร์เชนจ์ 21 กรุงเทพฯ หวังขยายธุรกิจสตาร์ตอัพด้านการท่องเที่ยวสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นายคิม กึนโฮ อธิบดีกรมยุทธศาสตร์การท่องเที่ยว กระทรวงวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยวเกาหลีใต้ เปิดเผยว่า การเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั่วโลกที่เกิดจากเทคโนโลยี ICT ทำให้มีความจำเป็นในการพัฒนาเทคโนโลยีการท่องเที่ยวในประเทศและการขยายตัวสู่ตลาดต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น

องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี (KTO) จึงใช้เครือข่ายในต่างประเทศที่มีอยู่เป็นพื้นฐานในการจัดตั้งศูนย์ส่งเสริมผู้ประกอบการสตาร์ตอัพด้านการท่องเที่ยวเกาหลี หรือ Korea Tourism Startup Center (KTSC) ในต่างประเทศแห่งที่ 3 ขึ้น ณ อาคารอินเตอร์เชนจ์ 21 กรุงเทพฯ ต่อจาก KTSC สิงคโปร์ และศูนย์ KTSC โตเกียว (ญี่ปุ่น)

นายคิม กึนโฮ กล่าวว่า แนวโน้มของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ จากการท่องเที่ยวแบบกลุ่มใหญ่ (Group Tour) สู่นักท่องเที่ยวอิสระ (FIT) ที่ต้องการประสบการณ์การเดินทางที่มีความยืดหยุ่นและเป็นส่วนตัวมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงนี้ต้องการการเชื่อมโยงที่ราบรื่นระหว่างบริการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทาง ที่พัก และกิจกรรมการท่องเที่ยว นำไปสู่การรวมกัน (Hyper-Convergence) ของบริการแต่ละประเภท

“KTSC ได้สนับสนุนธุรกิจสตาร์ตอัพด้านการท่องเที่ยวมากกว่า 1,600 บริษัทในช่วง 13 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่เริ่มโครงการนำร่องในปี 2554 และขยายโครงการอย่างเต็มรูปแบบในปี 2558 โดยข้อมูลจาก Statista คาดการณ์ว่ามูลค่าตลาด Travel Tech จะเติบโตจาก 4.3 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2563 เป็น 8.3 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2568 หรือเติบโตถึง 93%” นายคิมกล่าว และว่า

ประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการท่องเที่ยวสำคัญของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมีอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่คึกคัก เป็นตลาดที่มีความเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและเหมาะสำหรับการขยายธุรกิจและทดสอบนวัตกรรมของสตาร์ตอัพ การจัดตั้ง KTSC กรุงเทพฯ จึงมีเป้าหมายในการสนับสนุนสตาร์ตอัพเกาหลีให้สามารถพัฒนาและทดสอบโซลูชั่นในตลาดไทย ก่อนขยายไปสู่ตลาดอื่นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ควบคู่ไปกับการสร้างเครือข่ายและค้นหาโอกาสทางธุรกิจระดับโลก

ด้าน นายคิม ดงอิล รองประธานอาวุโส องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี (KTO) กล่าวเสริมว่า ศูนย์ KTSC กรุงเทพฯ จะมีบทบาทสำคัญไม่เพียงแค่ในประเทศไทย แต่ยังเป็นศูนย์กลางสำคัญในการขยายเข้าสู่ตลาดอาเซียน โดย KTO มีแผนที่จะสนับสนุนธุรกิจสตาร์ตอัพด้านการท่องเที่ยวที่มีนวัตกรรมของเกาหลีให้สามารถตั้งหลักในตลาดไทยได้อย่างรวดเร็ว และเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนนวัตกรรมในระบบนิเวศของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

โดยในงานเปิดตัวมีสตาร์ตอัพชั้นนำจากเกาหลี 10 บริษัทร่วมนำเสนอนวัตกรรม โดยมี DOWHAT ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มคลาวด์ที่ปฏิวัติการบริหารจัดการโรงแรมด้วยการผสานเทคโนโลยี IoT, AI และการวิเคราะห์ข้อมูล ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานผ่านระบบอัตโนมัติ

ทั้งการเช็กอินไร้สัมผัส การจัดการงานแม่บ้าน และการควบคุมสินค้าคงคลัง พร้อมสร้างรายได้เพิ่มผ่าน Digital Signage และ Smart Upselling อีกทั้งยังสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืน ด้วยการลดการใช้ทรัพยากรและพลังงาน

นายคิม ดงอิล กล่าวด้วยว่า KTSC กรุงเทพฯ พร้อมให้บริการสนับสนุนครบวงจรแก่สตาร์ตอัพที่เข้าร่วม ประกอบด้วย พื้นที่สำนักงานแบบ Coworking Space บริการให้คำปรึกษาด้านการจัดตั้งธุรกิจและกฎหมาย การจับคู่ธุรกิจกับพันธมิตรท้องถิ่น การดึงดูดการลงทุนจากนักลงทุนท้องถิ่น การสนับสนุนด้านการวิจัยและทดลองตลาด

รวมถึงการช่วยเหลือด้านการประชาสัมพันธ์และการตลาด โดยมีระบบการวัดความสำเร็จที่ครอบคลุมทั้งการเติบโตของรายได้ การสร้างงาน การขยายตลาด และผลกระทบระยะยาวต่ออุตสาหกรรม

โดยในอนาคตยังมีแผนเชิงรุกในการขยายเครือข่ายพันธมิตรกับภาคเอกชนและหน่วยงานภาครัฐของไทย เพื่อผลักดันนวัตกรรมในระบบนิเวศของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวระหว่างเกาหลีและไทย โดยมุ่งหวังให้ความร่วมมือระหว่างไทยและเกาหลีเป็นต้นแบบในการพัฒนานวัตกรรมการท่องเที่ยวของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้