Skip to content

ตลาดขยับกรอบแคบ หลังเข้าสู่เทศกาลคริสต์มาส

25 ธ.ค. 2567 | 17:36น.
ตลาดขยับกรอบแคบ หลังเข้าสู่เทศกาลคริสต์มาส

ตลาดขยับในกรอบตัวแคบ หลังเข้าสู่เทศกาลคริสต์มาส หลายตลาดเงินในต่างประเทศหยุดทำการ ส่งผลให้เงินหลายสกุลเงิน ราคาทอง และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบจำกัด

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 25 ธันวาคม 2567 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (25/12) ที่ระดับ 34.11/15 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าเล็กน้อย จากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (24/12) ที่ระดับ 34.15/16 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

คืนวานนี้ (24/12) สหรัฐเปิดเผยดัชนีการผลิตจากริชมอนด์เดือน ธ.ค. (24/12) ปรับตัวลงสู่ระดับ -14 ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ -10 และออกมาเท่ากับระดับเดิมในเดือน พ.ย.

ในส่วนของเงินบาทยังคงเป็นการแกว่งตัวในกรอบแคบ เนื่องด้วยหลายตลาดเงินในต่างประเทศหยุดทำการเนื่องในวันคริสต์มาส ทำให้มีการทำธุรกรรมซื้อขายในตลาดเงินที่เบาบางลง ส่งผลให้เงินหลายสกุลเงิน ราคาทอง และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบจำกัด

ด้านปัจจัยภายในประเทศ กระทรวงพาณิชย์ของไทยเปิดเผยยอดการส่งออกประจำเดือน พ.ย. อยู่ที่มูลค่า 25,608 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมีการขยายตัว 8.2% สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 7.0-9.0% ส่วนด้านการนำเข้ามีมูลค่า 25,835 ดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 0.9% ซึ่งส่งผลให้ไทยขาดดุลการค้าอยู่ที่ 224 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

โดยภาพรวมในช่วง 11 เดือน (ม.ค.-พ.ย. 67) การส่งออกของไทยมีมูลค่า 275,763 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 5.1% ในด้านการนำเข้า มีมูลค่า 282,033 ดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 5.7% ทำให้ 11 เดือนแรกของปีนี้ ไทยยังขาดดุลการค้า 6,269 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์เชื่อว่าการส่งออกของไทยในปีนี้มีโอกาสขยายตัวได้ถึง 5.2% ซึ่งถือว่าเป็นการส่งออกที่สูงที่สุดเท่าที่เคยมี นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.คลังได้กล่าวถึงความเป็นไปได้ว่าค่ากลางของอัตราเงินเฟ้อในปี 68 จะอยู่ที่ระดับ 2% เนื่องจากเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยในปีหน้ามีโอกาสฟื้นตัวได้ดีขึ้น ซึ่งส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อสามารถขยับขึ้นมาในกรอบที่วางไว้ อีกทั้งยังมีมาตรการทางด้านการคลังที่มีแผนจะอัดฉีดเงินเข้าระบบเศรษฐกิจ ซึ่งจะช่วยหนุนความเชื่อที่จะทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจในมิติต่าง ๆ เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น

นอกจากนี้ นายเผ่าภูมิยังกล่าวถึงเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนว่า การที่จะทำให้ค่าเงินบาทอยู่ในระดับที่เหมาะสมได้ต้องดูระดับความเหมาะสมของอัตราดอกเบี้ยและนโยบายทางการเงินที่เป็นหน้าที่ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ด้วย ทั้งยังเน้นย้ำว่าจะไม่มีการนำเงินทุนสำรองของประเทศออกมาใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างเด็ดขาด

ทั้งนี้ ในระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 34.03/24 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 34.16/20 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ (25/12) ที่ระดับ 1.0405/07 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (24/12) ที่ระดับ 1.0390/92 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ยูโรยังคงเคลื่อนไหวในกรอบแคบเนื่องจากตลาดปิดในวันหยุดเทศกาลคริสต์มาส และยังคงไร้ปัจจัยใหม่ ทั้งนี้ ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1.0399-1.0411 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0409/14 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน เปิดตลาดเช้าวันนี้ (25/12) ที่ระดับ 157.08/09 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (24/12) ที่ระดับ 157.05/06 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยวันนี้ (25/12) นายคาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ได้ทำการเปิดเผยว่า ปีหน้าเศรษฐกิจของญี่ปุ่นมีแนวโน้มที่จะบรรลุเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อที่ 2% เป็นสัญญาณว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารญี่ปุ่นอาจมาเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้

ทั้งนี้ นายอุเอดะได้กล่าวเพิ่มเติมเกี่ยวการฟื้นตัวในการบริโภค ซึ่งได้แรงหนุนมาจากการขาดแคลนของตลาดแรงงานที่ส่งผลให้ค่าจ้างมีการปรับตัวที่สูงขึ้น เป็นการสะท้อนถึงความพยายามของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ในการทำให้ราคาสินค้าและบริการในญี่ปุ่นมีเสถียรภาพตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ หลังจากที่ได้ใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานหลายปี

แต่อย่างไรก็ตาม นายอุเอดะย้ำว่ายังมีความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะนโยบายเศรษฐกิจของสหรัฐ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่นได้ ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 156.99-157.49 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 157.31/36 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ของสหรัฐ ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (26/12), รายงานสินค้าคงเหลือของน้ำมันดิบประจำไตรมาสจาก API (26/12), ดุลการค้าสินค้าเดือน พ.ย.ของสหรัฐ (27/12), อัตราว่างงานเดือน พ.ย.ของญี่ปุ่น (27/12), ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานเมืองโตเกียวเดือน ธ.ค. (27/12), ดัชนีภาคการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน พ.ย.ของญี่ปุ่น (27/12), ดุลการค้าค่าสินค้าเดือน พ.ย.ของสหรัฐ (28/12)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -6.75/-6.5 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -1.75/-0.75 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ